“หมอครับ ผมปวดหลังมานาน เวลายืนหรือเดินนาน ๆ จะปวดร้าวลงขา บางครั้งก็ชาจนต้องนั่งพัก พอไปหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต เห็นมีทั้งคำว่า ‘หมอนรองกระดูกทับเส้น’ กับ ‘ช่องกระดูกสันหลังตีบ’ เลยไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นโรคไหนกันแน่”
นี่เป็นคำถามที่หมอมักเจอบ่อยจากคนไข้ เพราะสองโรคนี้มีอาการที่คล้ายกัน แต่จริง ๆ แล้วมีความแตกต่างกันพอสมควร การเข้าใจให้ชัดเจนจะช่วยให้ผู้ป่วยเลือกการรักษาที่ถูกต้องและไม่เสียเวลา
ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อจะมี “หมอนรองกระดูก” ทำหน้าที่คล้ายโช้กอัพคอยรับแรงกดและช่วยให้เคลื่อนไหวได้คล่อง หมอนรองกระดูกนี้ประกอบด้วยส่วนวงแหวนรอบนอกที่แข็งแรง และแกนกลางที่นุ่มเหมือนเจล
เมื่อวงแหวนรอบนอกเกิดการฉีกหรือสึกหรอ แกนกลางอาจปลิ้นหรือดันออกมา จนไปกดทับเส้นประสาทที่ออกจากไขสันหลัง เราเรียกว่า หมอนรองกระดูกทับเส้น
เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนไส้ขนมปังที่ทะลักออกมาจากเปลือกแข็งด้านนอก
ช่องกระดูกสันหลังคือทางเดินของเส้นประสาทไขสันหลัง เมื่ออายุมากขึ้น กระดูก เอ็น และหมอนรองกระดูกเสื่อม ทำให้ช่องนี้แคบลง จนเกิดการกดเบียดเส้นประสาท เราเรียกว่า ช่องกระดูกสันหลังตีบ
ต่างจากหมอนรองกระดูกทับเส้นที่มักเกิดจาก “การปลิ้นเฉียบพลัน” ของหมอนรองกระดูก โรคช่องตีบเป็นการเปลี่ยนแปลงเรื้อรัง สะสมช้า ๆ จนช่องทางเดินของเส้นประสาทแคบลงเรื่อย ๆ
ปวดหลังเฉียบพลัน มักเกิดหลังยกของหนักหรือก้มผิดท่า
ปวดร้าวลงขาเพียงข้างเดียว (มักไม่ใช่สองข้างพร้อมกัน)
มีอาการชาหรืออ่อนแรงตามแนวเส้นประสาท เช่น ชาตามน่องหรือนิ้วเท้า
อาการปวดรุนแรงเวลานั่ง ก้ม หรือไอ จาม
ปวดหลังเรื้อรัง ร่วมกับปวดหรือชาหนัก ๆ ลงทั้งสองขา
เดินได้ระยะทางสั้นลงเรื่อย ๆ มักไม่เกิน 10–20 นาที ต้องหยุดพักแล้วจึงเดินต่อได้
อาการดีขึ้นเมื่อได้นั่งพักหรือก้มตัวไปข้างหน้า
บางรายอาจมีอาการควบคุมการขับถ่ายผิดปกติในกรณีรุนแรง
หมอนรองกระดูกทับเส้น: พบได้ในคนวัยทำงาน อายุ 30–50 ปี โดยเฉพาะผู้ที่ยกของหนัก นั่งทำงานนาน ๆ หรือมีอุบัติเหตุเกี่ยวกับหลัง
ช่องกระดูกสันหลังตีบ: พบมากในผู้สูงอายุ อายุ 60 ปีขึ้นไป เนื่องจากเกิดจากความเสื่อมเรื้อรังของกระดูกและหมอนรองกระดูก
ซักประวัติและตรวจร่างกาย
เอกซเรย์กระดูกสันหลัง
MRI (แม่เหล็กไฟฟ้า)
พักและปรับพฤติกรรม หลีกเลี่ยงการยกของหนัก ก้ม หรือบิดตัวแรง ๆ
กายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องให้แข็งแรง
ยาแก้ปวดและยาลดอักเสบ
ฉีดยาลดอักเสบรอบเส้นประสาท โดยใช้เครื่อง ultrasound หรือ fluoroscope ช่วยนำทาง
การผ่าตัด ในกรณีที่มีอาการอ่อนแรงมาก หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 6–12 สัปดาห์
ปรับพฤติกรรมและกายภาพบำบัด เช่น การเดินช้า ๆ ปั่นจักรยาน ปรับท่านั่งและนอนให้ถูกต้อง
ยาแก้ปวดและยาลดอักเสบ
การฉีดยาลดอักเสบรอบเส้นประสาท
การผ่าตัดขยายช่องกระดูกสันหลัง ใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยเดินได้น้อยลงเรื่อย ๆ หรือมีอาการอ่อนแรงมาก
หมอนรองกระดูกทับเส้น = ปัญหาเฉียบพลัน หมอนรองกระดูกปลิ้นไปกดเส้นประสาท ทำให้ปวดร้าวลงขาเร็วและแรง
ช่องกระดูกสันหลังตีบ = ปัญหาเรื้อรัง ช่องทางเดินของเส้นประสาทแคบลงเรื่อย ๆ ทำให้เดินได้น้อยลงทีละน้อย
แม้ทั้งสองโรคจะทำให้ปวดหลังและร้าวลงขาเหมือนกัน แต่สาเหตุและลักษณะอาการต่างกันอย่างชัดเจน การวินิจฉัยที่ถูกต้องโดยแพทย์และการตรวจ MRI จึงสำคัญมาก เพราะแนวทางการรักษาต่างกัน หากปวดหลังร้าวลงขา ชาหรือเดินได้ระยะสั้นลง ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#หมอนรองกระดูกทับเส้น #ช่องกระดูกสันหลังตีบ #ปวดหลังร้าวลงขา #สุขภาพผู้สูงอายุ #หมอเก่งกระดูกและข้อ
