ปวดหลัง ก้าวขาไม่ค่อยออก…ระวังหมอนรองกระดูกเสื่อม-โพรงประสาทตีบ
"หมอคะ ตอนนี้เวลาเดินไปนิดเดียวก็ปวดร้าวลงขา ต้องหยุดพักก่อน พอพักแล้วถึงเดินต่อได้ เดินนาน ๆ ไม่ได้เลยค่ะ เหมือนขาไม่มีแรง ก้าวไม่ค่อยออก"
เสียงจากคุณป้าสุรี อายุ 68 ปี ที่มาพบหมอด้วยอาการปวดหลังและขาแบบที่ทำให้ใช้ชีวิตลำบาก เดินไปตลาดก็ลำบาก จะไปเที่ยวกับหลานก็ต้องคอยหาที่นั่งพักทุก 5 นาที
อาการแบบนี้ หมออยากให้หลายคนรู้จักไว้ เพราะเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ชื่อว่า “โพรงประสาทตีบ” หรือ "Spinal Canal Stenosis"
โรคนี้เกี่ยวข้องกับการเสื่อมของกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูก ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามวัย แต่ถ้าเสื่อมมากผิดปกติ อาจกดทับเส้นประสาทจนเดินไม่ได้เลย
โพรงประสาทตีบ เกิดจากอะไร?
ในกระดูกสันหลังของเรา มีโพรงประสาทที่เป็นทางเดินของเส้นประสาทจากสมองไปยังขาและแขน
เมื่ออายุมากขึ้น หมอนรองกระดูกและข้อกระดูกจะเริ่มเสื่อม กระดูกอาจงอก พังผืดหนาขึ้น และช่องทางที่เส้นประสาทผ่านก็แคบลง
ถ้าแคบมาก จนเบียดหรือกดเส้นประสาท ก็จะทำให้เกิดอาการปวดร้าวลงขา ชา ขาไม่มีแรง หรือที่เรียกกันว่า "เดินแล้วขาไม่มีแรง ต้องหยุดพักเป็นระยะ" ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของโรคนี้
อาการแบบไหนที่ควรสงสัยว่าเป็นโพรงประสาทตีบ?
ปวดหลังร้าวลงขา โดยเฉพาะเวลาเดิน
ขาไม่มีแรง รู้สึกชา หรือหนัก ๆ
เดินไกลไม่ได้ ต้องหยุดพักเป็นระยะ เดินแล้วดีขึ้นตอนนั่ง
บางคนรู้สึกเหมือนสะโพกติด หรือขาติดเวลาเดิน
อาการอาจเริ่มเป็นน้อย ๆ และค่อย ๆ แย่ลงตามเวลา หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา
ใครบ้างที่เสี่ยงต่อโรคนี้?
ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
คนที่มีประวัติหมอนรองกระดูกเสื่อม
เคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณหลัง
มีน้ำหนักเกิน
มีอาชีพที่ต้องยืน เดิน หรือนั่งนาน ๆ
หมอจะวินิจฉัยโรคนี้อย่างไร?
เริ่มจากซักประวัติ และตรวจร่างกาย เช่น การยืน เดิน ทดสอบแรงกล้ามเนื้อ และการรับความรู้สึก
จากนั้นแพทย์อาจส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น:
X-ray ดูความเสื่อมของกระดูก และการผิดรูปของข้อกระดูก
MRI ช่วยให้เห็นรายละเอียดของโพรงประสาท เส้นประสาท และหมอนรองกระดูกได้ชัดเจน
MRI เป็นการตรวจที่ช่วยยืนยันการวินิจฉัยได้ดีที่สุดในโรคนี้
แนวทางการรักษา ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด
ข่าวดีคือ คนไข้ที่มีอาการปวดหลังร้าวลงขา ส่วนใหญ่กว่า 90% สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ โดยไม่ต้องผ่าตัด
แนวทางรักษาหลักคือการรักษาแบบไม่ผ่าตัด ดังนี้:
ปรับพฤติกรรม เช่น เลี่ยงการยืนนาน เดินนาน หรือท่านั่งที่กระตุ้นอาการ
ทานยา เช่น ยาแก้อักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาช่วยลดการบวมของเส้นประสาท
ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด ด้วยเครื่องมือช่วยระบุตำแหน่ง เช่น Ultrasound หรือ C-arm ซึ่งช่วยลดอาการอักเสบในบริเวณที่เส้นประสาทถูกกดทับ
กายภาพบำบัด เช่น การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ฝึกกล้ามเนื้อหลัง และฝึกเดินให้เหมาะสม
การรักษาแบบไม่ผ่าตัดอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน แต่หากทำต่อเนื่องและดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น และสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ
แล้วเมื่อไรต้องผ่าตัด?
แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดในกรณี:
อาการไม่ดีขึ้นหลังรักษาอย่างต่อเนื่อง 3–6 เดือน
ขาอ่อนแรงมาก เดินไม่ได้ หรือมีอาการทรุด
ควบคุมปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ (ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน)
ปัจจุบันการผ่าตัดพัฒนาไปมาก เช่น การผ่าตัดแผลเล็ก หรือผ่าตัดผ่านกล้อง ช่วยให้คนไข้ฟื้นตัวเร็ว เจ็บน้อย และกลับไปใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น
สรุปจากหมอ
โรคโพรงประสาทตีบ หมอนรองกระดูกเสื่อม เป็นสาเหตุที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ และเป็นต้นเหตุของอาการปวดหลังร้าวลงขา เดินไกลไม่ไหว ขาไม่มีแรง
แต่ส่วนใหญ่สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการปรับพฤติกรรม ทานยา ฉีดยา และกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง
หมออยากให้ทุกคนรู้ว่า ถ้ารักษาตรงจุด ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#โพรงประสาทตีบ #SpinalStenosis #ปวดหลัง #เดินไม่ไหว #หมอนรองกระดูกเสื่อม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กระดูกและข้อ
