
หลายคนอาจเริ่มจากปวดเข่าเพียงเล็กน้อยเวลาเดินขึ้นบันได แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาการกลับรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนบางคนไม่สามารถเดินไกลได้เหมือนเดิม นี่คือสัญญาณของ โรคข้อเข่าเสื่อม ที่หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาจพัฒนาจนถึง “ข้อเข่าเสื่อมระยะที่สี่” ซึ่งเป็นระยะที่รุนแรงที่สุด
คุณยายสมศรี อายุ 72 ปี เล่าว่า เริ่มเจ็บเข่ามาหลายปี ตอนแรกคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาตามวัย แต่ปัจจุบันเจ็บทุกครั้งแม้เพียงเดินในบ้าน ข้อเข่าโก่งจนเดินลำบาก ตรวจแล้วพบว่าเป็นข้อเข่าเสื่อมระยะที่สี่ จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่จริงจังเพื่อกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ
ข้อเข่ามีผิวกระดูกอ่อนทำหน้าที่เหมือนเบาะรองรับแรงกระแทก แต่เมื่อใช้งานมากขึ้น อายุเพิ่มขึ้น หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ กระดูกอ่อนจะสึกกร่อน บาง แตก หรือหายไป ทำให้กระดูกแข็งด้านในเสียดสีกันโดยตรง เกิดอาการปวด บวม และข้อผิดรูป
ระยะที่ 1–2: มีอาการปวดบ้าง แต่ยังใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ
ระยะที่ 3: ปวดมากขึ้น เดินไกลลำบาก เริ่มมีข้อโก่ง
ระยะที่ 4: ผิวข้อถูกทำลายเกือบหมด กระดูกชนกันโดยตรง ข้อโก่งรุนแรง ปวดแม้ในขณะพัก
ปวดเข่ามากแม้ไม่ได้เดิน
ข้อฝืด บวมตึง เคลื่อนไหวลำบาก
มีเสียงดัง “ก๊อบแก๊บ” ทุกครั้งที่ขยับ
ข้อโก่งหรือผิดรูป เดินกะเผลก
ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวัน เช่น เดินตลาด ทำอาหาร หรือลุกนั่งได้เหมือนเดิม
อายุที่มากขึ้น
น้ำหนักตัวเกิน ทำให้ข้อรับแรงมาก
ใช้งานเข่าหนัก เช่น ยกของ นั่งยอง ๆ นั่งพับเพียบ
อุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บที่เข่า
พันธุกรรมหรือโครงสร้างข้อผิดปกติ
การตรวจร่างกาย ดูลักษณะการเคลื่อนไหวและข้อโก่ง
เอกซเรย์ พบช่องว่างข้อหายไป กระดูกชนกัน กระดูกงอก
เอ็มอาร์ไอ (เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) เพื่อดูรายละเอียดของกระดูกอ่อนและเยื่อบุข้อในบางราย
ยาแก้ปวดและยาลดอักเสบ
การฉีดยาลดอักเสบเข้าข้อ หรือฉีดน้ำหล่อเลี้ยงข้อเทียม
กายภาพบำบัด เสริมกล้ามเนื้อรอบเข่า
ใช้อุปกรณ์ช่วยพยุง เช่น สนับเข่า ไม้เท้า
ในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระยะที่สี่ การรักษาแบบไม่ผ่าตัดมักช่วยได้เพียงบรรเทาอาการชั่วคราว แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ ทางเลือกหลักคือ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ซึ่งช่วยลดอาการปวดและทำให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง
ข้อดี
ลดอาการปวดอย่างชัดเจน
เดินและทำกิจกรรมได้ใกล้เคียงปกติ
ปรับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
ข้อจำกัด
ต้องมีการฟื้นฟูและทำกายภาพหลังผ่าตัด
มีความเสี่ยงจากการผ่าตัด เช่น การติดเชื้อ หรือลิ่มเลือดอุดตัน
อายุการใช้งานของข้อเข่าเทียมเฉลี่ย 15–20 ปี
ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและทำกายภาพบำบัดต่อเนื่อง มักกลับมาเดินได้ใกล้เคียงปกติและเจ็บปวดน้อยลงมาก แต่หากไม่รักษา ผู้ป่วยอาจต้องนอนติดเตียง เสี่ยงต่อแผลกดทับ ปอดอักเสบ และภาวะซึมเศร้า
ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์
เลือกออกกำลังกายที่ไม่กระแทกเข่า เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน
หลีกเลี่ยงท่านั่งยอง นั่งพับเพียบ หรือนั่งพื้นนาน ๆ
ใส่รองเท้าที่รับแรงกระแทกได้ดี
หากมีอาการปวดเข่าควรพบแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ข้อเข่าเสื่อมระยะที่สี่คือระยะรุนแรงที่สุด ทำให้ผู้ป่วยปวดมาก ข้อโก่งผิดรูป และเดินลำบาก การรักษาด้วยยาและกายภาพอาจช่วยบรรเทาได้บ้าง แต่ทางออกหลักคือการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้คุณภาพอีกครั้ง การดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยชะลอไม่ให้โรคพัฒนาไปถึงระยะรุนแรงนี้
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ข้อเข่าเสื่อม #ข้อเข่าเสื่อมระยะสี่ #ปวดเข่า #เปลี่ยนข้อเข่าเทียม #หมอเก่งกระดูกและข้อ