ชาฝ่าเท้า ปวดแสบปวดร้อนฝ่าเท้า — แค่เหนื่อยล้า หรือร่างกายส่งสัญญาณเตือน?
"หมอครับ เดินแป๊บเดียว แต่รู้สึกเหมือนเหยียบถ่านร้อน ๆ ตลอดเวลา... ทั้งที่เท้าก็ไม่ได้พองหรือเป็นแผลอะไรเลย"
คุณลุงชาญ อายุ 67 ปี เดินเข้ามาหาหมอด้วยท่าทางกะเผลก ๆ พร้อมสีหน้ากังวล
อาการที่ทำให้ลุงต้องมาคือ — รู้สึกเหมือน “แสบร้อน” และ “ชาฝ่าเท้า” โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
หมอถามไถ่และตรวจเพิ่มเติมพบว่า ลุงชาญมีเบาหวานมาหลายปีแล้ว
หมออยากบอกว่า... อาการแสบร้อนที่ฝ่าเท้า ชา เหยียบไม่ค่อยรู้สึก อาจไม่ใช่แค่เมื่อยหรือเดินเยอะ
หลายคนมักคิดว่า "ชาฝ่าเท้า" เป็นเรื่องเล็กน้อย พักเดี๋ยวก็หาย
แต่ความจริงแล้ว อาการแบบนี้อาจเป็นสัญญาณของ "เส้นประสาทส่วนปลายอักเสบ" โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน หรือในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการไหลเวียนของเลือด
หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา อาจทำให้เกิดแผลเรื้อรัง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หรือถึงขั้นสูญเสียอวัยวะได้
ชาฝ่าเท้า แสบร้อนฝ่าเท้า คืออะไร?
อาการชาฝ่าเท้า หรือรู้สึกแสบร้อนเหมือนไฟลน เกิดจากปลายประสาทที่ทำหน้าที่รับความรู้สึก ถูกทำลายหรือทำงานผิดปกติ
บางคนรู้สึกเหมือนฝ่าเท้าโดนเข็มทิ่ม เหยียบอะไรแหลม ๆ
บางคนรู้สึกว่าฝ่าเท้าร้อนจัด โดยเฉพาะเวลากลางคืน
หรือบางคนกลับกัน... คือไม่รู้สึกอะไรเลยเหมือนเดินบนสำลี ทั้ง ๆ ที่เหยียบพื้นแข็ง
สาเหตุของอาการชาฝ่าเท้า ปวดแสบปวดร้อน
เบาหวาน (โดยเฉพาะถ้าน้ำตาลไม่คุม)
ภาวะปลายประสาทอักเสบจากแอลกอฮอล์ หรือยาบางชนิด
การขาดวิตามินบี โดยเฉพาะ B1, B6, B12
โรคไตเรื้อรัง
ภาวะการไหลเวียนของเลือดไม่ดี เช่น หลอดเลือดส่วนปลายตีบ
โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (โดยเฉพาะเส้นประสาทที่หลังส่วนล่าง)
จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นจากอะไร?
หมอจะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด ถามถึงโรคประจำตัว การใช้ยา พฤติกรรมการใช้ชีวิต
จากนั้นจะตรวจร่างกาย โดยเฉพาะระบบประสาท การรับความรู้สึก อุณหภูมิ การทรงตัว และกำลังกล้ามเนื้อ
ในบางรายอาจต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น
ตรวจเลือดดูระดับน้ำตาล ไต วิตามิน
การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG/NCS)
เอ็กซเรย์หรือ MRI ถ้าสงสัยว่ามีปัญหาที่กระดูกสันหลัง
แนวทางการรักษา
ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ตรวจพบ เช่น
หากเป็นเบาหวาน ต้องควบคุมน้ำตาลให้ดี
ถ้าเกิดจากการขาดวิตามิน ก็ให้เสริมวิตามิน
ถ้าเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ ต้องหยุดดื่ม
ถ้าเกี่ยวกับหมอนรองกระดูก ต้องดูว่าต้องรักษาด้วยยา กายภาพ หรือผ่าตัด
ในเรื่องของอาการปวดแสบปวดร้อน หมออาจให้ยาบรรเทาอาการ เช่น
ยาที่ช่วยลดการทำงานผิดปกติของเส้นประสาท เช่น กลุ่มยากันชักบางชนิด หรือยาต้านซึมเศร้าในขนาดต่ำ
ยาทาเฉพาะที่ หรือแผ่นแปะบางชนิด
การทำกายภาพ เช่น ฝึกทรงตัว ฝึกเดิน กระตุ้นไฟฟ้าแบบอ่อน
พยากรณ์โรค และภาวะแทรกซ้อน
ถ้าเป็นจากเส้นประสาทถูกทำลายนาน อาจไม่สามารถฟื้นตัวได้ 100% แต่ถ้ารักษาตั้งแต่ต้น อาการดีขึ้นได้มาก
ภาวะแทรกซ้อนที่หมอห่วง คือ
เดินแล้วล้มง่าย เพราะเท้าไม่รู้สึก
มีแผลโดยไม่รู้ตัว เพราะเหยียบของมีคมแล้วไม่เจ็บ
แผลเรื้อรังติดเชื้อในผู้ป่วยเบาหวาน
หมอสรุปว่า...
ถ้าคุณหรือคนที่คุณรัก มีอาการชาหรือแสบที่ฝ่าเท้าบ่อย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ อย่าคิดว่าแค่เดินเยอะ อย่าคิดว่าเดี๋ยวก็หาย
เพราะบางครั้ง... มันอาจเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญของโรคที่รักษาได้ ถ้ามาเร็ว
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ชาฝ่าเท้า #ปวดแสบเท้า #ปลายประสาทอักเสบ #เบาหวานลงเท้า #แสบร้อนฝ่าเท้า #ปวดเท้า #หมอเก่งกระดูกและข้อ
