ปวดสะโพกร้าวลงขา...ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้ออักเสบ อาจเป็น "เอ็นกล้ามเนื้อสะโพกมีหินปูนเกาะ"

คนไข้ผู้หญิงวัย 52 ปี เดินเข้ามาด้วยอาการปวดสะโพกด้านขวาเวลาเดิน นั่งนานก็ปวด นอนตะแคงขวายิ่งปวด ร้าวลงต้นขาด้านข้างจนบางวันเดินกะเผลก

เธอบอกว่าเคยคิดว่าเป็นแค่กล้ามเนื้ออักเสบ นวด ทายา กินยาเอง แต่พอหยุดยา...อาการก็กลับมาอีก จนเพื่อนที่เคยเป็นคล้ายกันแนะนำให้มาหาหมอ

พอตรวจร่างกายและทำอัลตราซาวนด์ พบว่ามี **หินปูนเกาะที่จุดเกาะของเส้นเอ็นกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้าง (gluteal insertion)**ใกล้กับกระดูกโคนขา (greater trochanter) พูดง่าย ๆ ก็คือ "เอ็นสะโพกอักเสบเรื้อรังจากหินปูนเกาะ" หรือที่เราเรียกว่า calcific tendinitis นั่นเองครับ

เอ็นอักเสบจากหินปูนเกาะคืออะไร?

โดยปกติ เส้นเอ็นทำหน้าที่ยึดกล้ามเนื้อกับกระดูก ช่วยให้เราขยับสะโพก ยืน เดิน หรือนั่งได้ตามปกติ

แต่ในบางคน โดยเฉพาะช่วงอายุ 40–60 ปี อาจเกิดการสะสมของแคลเซียมในเส้นเอ็น ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ปวดเรื้อรัง และในบางช่วงอาจปวดมากแบบเฉียบพลันจนขยับแทบไม่ได้

ทำไมถึงเกิดหินปูนที่เอ็นสะโพก?

แม้จะยังไม่รู้สาเหตุชัดเจน 100% แต่ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่:

  • ใช้งานสะโพกซ้ำ ๆ โดยเฉพาะท่าที่ลงน้ำหนักข้างเดียว เช่น ยืนพิงขาเดียวบ่อย ๆ

  • อุบัติเหตุกระแทกที่สะโพก

  • การไหลเวียนเลือดบริเวณเอ็นลดลงตามอายุ

  • พฤติกรรมการนั่งนาน ๆ โดยไม่เปลี่ยนท่า

ทั้งหมดนี้ ทำให้เส้นเอ็นเกิดการอักเสบเรื้อรัง และร่างกายตอบสนองโดยการสะสมแคลเซียมเป็นจุดเล็ก ๆ ที่เรียกว่า "หินปูน"

อาการแบบไหน…ที่ควรสงสัย?

  • ปวดลึก ๆ ที่สะโพกด้านข้าง โดยเฉพาะตรงปุ่มกระดูกสะโพก

  • ปวดตอนนั่งนาน หรือตอนนอนตะแคงข้างนั้น

  • ปวดร้าวลงต้นขาหรือข้างก้นฃ

  • เดินมาก ๆ แล้วยิ่งปวด หรือลุกจากเก้าอี้แล้วเจ็บจี๊ด

  • ทายา กินยาเองหายแค่ชั่วคราว แล้วกลับมาเป็นอีก

ตรวจอย่างไรให้ชัด?

หมอจะตรวจร่างกายและใช้อัลตราซาวนด์ดูว่า

  • จุดที่ปวดตรงกับจุดเกาะของเส้นเอ็น gluteal หรือไม่

  • มีหินปูนขนาดเล็กที่ปลายเอ็นหรือเปล่า

  • มีถุงน้ำอักเสบแทรกอยู่ด้วยหรือไม่

ถ้าต้องการเห็นรายละเอียดชัดขึ้น อาจทำ MRI เพื่อดูว่าเส้นเอ็นมีการฉีกขาดเล็ก ๆ ร่วมด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นเรื้อรัง

รักษาอย่างไร?

1. พฤติกรรมและกายภาพ

  • หลีกเลี่ยงการนั่งนาน ๆ หรือนอนตะแคงข้างที่ปวด

  • ยืดกล้ามเนื้อสะโพกอย่างถูกวิธี (ควรปรึกษานักกายภาพบำบัด)

2. ยาแก้อักเสบ / ลดปวด

  • ใช้ในช่วงที่ปวดมาก เพื่อบรรเทาอาการและลดการอักเสบ

3. ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด

  • โดยใช้เครื่อง ultrasound ช่วยระบุตำแหน่งหินปูน ทำให้แม่นยำและลดผลข้างเคีย

4. ผ่าตัด (กรณีไม่ดีขึ้นเลย)

  • ถ้าอาการไม่ดีขึ้นด้วยวิธีข้างต้น และหินปูนมีขนาดใหญ่หรือทำให้เอ็นฉีกขาด อาจพิจารณาผ่าตัดเอาหินปูนออก

หายขาดไหม? ต้องดูแลนานแค่ไหน?

ถ้าได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ส่วนใหญ่จะดีขึ้นภายใน 4–6 สัปดาห์

แต่ถ้าเป็นบ่อย ๆ หรือปล่อยให้เรื้อรัง อาจทำให้เอ็นเสื่อมมากขึ้น และมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้

การติดตามดูอาการ และดูแลการใช้งานสะโพกในระยะยาวเป็นสิ่งสำคัญ

หมอสรุปให้ว่า...

ถ้าคุณหรือคนที่บ้านมีอาการปวดสะโพกด้านข้าง นั่งก็ปวด นอนก็เจ็บ เดินมากแล้วร้าวลงขา อย่าคิดว่าแค่กล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา

เพราะอาจเป็น เอ็นสะโพกอักเสบจากหินปูน (calcific tendinitis) ที่รักษาให้หายได้ ถ้าตรวจเจอและรักษาถูกวิธี

อย่าปล่อยให้เรื้อรังจนเดินไม่ได้ มาหาหมอเพื่อตรวจให้แน่ใจครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดสะโพก #กล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ #เอ็นสะโพกอักเสบ #หินปูนเกาะเอ็น #ปวดสะโพกเรื้อรัง #calcifictendinitis #หมอเก่งกระดูกและข้อ