
“หมอคะ หนูสับสนค่ะ ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล เขาบอกว่ามีกระดูกพรุน แต่เพื่อนอีกคนหมอบอกว่าเป็นข้อเสื่อม สองโรคนี้มันเหมือนกันหรือเปล่าคะ? แล้วถ้ามีกระดูกพรุนจะทำให้ข้อเสื่อมด้วยหรือเปล่า?”
นี่คือคำถามที่หมอมักเจอบ่อยมาก เพราะทั้งกระดูกพรุนและข้อเสื่อมมักเกิดในผู้สูงอายุ และทำให้หลายคนคิดว่าเป็นโรคเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วเป็นโรคที่แตกต่างกัน แต่ก็มีบางส่วนที่เชื่อมโยงกันอยู่
กระดูกพรุนคือภาวะที่กระดูกบาง เปราะ แตกหักง่าย เกิดจากมวลกระดูกลดลงและโครงสร้างกระดูกเสื่อมสภาพ จึงไม่สามารถรองรับแรงกดหรือแรงกระแทกได้ดีเหมือนเดิม
ลักษณะสำคัญของกระดูกพรุน
ไม่มีอาการเตือนชัดเจน มักพบโดยบังเอิญตอนตรวจสุขภาพ
ผู้ป่วยบางรายจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อกระดูกหัก เช่น ข้อมือ สะโพก หรือกระดูกสันหลังยุบ
พบมากในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน และผู้สูงอายุทุกเพศ
ข้อเสื่อมเกิดจากการที่กระดูกอ่อนในข้อถูกใช้งานมานานจนสึกหรอ ทำให้กระดูกเสียดสีกัน เกิดการปวด ตึง บวม และข้อผิดรูปในที่สุด
ลักษณะสำคัญของข้อเสื่อม
มักเริ่มมีอาการเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป
ปวดเวลาขยับข้อ เดินมาก หรือขึ้นลงบันได
ข้อฝืดหรือตึง โดยเฉพาะตอนเช้า แต่จะดีขึ้นเมื่อเริ่มขยับ
ได้ยินเสียงดังกรอบแกรบเวลาเคลื่อนไหวข้อ
เอกซเรย์พบช่องข้อแคบลงและมีกระดูกงอก
กระดูกพรุน → ปัญหาที่ “เนื้อกระดูก” บาง เปราะ แตกง่าย
ข้อเสื่อม → ปัญหาที่ “กระดูกอ่อนและผิวข้อ” สึกหรอ ทำให้การเคลื่อนไหวลำบาก
ดังนั้น กระดูกพรุนกับข้อเสื่อมไม่ใช่โรคเดียวกัน แต่สามารถเกิดร่วมกันได้
เกิดในผู้สูงอายุเหมือนกัน
มีปัจจัยเสี่ยงใกล้เคียงกัน
การขาดการออกกำลังกาย
การรับประทานอาหารที่แคลเซียมต่ำ
น้ำหนักตัวที่ไม่เหมาะสม
พันธุกรรม
ผู้ที่เป็นกระดูกพรุน หากกระดูกสันหลังยุบหรืองอ จะทำให้การลงน้ำหนักที่เข่าผิดปกติ ส่งผลให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น
ผู้ที่เป็นข้อเสื่อมแล้วเดินลำบาก มักเคลื่อนไหวน้อยลง ทำให้มวลกระดูกลดลงและเกิดกระดูกพรุนได้ง่ายขึ้น
ผู้ที่เป็นกระดูกพรุน → มักไม่มีอาการชัดเจน แต่ถ้ามีกระดูกสันหลังยุบ จะมีอาการปวดหลังเรื้อรัง หลังโก่ง ตัวเตี้ยลง
ผู้ที่เป็นข้อเสื่อม → จะมีอาการปวดข้อชัดเจน โดยเฉพาะข้อเข่า ข้อสะโพก ข้อนิ้วมือ
หลายครั้งที่คนไข้ปวดเข่าเรื้อรัง ก็จะกังวลว่ามาจากกระดูกพรุนหรือไม่ แต่จริง ๆ แล้วมักเกิดจากข้อเสื่อมมากกว่า
กระดูกพรุน → ตรวจด้วยเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก (DEXA scan) เป็นมาตรฐาน
ข้อเสื่อม → ตรวจด้วยเอกซเรย์ข้อ ดูช่องข้อแคบ กระดูกงอก หรือผิวข้อสึกหรอ
การแยกโรคอย่างชัดเจนสำคัญมาก เพราะการรักษาต่างกันโดยสิ้นเชิง
กระดูกพรุน
เสริมแคลเซียมและวิตามินดี
ออกกำลังกายที่ลงน้ำหนัก เช่น เดินช้า ๆ ยืนทรงตัว
ใช้ยาที่ช่วยลดการสลายกระดูก หรือกระตุ้นการสร้างกระดูก ตามที่แพทย์เห็นเหมาะสม
ข้อเสื่อม
ลดน้ำหนักเพื่อลดแรงกดที่ข้อ
บริหารกล้ามเนื้อรอบข้อ เช่น กล้ามเนื้อต้นขา
ใช้ยาแก้ปวดและยาลดอักเสบ
ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด โดยใช้เครื่อง ultrasound ช่วยระบุตำแหน่ง
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมหรือข้อสะโพกเทียม หากข้อเสียหายมาก
รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและโปรตีนเพียงพอ เช่น นม เต้าหู้ ปลาเล็กปลาน้อย
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทั้งแบบลงน้ำหนัก (เดิน) และแบบเสริมกล้ามเนื้อ (ยกน้ำหนักเบา ๆ)
หลีกเลี่ยงการนั่งยอง พับเพียบ คุกเข่า นาน ๆ
งดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ตรวจสุขภาพกระดูกและข้อเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน
กระดูกพรุนและข้อเสื่อมไม่ใช่โรคเดียวกัน แต่สามารถเกิดร่วมกันได้ และมีผลกระทบซึ่งกันและกัน กระดูกพรุนทำให้เสี่ยงกระดูกหักง่าย ส่วนข้อเสื่อมทำให้การเคลื่อนไหวลำบาก ทั้งสองโรคนี้หากไม่ดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ จะทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงอย่างมาก
หมออยากบอกว่า... ไม่ว่าคุณจะเป็นกระดูกพรุนหรือข้อเสื่อม สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งการออกกำลังกายที่เหมาะสม การรับประทานอาหารที่ถูกหลัก และการตรวจสุขภาพเป็นประจำ หากมีอาการผิดปกติควรมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาโดยเร็วครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#กระดูกพรุน #ข้อเสื่อม #ปวดเข่า #สุขภาพผู้สูงอายุ #หมอเก่งกระดูกและข้อ