ปวดบวมที่เท้า ลงน้ำหนักไม่ได้…ใช่เก๊าท์หรือเปล่า?

“หมอครับ อยู่ดี ๆ ข้อโคนนิ้วโป้งเท้าผมก็บวมแดง เจ็บจนลงน้ำหนักไม่ได้มา 2 วันแล้ว เพื่อนบอกว่าเป็นเก๊าท์แน่ ๆ จริงหรือเปล่าครับ?”

นี่คือคำพูดของคุณเอก อายุ 38 ปี ที่มาพบหมอด้วยอาการปวดและบวมเฉียบพลันที่ข้อเท้า จนเดินแทบไม่ได้ หลายคนได้ยินคำว่า “เก๊าท์” แล้วกลัว บางคนยังเข้าใจผิดว่าคือโรคที่เป็นเฉพาะผู้สูงอายุ หรือเกิดจากการกินอาหารหรูเท่านั้น

หมออยากเล่าให้ฟังว่า… “เก๊าท์” เป็นโรคที่พบได้ทุกวัย โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่ชอบกินอาหารปิ้งย่าง เครื่องใน หรือดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ๆ

เก๊าท์คืออะไร?

เก๊าท์เกิดจากการที่กรดยูริกในเลือดสูง จนตกผลึกเป็นผลึกเล็ก ๆ ไปสะสมที่ข้อ เมื่อผลึกเหล่านี้ไปกระตุ้นข้อ จะทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง

เปรียบเทียบง่าย ๆ: เหมือนเอาเศษแก้วเล็ก ๆ ไปโรยไว้ในข้อ เวลาเคลื่อนไหวก็จะบาดจนเกิดการอักเสบและปวดมาก

อาการของโรคเก๊าท์

  • ปวดข้ออย่างรุนแรง เกิดขึ้นทันที มักเป็นเวลากลางคืน

  • ข้อบวม แดง ร้อน กดเจ็บมาก

  • มักเกิดที่ข้อโคนนิ้วโป้งเท้า แต่บางครั้งอาจเป็นข้อเท้า เข่า หรือข้ออื่น ๆ

  • เดินลงน้ำหนักไม่ได้ ต้องหยุดพัก

ใครบ้างเสี่ยงเป็นเก๊าท์?

  • ผู้ชายอายุ 30 ปีขึ้นไป (แต่ผู้หญิงก็เป็นได้ โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน)

  • คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

  • ชอบทานอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องใน สัตว์ปีก กุ้ง ปู ปลาซาร์ดีน

  • คนที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน ไตเสื่อม

  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเก๊าท์

การตรวจวินิจฉัย

  • ซักประวัติและตรวจร่างกาย ดูลักษณะข้อที่อักเสบ

  • ตรวจเลือดหาค่ากรดยูริก

  • บางกรณีอาจใช้การเจาะน้ำในข้อไปตรวจ เพื่อดูผลึกกรดยูริกภายใต้กล้องจุลทรรศน์

  • ครวจปัสสาวะ 24ชั่วโมงเพื่อวัดระดับยูริกในปัสสาวะ เป็นหาาประเมินว่าไตสามารถขับกรดยูริกออกมาได้ดีเพียงใด เพื่อจะได้เลือกใช้ยาที่ควบคุมกรดยูริกได้เหมาะสม

  • เอกซเรย์หรืออัลตราซาวด์อาจช่วยดูการอักเสบและความเสียหายของข้อ

แนวทางการรักษา

  1. ระยะเฉียบพลัน (กำลังปวดบวม)

  2. ระยะป้องกันกำเริบซ้ำ

พยากรณ์โรค

  • ถ้าได้รับการรักษาถูกต้อง อาการปวดบวมเฉียบพลันจะหายภายใน 3–7 วัน

  • หากปล่อยไว้ไม่ควบคุม กรดยูริกจะสะสมจนทำให้ข้ออักเสบเรื้อรัง ข้อพิการ หรือมีก้อนโทฟัสตามข้อและใบหูได้

  • ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดนิ่วในไตตามมา

การป้องกัน

  • ควบคุมอาหาร ลดอาหารพิวรีนสูง

  • รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

  • ดื่มน้ำมาก ๆ อย่างน้อยวันละ 6–8 แก้ว

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

  • ตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อดูระดับกรดยูริก

สรุป

“ปวดบวมที่เท้า ลงน้ำหนักไม่ได้” โดยเฉพาะถ้าเกิดขึ้นเฉียบพลันในไม่กี่วัน เป็นสัญญาณสำคัญของโรคเก๊าท์ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะถ้าปล่อยไว้เรื้อรัง อาจทำให้ข้อเสียหายถาวรได้ การรักษาและปรับพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ควบคุมโรคได้และไม่ต้องทนทุกข์กับอาการปวดซ้ำ ๆ ครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#เก๊าท์ #ปวดข้อ #ปวดเท้า #ข้อบวม #กรดยูริกสูง #หมอเก่งกระดูกและข้อ