
เป็นเบาหวาน ทำไมถึงชามือชาเท้า?
หลายคนที่เป็นเบาหวานอาจเคยมีอาการ “ชามือชาเท้า” โดยเฉพาะช่วงกลางคืนหรือตอนตื่นนอนใหม่ ๆ บางครั้งเหมือนเข็มจิ้ม บางครั้งเหมือนผิวหนังหนา ๆ ไร้ความรู้สึก ทำให้กังวลว่านี่เป็นอันตรายหรือไม่ และเกี่ยวข้องกับเบาหวานจริงหรือเปล่า
เรื่องราวใกล้ตัว
คุณลุงสมชาย อายุ 58 ปี เป็นเบาหวานมานานกว่า 10 ปี ช่วงหลัง ๆ เริ่มมีอาการปลายเท้าชา เดินบนพื้นก็ไม่ค่อยรู้สึก เวลาใส่รองเท้ามักบอกว่ารู้สึกเหมือนมีเม็ดกรวดอยู่ในรองเท้าตลอด ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรอยู่จริง ๆ ตอนกลางคืนบางทีก็ปวดแสบ ๆ ร้อน ๆ จนต้องตื่นขึ้นมาเดินเล่น พอไปตรวจพบว่าเป็น “เส้นประสาทปลายเท้าเสื่อมจากเบาหวาน”
เบาหวานทำให้ชาได้อย่างไร
ลองนึกภาพเส้นประสาทเหมือนสายไฟที่มีฉนวนหุ้ม เมื่อเป็นเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงนาน ๆ จะทำให้ฉนวนของเส้นประสาทค่อย ๆ เสื่อม การส่งสัญญาณก็ผิดเพี้ยน ทำให้เกิดอาการชาหรือปวดแปล๊บ ๆ ได้ บางครั้งเรียกว่า “เส้นประสาทปลายประสาทเสื่อม” ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน
อาการที่พบได้บ่อย
ชาปลายมือ ปลายเท้า รู้สึกเหมือนใส่ถุงเท้าหนาหรือถุงมืออยู่ตลอดเวลา
ปวดแสบ ปวดร้อนตอนกลางคืน
เหมือนถูกเข็มจิ้ม ๆ หรือไฟฟ้าช็อตเล็ก ๆ
สูญเสียการรับรู้ เช่น เหยียบตะปูแล้วไม่รู้สึกเจ็บ
สัญญาณอันตรายที่ควรรีบพบแพทย์
มีแผลที่เท้าแต่ไม่เจ็บ จนปล่อยไว้จนลึกหรือเน่า
เท้าอุ่น บวม แดง ร่วมกับมีอาการชา
อาการชามือชาเท้าแย่ลงอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่สัปดาห์
โรคที่ต้องแยกจากเบาหวาน
อาการชามือชาเท้าไม่ได้เกิดจากเบาหวานอย่างเดียว ยังมีโรคอื่น ๆ ที่ควรพิจารณา ได้แก่
หมอนรองกระดูกทับเส้น ทำให้ปวดหลังร้าวลงขา ชาเฉพาะแนวเส้นประสาท
โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง แต่พบไม่บ่อย
ขาดวิตามินบี 12 โดยเฉพาะคนที่กินมังสวิรัติหรือกินยาลดกรดเรื้อรัง
เส้นประสาทกดทับเฉพาะที่ เช่น พังผืดกดเส้นประสาทข้อมือ ทำให้ชามือ
โรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบ ทำให้เลือดไปเลี้ยงเท้าไม่พอ เกิดปวดและชาเวลาเดิน
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นง่ายขึ้น
คุมเบาหวานไม่ดี น้ำตาลสูงเป็นเวลานาน
สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์
ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง
อายุที่มากขึ้น
การตรวจวินิจฉัย
ตรวจร่างกาย ตรวจการรับความรู้สึกที่เท้า เช่น ใช้เข็มแตะ ใช้สำลีสัมผัส หรือใช้ส้อมเสียง
ตรวจเลือด เพื่อดูระดับน้ำตาล ไขมัน วิตามินบี 12
เอกซเรย์ ใช้ในกรณีสงสัยกระดูกกดทับ
เอ็มอาร์ไอ (เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ช่วยดูเส้นประสาทและหมอนรองกระดูกอย่างละเอียด
อัลตราซาวด์ ใช้ดูเส้นประสาทที่ถูกกดทับเฉพาะจุด เช่นที่ข้อมือ
แนวทางการรักษาแบบไม่ผ่าตัด
ปรับพฤติกรรม คุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ กินอาหารครบ เลี่ยงของหวาน ออกกำลังกาย เดินเบา ๆ หรือปั่นจักรยาน
ยา แพทย์อาจให้ยาบำรุงเส้นประสาท วิตามินบี หรือยาลดอาการปวดเส้นประสาท
กายภาพบำบัด เช่น การออกกำลังยืดเหยียด การนวดหรือกระตุ้นด้วยไฟฟ้าอ่อน ๆ
การฉีดยาลดอักเสบแบบระบุตำแหน่งด้วยอัลตราซาวด์ ใช้ในรายที่เส้นประสาทถูกกดทับ ทำให้แม่นยำและลดผลข้างเคียง
ติดตามผล ตรวจเช็กเท้าและมือเป็นประจำ เพื่อลดความเสี่ยงแผลเรื้อรัง
เมื่อไหร่ควรพิจารณาผ่าตัด
กรณีเส้นประสาทถูกกดทับชัดเจน เช่น โรคพังผืดข้อมือกดเส้นประสาท
อาการชา ปวด แย่ลงเรื่อย ๆ ทั้งที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้ว
มีแผลที่เท้าซ้ำ ๆ เพราะเดินไม่รู้สึก
พยากรณ์โรค
หากคุมน้ำตาลได้ดี อาการมักจะคงที่หรือลดลง
หากปล่อยน้ำตาลสูงเรื้อรัง อาการจะค่อย ๆ แย่ลงและอาจทำให้เกิดแผลเรื้อรังจนต้องตัดเท้าได้
อาจกลับมาเป็นซ้ำได้ถ้าดูแลตัวเองไม่ต่อเนื่อง
ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง
แผลเบาหวานที่เท้า เพราะเดินเหยียบของมีคมแล้วไม่รู้สึก
การติดเชื้อที่ลุกลามเร็ว เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงไม่พอ
เสียการทรงตัว เสี่ยงหกล้ม
แผนดูแลตัวเองเบื้องต้น
ตรวจเท้าและมือทุกวัน หากมีแผลต้องรีบทำแผลและพบแพทย์
ใส่รองเท้าหุ้มส้น นุ่ม กระชับ หลีกเลี่ยงรองเท้าแตะหรือเดินเท้าเปล่า
งดบุหรี่และแอลกอฮอล์
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่หลีกเลี่ยงที่เสี่ยงบาดเจ็บ
ควบคุมน้ำตาล ความดัน และไขมันอย่างต่อเนื่อง
สรุป
อาการชามือชาเท้าในคนเป็นเบาหวานมักเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทเสื่อมจากน้ำตาลสูงเรื้อรัง แต่ก็ต้องแยกจากโรคอื่น ๆ เช่น หมอนรองกระดูกทับเส้น หรือขาดวิตามินบี 12 หากมีอาการแปลก ๆ โดยเฉพาะแผลที่ไม่เจ็บหรืออาการแย่ลงเร็ว ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาอย่างถูกต้อง เพราะหากปล่อยไว้อาจเกิดแผลเบาหวานหรือถึงขั้นตัดเท้าได้
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#เบาหวาน #ชามือชาเท้า #หมอนรองกระดูกทับเส้น #เส้นประสาทเสื่อม #แผลเบาหวาน #กายภาพบำบัด