

เจ็บข้อเท้า บวม ฝืด มีเสียงดังกรอบแกรบเวลาเดิน ถ้าคุณเป็น SLE ต้องระวัง ❗
หลายคนอาจคุ้นกับโรค SLE หรือที่เรียกว่า “โรคภูมิแพ้ตัวเอง” ว่ามักทำให้ผิวหนัง ผมร่วง หรือไตอักเสบ แต่จริง ๆ แล้ว SLE ยังส่งผลต่อข้อกระดูกได้ด้วย โดยเฉพาะ “ข้อเท้า” ซึ่งเป็นข้อที่ต้องรับน้ำหนักตัวตลอดเวลา หากข้อเท้าเสื่อมจาก SLE จะทำให้เดินลำบาก เจ็บปวด และกระทบคุณภาพชีวิตอย่างมาก
คุณสุรีย์ อายุ 35 ปี ป่วยเป็นโรค SLE มาหลายปี ช่วงหลังเริ่มมีอาการปวดข้อเท้า บวมตึง เดินนานไม่ได้ รู้สึกเหมือนข้อเท้าฝืดและมีเสียงดังกรอบแกรบเวลาขยับ ไปตรวจพบว่ามีการอักเสบและเริ่มเสื่อมของข้อเท้าจาก SLE
SLE กับข้อเท้าเกี่ยวข้องกันอย่างไร
โรค SLE เป็นโรคที่ภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาทำร้ายเนื้อเยื่อตัวเอง รวมถึงเยื่อหุ้มข้อและกระดูกอ่อน จึงเกิดการอักเสบซ้ำ ๆ จนทำให้ข้อเท้าเสื่อมเร็วกว่าปกติ เปรียบเหมือนบานพับที่ถูกสนิมกัดตลอดเวลา สุดท้ายก็ติด ฝืด และสึกหรอ
อาการที่พบบ่อย
ปวดข้อเท้า โดยเฉพาะเวลาเดินหรือยืน
ข้อบวม แดง ร้อน
ข้อฝืดหรือขยับได้น้อยลง
เสียงดังกรอบแกรบเวลาหมุนข้อเท้า
หากรุนแรง อาจเดินไม่ได้หรือข้อผิดรูป
สัญญาณที่ควรรีบพบแพทย์
ปวดบวมรุนแรงร่วมกับมีไข้ อาจเป็นการติดเชื้อ
เดินแล้วขาอ่อนแรง
ข้อบวมมากจนใส่รองเท้าไม่ได้
อาการไม่ดีขึ้นแม้พักและใช้ยา
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ข้อเท้าเสื่อมเร็วขึ้นในผู้ป่วย SLE
การอักเสบเรื้อรังควบคุมไม่ดี
การใช้ยาสเตียรอยด์ในระยะยาว
น้ำหนักตัวมาก ทำให้ข้อเท้ารับแรงกดเพิ่ม
ข้อเท้าเคยบาดเจ็บมาก่อน
การตรวจวินิจฉัย
แพทย์จะตรวจร่างกาย ดูการบวมและการเคลื่อนไหวของข้อ จากนั้นอาจตรวจเพิ่มเติม ได้แก่
เอกซเรย์ ดูความสึกหรอและการเปลี่ยนแปลงของข้อ
อัลตราซาวด์ ตรวจการอักเสบและน้ำในข้อ
เอ็มอาร์ไอ (เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ตรวจละเอียดถึงเยื่อหุ้มข้อและกระดูกอ่อน
การรักษาแบบไม่ผ่าตัด
ควบคุมโรค SLE ให้ดี ด้วยการใช้ยากดภูมิภายใต้การดูแลของแพทย์
พักข้อเท้า ลดการใช้งานที่หนักเกินไป
ยาแก้ปวดและลดอักเสบ เพื่อบรรเทาอาการ
กายภาพบำบัด เช่น ฝึกการเคลื่อนไหวข้อเท้า เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อ
การฉีดยาลดอักเสบเฉพาะที่ด้วยอัลตราซาวด์ เพื่อให้ยาออกฤทธิ์แม่นยำและลดการกดทับ
อุปกรณ์พยุงข้อเท้า เช่น เฝือกอ่อน หรือรองเท้าพิเศษ เพื่อช่วยรับแรงและป้องกันข้อทรุด
เมื่อไหร่ควรพิจารณาผ่าตัด
ข้อเท้าเจ็บปวดเรื้อรังจนเดินไม่ได้
ข้อผิดรูปหรือทรุดมาก
รักษาด้วยวิธีอื่นไม่ดีขึ้น การผ่าตัดอาจทำได้ทั้งการเชื่อมข้อ (Fusion) หรือการเปลี่ยนข้อเท้าเทียม ขึ้นกับสภาพข้อและอายุผู้ป่วย
พยากรณ์โรค
หากควบคุม SLE ได้ดีและรักษาตามขั้นตอน อาการปวดข้อเท้าจะทุเลาลงและสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้ปกติ แต่โรค SLE เป็นโรคเรื้อรัง จึงมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ ต้องติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง
ข้อเท้าติดแข็ง เคลื่อนไหวลำบาก
ข้อผิดรูปถาวร
การติดเชื้อในข้อ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยากดภูมิ
การดูแลตัวเองเบื้องต้น
ควบคุมโรค SLE ตามคำแนะนำแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
เลี่ยงการยืนหรือเดินนานเกินไป
ออกกำลังกายที่ไม่ลงน้ำหนัก เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน
ใช้รองเท้าที่มีพื้นนุ่มและพอดี
ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์
สรุป
ข้อเท้าเสื่อมจากโรค SLE เป็นปัญหาที่พบได้ และหากไม่รักษาอาจทำให้เดินไม่ได้ในที่สุด การควบคุมโรคและดูแลข้อเท้าอย่างถูกวิธีตั้งแต่แรกเริ่มจะช่วยยืดอายุข้อและลดโอกาสการผ่าตัดในอนาคต
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ข้อเท้าเสื่อม #SLE #ปวดข้อเท้า #กายภาพบำบัด #ฉีดยาลดอักเสบ