ข้ออักเสบรูมาตอยด์ต่างจากข้อเข่าเสื่อมทั่วไปอย่างไร?

หลายคนมักสับสนระหว่าง “ข้อเข่าเสื่อม” กับ “ข้ออักเสบรูมาตอยด์” เพราะทั้งสองโรคนี้มีอาการปวดเข่า เดินลำบาก คล้าย ๆ กัน แต่จริง ๆ แล้วเป็นโรคที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งสาเหตุ อาการ การตรวจ และการรักษา หากเข้าใจความแตกต่าง จะช่วยให้วินิจฉัยและดูแลรักษาได้ถูกทาง

เรื่องจริงที่หมอเจอบ่อย

คุณสมชาย (นามสมมติ) อายุ 55 ปี มาหาหมอเพราะปวดเข่าเรื้อรัง ตอนแรกคิดว่าเป็นข้อเสื่อมธรรมดา แต่พอตรวจละเอียดพบว่าเป็นข้ออักเสบรูมาตอยด์ ถ้าไม่ได้ตรวจชัดเจน อาจพลาดการรักษาที่เหมาะสมได้เลยครับ

ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis)

เกิดจากการที่กระดูกอ่อนในข้อสึกหรอไปตามอายุหรือการใช้งานหนัก ทำให้กระดูกเสียดสีกัน จนเกิดอาการปวดและบวม

ลักษณะสำคัญ

  • มักพบในผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี

  • ปวดมากเวลาใช้งาน เช่น เดินขึ้นบันได ยืนหรือเดินนาน ๆ

  • อาการมักค่อย ๆ เป็นทีละน้อย ไม่ได้ปวดหลายข้อพร้อมกัน

  • เอกซเรย์มักเห็นช่องข้อแคบลง กระดูกงอก

ข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)

เกิดจากภูมิคุ้มกันในร่างกายผิดปกติ หันมาโจมตีเยื่อบุข้อ ทำให้ข้ออักเสบ บวม และเสื่อมเร็วกว่าปกติ

ลักษณะสำคัญ

  • มักเริ่มมีอาการในวัย 30–60 ปี

  • ปวดตึงข้อชัดเจนตอนเช้า ต้องใช้เวลานานกว่า 30 นาทีจึงจะคลาย

  • มักปวดหลายข้อพร้อมกัน เช่น ข้อมือ ข้อเท้า และเข่า

  • หากปล่อยไว้นาน อาจทำให้ข้อผิดรูป

  • ตรวจเลือดพบค่าการอักเสบสูง และมีสารบ่งชี้โรครูมาตอยด์

การตรวจวินิจฉัย

  • ข้อเข่าเสื่อม → ใช้เอกซเรย์เป็นหลัก เห็นการสึกหรอของกระดูกอ่อนและการงอกของกระดูก

  • ข้ออักเสบรูมาตอยด์ → ต้องอาศัยการตรวจร่างกายร่วมกับการตรวจเลือด เช่น ค่า ESR, CRP, Rheumatoid factor รวมทั้ง MRI ในบางกรณี

การรักษา

  • ข้อเข่าเสื่อม: เน้นการลดน้ำหนัก ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อรอบเข่า ใช้ยาแก้ปวด ยาลดอักเสบ ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะที่ และผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเมื่อเป็นมาก

  • ข้ออักเสบรูมาตอยด์: ต้องใช้ยาควบคุมภูมิคุ้มกันและยาชะลอโรค นอกเหนือจากยาแก้ปวดหรือการฉีดยา การรักษาต้องต่อเนื่องและติดตามใกล้ชิด เพราะโรคนี้อาจลุกลามไปหลายข้อพร้อมกัน

หมอสรุปให้

  • ข้อเข่าเสื่อม = เกิดจากการ “สึกหรอ” ใช้งานหนักและอายุที่มากขึ้น

  • ข้ออักเสบรูมาตอยด์ = เกิดจาก “ภูมิคุ้มกันโจมตีตัวเอง” ทำให้ข้ออักเสบและเสื่อมเร็วผิดปกติ

อาการทั้งสองโรคอาจคล้ายกัน แต่แนวทางการรักษาต่างกันโดยสิ้นเชิง หากปวดเข่าเรื้อรัง ตึงตอนเช้า หรือปวดหลายข้อพร้อมกัน ควรมาพบแพทย์เพื่อการตรวจที่ชัดเจนและรักษาให้ถูกทางครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ข้อเข่าเสื่อม #ข้ออักเสบรูมาตอยด์ #ปวดเข่า #สุขภาพผู้สูงอายุ #หมอเก่งกระดูกและข้อ