ถุงน้ำใต้ข้อศอก (Olecranon Bursitis): บวมตรงศอก ใช่เก๊าท์หรือเปล่า?

“หมอครับ ศอกผมบวมเป็นก้อนนิ่ม ๆ กดไม่เจ็บเท่าไหร่ แต่รู้สึกรำคาญ เหมือนถุงน้ำ ตอนแรกคิดว่าเป็นแค่ก้อนไขมัน แต่เพื่อนบอกว่าอาจเป็นเก๊าท์ขึ้นศอกได้ แบบนี้อันตรายไหมครับ?”

หลายคนพบว่าตัวเองมี “ก้อนนูน” ตรงบริเวณข้อศอกด้านหลัง แล้วสงสัยว่าเป็นอะไรกันแน่ บางคนบวมแดงร้อน บางคนแค่ตุ่มนิ่ม ๆ ที่ไม่เจ็บอะไรเลย วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังว่า… อาการเหล่านี้อาจเป็นโรคที่ชื่อว่า “ถุงน้ำใต้ข้อศอกอักเสบ” หรือ Olecranon Bursitis ซึ่งสาเหตุมีได้หลายอย่าง รวมถึงโรคเก๊าท์ด้วยครับ

Olecranon Bursitis คืออะไร?

  • “Bursa” คือถุงน้ำเล็ก ๆ ที่อยู่ตามข้อ ช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างกระดูก เอ็น และผิวหนัง

  • ที่ข้อศอกมี bursa ชื่อว่า “olecranon bursa” อยู่ด้านหลังตรงปุ่มกระดูกศอก

  • เมื่อ bursa นี้อักเสบ หรือมีของเหลวสะสม จะบวมขึ้นเป็นก้อนคล้ายถุงน้ำ

สาเหตุของถุงน้ำใต้ข้อศอกอักเสบมีอะไรบ้าง?

  1. การกระแทกซ้ำ ๆ หรือกดทับนาน ๆ เช่น

  2. การอักเสบจากโรคข้อ

  3. ติดเชื้อ

อาการที่พบบ่อย

  • มีก้อนบวมด้านหลังข้อศอก

  • อาจเจ็บหรือไม่เจ็บ ขึ้นกับสาเหตุ

  • ก้อนอาจนิ่มหรือแข็ง ขยับได้เล็กน้อย

  • ถ้าติดเชื้อ จะปวดมาก ร้อน แดง และไข้สูง

เก๊าท์ขึ้นศอก เป็นได้จริงไหม?

ได้ครับ! คนที่เป็นเก๊าท์เรื้อรัง กรดยูริกที่สูงจะตกตะกอนเป็นผลึกในถุงน้ำได้ ทำให้ถุงน้ำอักเสบ และเกิด “โทฟัส” บริเวณข้อศอก

  • ลักษณะจะเป็นก้อนนิ่ม ๆ สีขาวเหลืองคล้ายแป้งปั้น อยู่ตรงจุดที่มักโน้มศอกลงพื้น

  • บางคนอาจมีทั้งถุงน้ำอักเสบ + โทฟัสร่วมกัน

  • การวินิจฉัยแน่นอนอาจต้องดูดน้ำในก้อนมาตรวจหาผลึกยูริก

วินิจฉัยอย่างไร?

  • ตรวจร่างกายดูตำแหน่ง ขนาด ลักษณะก้อน

  • ตรวจเลือดดูระดับกรดยูริก (ถ้าสงสัยเก๊าท์)

  • X-ray เพื่อดูว่ามีกระดูกผิดรูปหรือไม่

  • ดูดน้ำจากก้อนมาตรวจ (ถ้าจำเป็น) เพื่อแยกติดเชื้อ หรือผลึกยูริก

  • ใช้ ultrasound ดูโครงสร้างของก้อนว่ามีของเหลวหรือไม่

แนวทางรักษา

หากไม่มีติดเชื้อ และอาการไม่มาก:

  • หลีกเลี่ยงการเท้าแขน หรือกระแทกศอก

  • ประคบเย็นวันละ 2–3 ครั้ง

  • ทานยาแก้อักเสบตามแพทย์สั่ง

  • ใช้ผ้ายืดพันศอกเบา ๆ ลดบวม

ถ้ามีอาการมาก หรือไม่ดีขึ้น:

  • หมออาจใช้เข็มดูดน้ำออกจากถุง และฉีดยาลดอักเสบเข้าไป

  • ใช้ ultrasound ช่วยระบุตำแหน่งเพื่อความแม่นยำ

  • ถ้าเป็นจากเก๊าท์ → ต้องควบคุมกรดยูริกร่วมด้วย

ถ้าติดเชื้อ → ต้องให้ยาปฏิชีวนะ และอาจผ่าตัดระบายหนองในบางกรณี

โอกาสกลับมาเป็นซ้ำ?

มีได้ครับ ถ้าสาเหตุยังคงอยู่ เช่น:

  • ยังเท้าแขนที่เดิมบ่อย ๆ

  • กรดยูริกยังสูงไม่ได้ควบคุม

  • โรคข้อเรื้อรังยังไม่สงบ

หมอสรุปว่า…

  • ก้อนบวมที่ข้อศอกอาจไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะถ้ามีประวัติเก๊าท์หรือข้ออักเสบเรื้อรัง

  • การตรวจและรักษาอย่างเหมาะสมสามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้

  • ถ้าเป็นจากเก๊าท์ ต้องควบคุมกรดยูริกอย่างจริงจัง ไม่อย่างนั้นก้อนจะกลับมาอีก

หากคุณพบว่าข้อศอกบวม กดเจ็บ หรือมีก้อนนิ่ม ๆ อย่าชะล่าใจครับ พบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจให้แน่ใจจะดีที่สุด

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ถุงน้ำข้อศอก #OlecranonBursitis #โทฟัส #เก๊าท์ขึ้นศอก #ข้อบวม #ไม่ต้องผ่าตัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ