ปวดคอ ปวดไหล่ จากมือถือและคอมพิวเตอร์ ป้องกันอย่างไร?

หลายคนในยุคนี้ใช้มือถือและคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ไม่ว่าจะทำงาน เรียน หรือเล่นโซเชียล จนเริ่มรู้สึกปวดคอ ปวดไหล่ ตึงหลัง บางครั้งถึงขั้นปวดร้าวขึ้นศีรษะหรือร้าวลงแขน จนสงสัยว่ากำลังเป็นโรคอะไร และควรป้องกันอย่างไรดี

คุณมณี อายุ 28 ปี เป็นพนักงานการตลาด ต้องนั่งทำงานหน้าคอมวันละ 8 ชั่วโมง แถมยังเล่นมือถือก่อนนอนอีกทุกคืน ช่วงหลังเริ่มมีอาการปวดคอและไหล่ขวาบ่อย ๆ เวลาขับรถหรือก้มใช้มือถือจะรู้สึกเจ็บร้าวลงแขน บางครั้งมีอาการปวดหัวร่วมด้วย ทำให้เสียสมาธิในการทำงานอย่างมาก

สาเหตุของอาการปวดคอและไหล่จากมือถือและคอมพิวเตอร์

  • การก้มหน้าดูนาน ๆ ทำให้คอรับน้ำหนักศีรษะมากขึ้น (ศีรษะหนักเฉลี่ย 4–5 กก. เมื่อก้มมาก ๆ น้ำหนักที่คอต้องรับอาจเพิ่มถึง 2–3 เท่า)

  • การนั่งท่าหลังค่อม ไหล่งุ้ม ทำให้กล้ามเนื้อคอและไหล่เกร็งตลอดเวลา

  • การใช้เมาส์หรือพิมพ์คีย์บอร์ดท่าผิดซ้ำ ๆ

  • ความเครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้กล้ามเนื้อยิ่งตึง

อาการที่พบบ่อย

  • ปวดตึงบริเวณต้นคอ บ่า และไหล่

  • ปวดร้าวลงแขน หรือมีอาการชา

  • ปวดศีรษะไมเกรนร่วมด้วย

  • เคลื่อนไหวคอแล้วมีเสียงดังกรอบแกรบ

  • หากรุนแรงอาจเป็น “กระดูกคอเสื่อม” หรือ “หมอนรองกระดูกคอปลิ้นกดทับเส้นประสาท” ได้

ใครบ้างที่เสี่ยง

  • คนทำงานออฟฟิศที่นั่งหน้าคอมนาน ๆ

  • คนติดมือถือ เล่นเกม หรือเลื่อนโซเชียลบ่อย ๆ

  • นักเรียน นักศึกษาที่อ่านหนังสือหรือใช้แท็บเล็ตก้มตลอด

  • คนที่นั่งทำงานโดยไม่มีการพักยืดเหยียดเลย

การตรวจวินิจฉัย

แพทย์จะตรวจร่างกาย เช่น กดกล้ามเนื้อ ดูการเคลื่อนไหวของคอ หากสงสัยภาวะหมอนรองกระดูกคอปลิ้นกดเส้น อาจตรวจเพิ่มเติมด้วย

  • เอกซเรย์ ดูความเสื่อมของกระดูกคอ

  • อัลตราซาวด์ ตรวจการอักเสบของกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็น

  • เอ็มอาร์ไอ (เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) เพื่อดูหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทโดยละเอียด

วิธีรักษาแบบไม่ผ่าตัด

ปรับท่าทาง นั่งหลังตรง หน้าจอคอมอยู่ระดับสายตา มือและแขนอยู่ในมุมสบาย

พักเป็นระยะ ทุก 45–60 นาที ควรลุกขึ้นยืดคอ ไหล่ และแขน

ใช้ยา เช่น ยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาแก้ปวดตามอาการ ภายใต้การดูแลแพทย์

กายภาพบำบัด เช่น การนวดคลายกล้ามเนื้อ การใช้เครื่องอัลตราซาวด์เพื่อลดการอักเสบ และการออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอ–ไหล่

การฉีดยาลดอักเสบแบบแม่นยำด้วยอัลตราซาวด์ กรณีอักเสบเรื้อรังหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้น

เมื่อไหร่ควรรีบพบแพทย์

  • ปวดคอร้าวลงแขนจนชาหรืออ่อนแรง

  • ควบคุมแขนหรือมือได้ยาก

  • ปวดรุนแรงจนใช้ชีวิตไม่ได้ สัญญาณเหล่านี้อาจบ่งชี้ว่ามีการกดทับเส้นประสาท ต้องได้รับการดูแลโดยเร็ว

การป้องกันเบื้องต้น

  • ยกมือถือขึ้นระดับสายตา ไม่ก้มดูนาน

  • ปรับเก้าอี้ โต๊ะ และหน้าจอให้เหมาะสมกับสรีระ

  • พักยืดกล้ามเนื้อทุกชั่วโมง

  • ออกกำลังกายกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ อย่างสม่ำเสมอ

  • นอนหมอนที่ไม่สูงเกินไป ให้คออยู่ในแนวตรง

สรุป

ปวดคอ ปวดไหล่จากมือถือและคอมพิวเตอร์เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนทุกวัย หากไม่ปรับพฤติกรรมอาจนำไปสู่ภาวะกระดูกคอเสื่อมและหมอนรองกระดูกทับเส้น การรู้จักป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างสบายขึ้น

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดคอ #ปวดไหล่ #มือถือคอมพิวเตอร์ #กายภาพบำบัด #ฉีดยาลดอักเสบ