
ผู้สูงอายุสะโพกหัก + มีโรคประจำตัวหลายอย่าง ควรผ่าตัดไหม?
“หมอครับ แม่ผมหกล้มสะโพกหัก หมอบอกให้ผ่าตัดใส่ข้อสะโพกเทียม แต่แม่ก็อายุ 83 แล้ว เป็นทั้งเบาหวาน ความดัน หัวใจโตด้วย ผ่าตัดจะไหวเหรอครับ?”
เป็นคำถามที่ลูกหลานหลายคนกังวลมาก เพราะเข้าใจว่าการผ่าตัดเป็นเรื่องใหญ่ กลัวเสี่ยง กลัวผู้สูงอายุทนไม่ไหว เลยอยากให้รักษาแบบไม่ผ่าตัด แค่กินยา พักเฉย ๆ แต่หมออยากเล่าให้ฟังตรง ๆ ว่า สะโพกหักในผู้สูงอายุ ถ้าไม่ผ่าตัด โอกาสเสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้นในเวลาไม่นาน
ทำไมสะโพกหักถึงอันตราย แม้ไม่ได้เสียเลือดมาก?
กระดูกสะโพกเป็นจุดสำคัญที่รับน้ำหนักเวลายืน เดิน หรือนั่ง
เมื่อหักแล้ว ผู้ป่วยจะเจ็บมากจนขยับตัวไม่ได้ นอนนิ่ง ๆ อยู่กับที่
การนอนติดเตียงนาน ๆ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหลายอย่าง เช่น
ภาวะเหล่านี้เองคือสาเหตุที่ทำให้ “สะโพกหักฆ่าชีวิตคนได้” โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว
ผ่าตัดเร็ว เพิ่มโอกาสรอดชีวิต
ในทางการแพทย์ มีหลักฐานชัดเจนว่า การผ่าตัดให้เร็วภายใน 24–72 ชั่วโมง หลังเกิดอุบัติเหตุ จะช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิต และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเดินได้เร็วที่สุด
หมอเปรียบให้เห็นภาพง่าย ๆ แบบนี้ครับ:
ถ้าแม่คุณ ผ่าตัดใส่ข้อสะโพก ภายใน 2 วัน → ลุกเดินได้เร็ว → ปอดไม่ติดเชื้อ → กลับบ้านไว
ถ้าปล่อยให้นอนเฉย ๆ หลายวันเพราะกลัวผ่า → เริ่มหายใจตื้น อาหารไม่ย่อย เคลื่อนไหวไม่ได้ → เสี่ยงเสียชีวิตมากขึ้น
แล้วโรคประจำตัวล่ะ? ไม่เสี่ยงเหรอ?
หมอเข้าใจว่า ลูกหลานทุกคนกลัวการดมยาสลบ หรือกลัวหัวใจจะหยุดในห้องผ่าตัด
แต่ในความจริง การแพทย์ยุคใหม่เตรียมความพร้อมได้ดีมากครับ:
วิสัญญีแพทย์จะประเมินสภาพก่อนทุกเคส
มักใช้วิธี บล็อกหลัง ไม่ดมยาสลบ ช่วยลดภาระหัวใจและปอด
ให้ยาช้า ๆ ค่อย ๆ ทำ ไม่เร่งรีบ
มีการให้ยาขยายหลอดเลือด ยาระงับปวดที่ปลอดภัย
ผ่าตัดใช้เวลาสั้นลงมากในปัจจุบัน (ประมาณ 1–2 ชม.)
มีการเฝ้าระวังใกล้ชิดในห้องฟื้นตัว และดูแลหลังผ่าตัดอย่างต่อเนื่อง
สรุปคือ: มีโรคประจำตัว ไม่ได้แปลว่าผ่าตัดไม่ได้ แต่ต้องเตรียมตัวดี และเลือกวิธีผ่าที่เหมาะสม
ผู้สูงอายุแบบไหนที่ควร “รีบผ่าตัด” แม้จะมีโรคร่วม?
เดินได้ดีมาก่อนหกล้ม (ไม่ใช่คนติดเตียง)
สื่อสารรู้เรื่อง รับประทานอาหารได้
ไม่มีภาวะติดเชื้อในร่างกายก่อนหน้า
เบาหวาน ความดัน หัวใจ ควบคุมได้ระดับหนึ่ง
แล้วใคร “ควรเลื่อนผ่าตัด” ชั่วคราวก่อน?
มีภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
ความดันสูงมาก ควบคุมไม่ได้เลย
เบาหวานคุมไม่ได้ น้ำตาลสูงเกิน 300
มีการติดเชื้อรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ ไตวายเฉียบพลัน
ในกรณีเหล่านี้ แพทย์จะให้รักษาเบื้องต้นให้ดีขึ้นก่อน แล้วค่อยวางแผนผ่าตัดใน 2–3 วันถัดไปครับ
หลังผ่าตัด ถ้าดูแลดี ผู้สูงอายุฟื้นตัวได้
หมอเห็นเคสผู้สูงอายุหลายคน ที่ลูกหลานลังเลเรื่องผ่าตัด แต่พอทำแล้ว กลับมานั่งได้ใน 2 วัน และเดินหัดเดินภายในสัปดาห์แรกเลย
สิ่งสำคัญคือ:
ทำกายภาพตั้งแต่วันที่ 1 หลังผ่าตัด
จัดท่านอนที่ถูกต้อง หลีกเลี่ยงข้อหลุด
ให้กำลังใจ ไม่มองว่าเป็น “คนแก่หมดประโยชน์”
สร้างเป้าหมายเล็ก ๆ เช่น เดินในบ้าน → เดินในสวน → ไปวัด ไปตลาด
บทสรุปจากหมอ
ผู้สูงอายุสะโพกหัก หากยังเคลื่อนไหวไม่ได้ใน 3–5 วัน โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจะสูงมาก
แม้มีโรคประจำตัว ก็ยังสามารถผ่าตัดได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ ถ้าประเมินและเตรียมตัวอย่างเหมาะสม
การผ่าตัดเร็ว = โอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น + ฟื้นตัวไว + ลดภาระลูกหลานระยะยาว
หมออยากให้ลูกหลานทุกคนเข้าใจว่า การรีบผ่าตัดไม่ใช่ความเสี่ยงที่เลวร้ายเสมอไป ตรงกันข้าม… มันคือ “โอกาสสุดท้ายในการพาผู้สูงอายุให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง” ครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ