ปวดส้นเท้า เดินแล้วเจ็บ เหยียบพื้นแล้วสะดุ้ง เป็นโรคอะไร?

ปวดส้นเท้า เดินแล้วสะดุ้ง — ระวังโรค 'รองช้ำ' ที่หลายคนเป็นโดยไม่รู้ตัว!

"หมอครับ ผมตื่นเช้ามา เหยียบพื้นปุ๊บ เจ็บจี๊ดตรงส้นเท้าเหมือนโดนหนามแทง ต้องค่อย ๆ เดินถึงจะดีขึ้น พอสาย ๆ ก็เดินได้ปกติ... แต่พอวันรุ่งขึ้นก็เป็นอีกครับ"

คุณเอก อายุ 44 ปี พนักงานออฟฟิศที่รักการออกกำลังกาย เล่าอาการให้หมอฟัง

หมอฟังแล้วก็พยักหน้า เพราะอาการแบบนี้ตรงกับโรคที่เรียกว่า “รองช้ำ” (หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า พังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ)

หมออยากบอกว่า... โรคนี้พบได้บ่อยมาก และมักเกิดกับคนที่ใช้เท้าผิดวิธี หรือใช้งานหนักเกินไป

หลายคนคิดว่าปวดเท้า เดี๋ยวก็หาย พักหน่อยก็พอ

แต่ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ปรับพฤติกรรม โรคนี้อาจเรื้อรัง และทำให้เจ็บทุกครั้งที่เดิน หรือแม้แต่ยืนเฉย ๆ

รองช้ำคืออะไร?

ใต้ฝ่าเท้าของเรามีพังผืดชั้นหนึ่งที่ชื่อว่า "พังผืดฝ่าเท้า" ทำหน้าที่เหมือนแผ่นยางรับแรงกระแทกเวลาเดินหรือวิ่ง

ถ้าเราเดินเยอะ ยืนนาน วิ่งหนัก ใส่รองเท้าไม่เหมาะ หรือมีน้ำหนักตัวมากเกินไป

พังผืดนี้จะถูกยืดซ้ำ ๆ จนเกิดการอักเสบ โดยเฉพาะบริเวณ “ส้นเท้า”

และนั่นแหละครับ คือที่มาของชื่อเล่นว่า “รองช้ำ” — เพราะมันเจ็บคล้ายเท้าถูกกระแทกจนช้ำ!

อาการของโรครองช้ำ

  • เจ็บจี๊ดที่ส้นเท้า โดยเฉพาะตอนเหยียบพื้นครั้งแรกหลังตื่นนอน

  • เดินแล้วสะดุ้ง โดยเฉพาะหลังนั่งหรือยืนนาน ๆ แล้วมาเดิน

  • อาการดีขึ้นเมื่อเดินไปสักพัก แต่จะกลับมาเจ็บใหม่ถ้าเดินเยอะ

  • อาจเจ็บลามไปกลางฝ่าเท้า ถ้าเป็นมาก

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นรองช้ำ

  • เดินเยอะ วิ่งบ่อย โดยเฉพาะบนพื้นแข็ง

  • ใส่รองเท้าพื้นแข็ง พื้นบาง หรือส้นสูง

  • น้ำหนักเกิน ทำให้เท้ารับแรงมาก

  • โครงสร้างเท้าผิดปกติ เช่น เท้าแบน เท้าโก่ง

  • ยืนนาน ๆ โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ

การตรวจวินิจฉัย

หมอจะตรวจร่างกายโดยการกดจุดต่าง ๆ ที่ส้นเท้า

หากกดแล้วเจ็บตรงจุดเกาะของพังผืด มักชี้ชัดว่าเป็นรองช้ำ

บางรายอาจต้อง X-ray เพื่อแยกโรคอื่น เช่น กระดูกส้นเท้างอก หรือรอยร้าวจากอุบัติเหตุ

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม อาจใช้ ultrasound ดูพังผืดที่อักเสบแบบ real-time ได้

แนวทางรักษารองช้ำแบบเข้าใจง่าย

พักการใช้งานเท้า ลดกิจกรรมที่เดินหรือยืนนาน ๆ โดยเฉพาะบนพื้นแข็ง

ประคบเย็น วันละ 10–15 นาที 2–3 ครั้ง เพื่อลดการอักเสบ

ยืดพังผืด เช่น ท่ายืดฝ่าเท้า ท่าเหยียดน่อง และการใช้ลูกบอลกลิ้งฝ่าเท้า

ใส่รองเท้าเหมาะสม เน้นพื้นนุ่ม รองรับแรงกระแทก มีแผ่นเสริมส้นเท้าหรือใช้ insole

ยา เช่น ยาแก้อักเสบ หรือยาทาเฉพาะจุด

ฉีดยาลดอักเสบ (เฉพาะกรณีเรื้อรัง) โดยแพทย์จะใช้ ultrasound ช่วยระบุตำแหน่ง

กายภาพบำบัด เช่น shock wave หรือ ultrasound therapy หากตอบสนองต่อการรักษาทั่วไปไม่ดี

พยากรณ์โรค และภาวะแทรกซ้อน

  • โรครองช้ำส่วนใหญ่สามารถหายได้ภายใน 6–12 สัปดาห์ หากรักษาถูกวิธี

  • หากไม่ดูแล อาจกลายเป็นโรคเรื้อรัง ใช้ชีวิตลำบาก หรือเกิดกระดูกงอกตามมา

  • ความเจ็บเรื้อรังอาจส่งผลให้เดินผิดท่า จนปวดเข่า หรือปวดสะโพกตามมาได้

หมอสรุปว่า...

อาการปวดส้นเท้าเวลาเดิน อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก ถ้าเกิดซ้ำ ๆ ทุกวัน

อย่ารอให้เจ็บจนเดินไม่ได้ เพราะโรครองช้ำสามารถรักษาและป้องกันได้ง่าย ๆ

ขอแค่เข้าใจ และไม่ฝืนใช้งานเท้ามากเกินไป

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดส้นเท้า #รองช้ำ #เจ็บส้นเท้า #พังผืดฝ่าเท้าอักเสบ #เดินแล้วสะดุ้ง #หมอเก่งกระดูกและข้อ