“หมอครับ ทำไมพอเดินไปได้แค่ 5–10 นาที ขาผมก็เริ่มชา หนัก ๆ เหมือนหมดแรง ต้องหยุดนั่งพักสักครู่ถึงจะเดินต่อได้ แต่ถ้านั่งหรือก้มตัวก็ดีขึ้น เดินได้อีกหน่อย พอเดินไกลก็กลับมาเป็นอีก”
นี่คืออาการที่คุณชาญ (นามสมมติ) อายุ 65 ปี มาหาหมอในคลินิกกระดูกและข้อ หลายคนคิดว่าเป็นเพียงอาการปวดหลังธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วนี่อาจเป็นสัญญาณของโรค ช่องกระดูกสันหลังตีบ (Spinal Canal Stenosis) ซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ
ภายในกระดูกสันหลังจะมี “ช่องกระดูกสันหลัง” ที่เส้นประสาทไขสันหลังวิ่งผ่านไปเลี้ยงแขนขา เมื่ออายุมากขึ้น กระดูก เอ็น และหมอนรองกระดูกเสื่อมลง ทำให้ช่องนี้แคบลง กดทับเส้นประสาท จึงเกิดอาการปวดหลังและร้าวลงขา
เปรียบเหมือน “ท่อน้ำที่ถูกตะกรันเกาะ” ทำให้น้ำไหลไม่สะดวก พอช่องทางเดินเส้นประสาทแคบลง เส้นประสาทก็ถูกเบียด จึงส่งสัญญาณผิดปกติออกมาเป็นอาการเจ็บ ปวด หรือชา
ปวดหลังเรื้อรัง โดยเฉพาะเวลายืนหรือเดินนาน ๆ
ปวดร้าวลงขา ขาชา หนัก หรืออ่อนแรง
อาการแย่ลงเมื่อเดินหรือแอ่นหลัง แต่ดีขึ้นเมื่อได้นั่งพักหรือก้มตัว
เดินได้ระยะทางสั้นลงเรื่อย ๆ จนบางคนเรียกว่า “เดินแล้วขาตาย”
หากรุนแรงมาก อาจมีอาการควบคุมการขับถ่ายผิดปกติ (ปัสสาวะหรืออุจจาระราด)
ผู้สูงอายุที่กระดูกและหมอนรองกระดูกเสื่อม
ผู้ที่เคยมีหมอนรองกระดูกเคลื่อนมาก่อน
ผู้ที่มีภาวะกระดูกสันหลังคดหรือผิดรูป
ผู้ที่ทำงานแบกหามหรือใช้งานหลังหนัก
ซักประวัติและตรวจร่างกาย
เอกซเรย์กระดูกสันหลัง
MRI
1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด
พักการใช้งานหลังที่หนักเกินไป
กายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องให้แข็งแรง
ใช้ยาแก้ปวดหรือยาลดอักเสบเมื่อจำเป็น
การฉีดยาลดอักเสบรอบเส้นประสาท โดยใช้เครื่อง ultrasound หรือ fluoroscope ช่วยนำทาง
2. การรักษาแบบผ่าตัด
โรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง แต่หากวินิจฉัยเร็วและรักษาเหมาะสม ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถควบคุมอาการได้ดี และยังคงใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
แต่หากปล่อยไว้นาน เส้นประสาทถูกกดทับมากขึ้น อาจทำให้เกิดความพิการถาวร เช่น เดินไม่ได้ หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้
หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือก้มหลังนาน ๆ
ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้อง เช่น ท่า bridge, plank
รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ ลดแรงกดบนกระดูกสันหลัง
เลือกเก้าอี้ที่มีพนักพิงและรองรับหลัง
หากมีอาการผิดปกติ ควรมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจอย่างละเอียด
ปวดหลัง เดินแล้วขาหนักหรือก้าวขาไม่ออก อาจไม่ใช่แค่ “เมื่อยล้า” แต่เป็นสัญญาณของโรคช่องกระดูกสันหลังตีบ หากปล่อยไว้เส้นประสาทถูกกดทับมากขึ้น อาจทำให้เดินไม่ได้ในที่สุด การมาพบแพทย์เพื่อตรวจและวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพ และคุณภาพชีวิตดีขึ้นครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลัง #เดินแล้วขาตาย #ช่องกระดูกสันหลังตีบ #spinalstenosis #หมอเก่งกระดูกและข้อ
