
“หมอครับ ช่วงนี้เข่าผมเจ็บมาก เดินขึ้นบันไดยิ่งปวด ทั้งที่ผมก็รู้ตัวว่าเป็นเก๊าท์อยู่แล้ว มันเกี่ยวกันหรือเปล่าว่าที่ผมปวดเข่ามากขึ้นคือเพราะเก๊าท์ทำให้ข้อเข่าเสื่อมหรือไม่?”
นี่คือคำถามจากคุณประสิทธิ์ (นามสมมติ) อายุ 60 ปี ที่มาพบหมอด้วยอาการปวดเข่าเรื้อรัง ทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วเขารู้จักโรคเก๊าท์ดีอยู่แล้ว เคยมีอาการปวดบวมที่นิ้วโป้งเท้าเป็น ๆ หาย ๆ แต่คราวนี้กลับมาที่เข่า ทำให้กังวลว่าอาจกลายเป็น “ข้อเข่าเสื่อม” เร็วกว่าคนทั่วไป
เก๊าท์เกิดจากร่างกายมีกรดยูริกสูง กรดยูริกนี้ตกผลึกไปสะสมตามข้อ ทำให้เกิดการอักเสบเฉียบพลัน บวมแดง ร้อน และเจ็บปวดมาก มักเริ่มที่โคนนิ้วหัวแม่เท้า แต่สามารถเกิดได้ทุกข้อ รวมถึงข้อเข่า
เมื่อเวลาผ่านไป หากกรดยูริกสูงเรื้อรัง ผลึกยูเรตเหล่านี้จะสะสมในข้อและรอบ ๆ ข้อ ทำให้ข้อเกิดการอักเสบซ้ำ ๆ และอาจทำให้โครงสร้างข้อเสียหายได้
ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากกระดูกอ่อนในข้อถูกใช้งานหรือเสื่อมตามอายุจนบางลง ทำให้กระดูกเสียดสีกัน เกิดอาการปวด บวม และข้อผิดรูป มักพบในผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี หรือผู้ที่ใช้งานเข่าหนัก เช่น ยืน เดิน นั่งยอง ๆ เป็นเวลานาน
คำตอบคือ “ใช่” เก๊าท์สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดข้อเข่าเสื่อมได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม
1. การอักเสบเรื้อรัง
ทุกครั้งที่เก๊าท์กำเริบ ข้อเข่าจะเกิดการอักเสบอย่างรุนแรง ถ้าเกิดซ้ำบ่อย ๆ จะทำให้เยื่อบุข้อและกระดูกอ่อนถูกทำลายเร็วกว่าปกติ
2. ผลึกยูเรตสะสมในข้อ
ผลึกยูเรตที่สะสมในข้อเป็นเวลานาน ทำให้กระดูกอ่อนและกระดูกโดยรอบถูกกัดกร่อน เกิดความเสียหายถาวร
3. น้ำหนักเกินและปัจจัยร่วม
หลายคนที่เป็นเก๊าท์มักมีภาวะอ้วนหรือเมตาบอลิกซินโดรม ซึ่งทำให้น้ำหนักลงที่เข่ามากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงข้อเสื่อมอีกทางหนึ่ง
4. การเคลื่อนไหวผิดปกติ
เวลาปวดเก๊าท์ที่เข่า ผู้ป่วยมักเลี่ยงการลงน้ำหนักหรือเดินผิดท่า ส่งผลให้ข้อเข่าเสื่อมได้ง่ายขึ้น
ปวดเข่าเป็น ๆ หาย ๆ และบวมซ้ำเรื้อรัง
รู้สึกฝืดหรือขยับข้อเข่ายาก โดยเฉพาะตอนเช้า
มีเสียงดังกรอบแกรบเวลาเดินหรือเคลื่อนไหว
เดินขึ้นลงบันไดยาก ต้องใช้ที่พยุง
เข่าผิดรูปหรือโก่ง
อาการเหล่านี้บ่งบอกว่าข้อเข่าอาจเริ่มเสื่อมร่วมกับการอักเสบจากเก๊าท์แล้ว
ซักประวัติและตรวจร่างกาย
ตรวจเลือด
เอกซเรย์เข่า
อัลตราซาวด์ข้อเข่า
การดูดน้ำในข้อ
การดูแลต้องจัดการทั้ง “เก๊าท์” และ “ข้อเสื่อม” ไปพร้อมกัน
1. การควบคุมเก๊าท์
ใช้ยาลดกรดยูริกภายใต้การดูแลของแพทย์
หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้กรดยูริกสูง เช่น เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล แอลกอฮอล์
ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยขับกรดยูริก
2. การรักษาข้อเข่าเสื่อม
ลดน้ำหนักเพื่อลดแรงกดบนข้อเข่า
ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน นอนเกร็งเหยียดเข่า
ใช้ยาแก้ปวดและยาลดการอักเสบเมื่อจำเป็น
การฉีดยาลดอักเสบเฉพาะที่ โดยมีเครื่อง ultrasound ช่วยระบุตำแหน่งให้แม่นยำ
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในรายที่ข้อเสียหายรุนแรง
3. การดูแลตัวเอง
หลีกเลี่ยงการนั่งยอง พับเพียบ คุกเข่า
ใช้อุปกรณ์พยุงเข่าเมื่อต้องเดินไกล
พักผ่อนเพียงพอ และลดความเครียด
หากควบคุมกรดยูริกได้ดี จะช่วยลดการกำเริบของเก๊าท์และชะลอความเสียหายของข้อเข่า
ข้อเข่าเสื่อมจากเก๊าท์ไม่สามารถย้อนกลับได้ แต่หากรักษาเร็วสามารถคงสภาพข้อและคุณภาพชีวิตไว้ได้
หากปล่อยไว้จนข้อเสียหายมาก อาจต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
ผู้ที่เป็นเก๊าท์มีความเสี่ยงต่อการเกิดข้อเข่าเสื่อมมากกว่าคนทั่วไป เพราะการอักเสบเรื้อรังและการสะสมของผลึกยูเรตทำลายข้อเข่า เมื่อบวกกับน้ำหนักเกินและการใช้งานเข่าหนัก ยิ่งทำให้เสื่อมเร็วขึ้น
ดังนั้น หากคุณเป็นเก๊าท์แล้วเริ่มมีอาการปวดเข่าเรื้อรัง อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก ควรมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสมครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#เก๊าท์ #ข้อเข่าเสื่อม #ปวดเข่า #โรคข้อ #สุขภาพผู้สูงอายุ #หมอเก่งกระดูกและข้อ