
“หมอคะ ทำไมหนูอายุแค่ห้าสิบ แต่เข่าทั้งสองข้างปวด บวม แดง ตื่นเช้ามาทีไรยังก้าวไม่ออกเลย ต้องนั่งนวดเข่าตั้งนานถึงจะเดินได้”
นี่คือคำบ่นของคุณมาลี (นามสมมติ) ที่เดินกะเผลกเข้ามาหาหมอในวันหนึ่ง เธอเคยคิดว่าแค่ข้อเสื่อมตามอายุ แต่จริง ๆ แล้วสาเหตุคือ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ที่ทำให้เข่าเสื่อมเร็วกว่าปกติ และสร้างความทุกข์ทรมานอย่างมาก
โรคนี้ไม่ใช่ข้อเสื่อมธรรมดา แต่เป็นโรคที่เกิดจาก ภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานผิดพลาด เหมือนมี “ทหารในร่างกาย” ที่หันมาโจมตีข้อของตัวเอง ทำให้เยื่อบุข้ออักเสบ บวม และสร้างน้ำในข้อเพิ่มขึ้น
เมื่ออักเสบเรื้อรังนาน ๆ จะทำให้กระดูกอ่อนผุกร่อนลง คล้ายกับ “ยางรถที่ถูกขูดจนบาง” จนในที่สุดกระดูกขัดสีกัน กลายเป็น ข้อเสื่อม ที่เจ็บปวดและเคลื่อนไหวน้อยลง
ปวดและบวมที่ข้อเข่า มักเป็นทั้งสองข้างพร้อมกัน
เข่ารู้สึกตึง ขยับลำบาก โดยเฉพาะตอนเช้า มักใช้เวลาเกิน 30 นาทีถึงจะดีขึ้น
เดินขึ้นลงบันไดลำบาก นั่งยอง ๆ หรือพับเพียบแทบไม่ได้
หากปล่อยไว้นาน ข้อเข่าอาจผิดรูป เดินกะเผลก และทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงมาก
เพศหญิงพบมากกว่าผู้ชาย
มักเริ่มเป็นช่วงอายุ 30–60 ปี
ผู้ที่มีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้
ผู้ที่เคยสูบบุหรี่หรือมีภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ
หมอจะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย เช่น กดรอบเข่า ดูการบวม แดง ร้อน และเช็คการเคลื่อนไหวของข้อ
ตรวจเพิ่มเติมที่ช่วยยืนยัน ได้แก่
ตรวจเลือด เช่น ค่าการอักเสบ (ESR, CRP) หรือสารที่เกี่ยวข้องกับโรครูมาตอยด์
เอกซเรย์เข่า เพื่อดูว่ามีการกร่อนของกระดูกอ่อนหรือข้อแคบลงหรือไม่
MRI ช่วยเห็นรายละเอียดเยื่อบุข้อและกระดูกได้ชัด
บางกรณีอาจดูดน้ำในข้อเพื่อตรวจว่าเป็นการอักเสบแบบรูมาตอยด์ ไม่ใช่การติดเชื้อ
การดูแลต้องทำหลายด้านควบคู่กัน
การปรับพฤติกรรม
การใช้ยา
การฉีดยาเข้าข้อ
การผ่าตัด
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ไม่หายขาด แต่หากรักษาและควบคุมได้เร็ว สามารถชะลอการเสื่อมของข้อเข่าได้
หากปล่อยทิ้งไว้ อาจเกิดปัญหา เช่น
ข้อเข่าผิดรูป เดินไม่ได้
การอักเสบลามไปข้ออื่น เช่น ข้อมือ ข้อเท้า
ภาวะแทรกซ้อนนอกข้อ เช่น หัวใจ ปอด อ่อนแรงจากการใช้ยาบางชนิด
ดังนั้นการตรวจพบและรักษาเร็วคือสิ่งสำคัญที่สุด
รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์
ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยานในบ้าน เดินช้า ๆ
เลี่ยงท่านั่งยอง พับเพียบ คุกเข่า
ใช้อุปกรณ์พยุงข้อเข่าเมื่อต้องเดินไกล
พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด ซึ่งมีผลต่อภูมิคุ้มกันด้วย
ข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นโรคที่ “ภูมิคุ้มกันโจมตีตัวเอง” ทำให้ข้อเข่าอักเสบและเสื่อมเร็วกว่าปกติ อาการที่หลายคนคิดว่า “แก่แล้วข้อเสื่อมธรรมดา” จริง ๆ อาจเป็นโรคนี้ก็ได้
หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการปวด บวม แดง เข่าตึงตอนเช้า และไม่ดีขึ้น ควรมาพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรักษาโดยเร็วที่สุดครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ข้อเข่าเสื่อม #ข้ออักเสบรูมาตอยด์ #ปวดเข่า #โรคข้อ #สุขภาพผู้สูงอายุ #หมอเก่งกระดูกและข้อ