ข้อเข่าเสื่อมระยะที่ 4 ปล่อยไว้ เข่าโก่ง เดินลำบาก

หลายคนอาจเคยมีอาการ “ปวดเข่า เดินแล้วตึง ๆ เจ็บ ๆ” ตอนแรกยังพอทนได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาการกลับรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนบางครั้งเข่าบวม เดินไม่ไหว ต้องหยุดพักบ่อย ๆ ภาพเหล่านี้เป็นสัญญาณของ โรคข้อเข่าเสื่อมระยะสุดท้าย (ระยะที่ 4) ที่มักพบในผู้สูงอายุหรือคนที่ใช้งานเข่าหนักมานาน

เคสสมมติ

คุณป้าสาย อายุ 67 ปี เคยขายของตลาดนัด ต้องเดินและยืนทั้งวัน หลายปีมานี้เริ่มมีอาการปวดเข่าเรื่อย ๆ พออายุเข้าเลขหกอาการกลับรุนแรงขึ้น เข่าข้างขวาบวม เดินแล้วเจ็บมากจนต้องใช้ไม้เท้าช่วย สุดท้ายมาหาหมอและตรวจพบว่าเป็น ข้อเข่าเสื่อมระยะที่ 4

ข้อเข่าเสื่อมคืออะไร

ข้อเข่าเสื่อมเปรียบเหมือน “บานพับประตู” ที่ใช้งานมานานจนสนิมขึ้นและผิวสึกหรอ แทนที่ผิวข้อจะลื่นเหมือนเจลลี่เคลือบ กลับกลายเป็นผิวขรุขระ กระดูกเสียดสีกันโดยตรง ทำให้ปวด ติด และบวมได้

สาเหตุและการเกิดโรค

  • ใช้งานเข่าหนักต่อเนื่อง เช่น ยกของหนัก เดินหรือยืนนาน ๆ

  • อายุที่มากขึ้น ทำให้กระดูกอ่อนเสื่อมตามธรรมชาติ

  • น้ำหนักตัวมาก ทำให้ข้อเข่ารับแรงกดเพิ่ม

  • อุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บที่เข่าในอดีต

  • พันธุกรรมบางรายที่ข้อเสื่อมง่ายกว่าปกติ

อาการและสัญญาณอันตราย

  • ปวดเข่าเรื้อรัง โดยเฉพาะเวลาขึ้นลงบันได

  • เข่าบวม แดง รู้สึกตึง

  • ข้อเข่าฝืดหรือติดตอนลุกนั่ง

  • มีเสียงดัง “ก๊อบแก๊บ” ในข้อ

  • เดินกะเผลก ใช้งานได้น้อยลง

สัญญาณที่ควรรีบพบแพทย์

  • ปวดมากจนเดินไม่ไหว

  • เข่าบวมร้อนอย่างชัดเจน

  • เข่าผิดรูป โก่งงอมาก

  • เดินหรือทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้

ปัจจัยเสี่ยง

  • ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะหลังอายุ 60 ปี

  • คนอ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน

  • ผู้ที่ทำงานใช้แรงหรือกีฬาที่กดเข่ามาก

  • ประวัติกระดูกหักหรือเอ็นเข่าขาดในอดีต

การตรวจวินิจฉัย

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะขยับเข่า กดดูจุดเจ็บ และสังเกตการเดิน

  • เอกซเรย์: เห็นช่องว่างข้อเข่าแคบลง กระดูกงอก และข้อผิดรูป

  • อัลตราซาวด์: ใช้ตรวจน้ำในข้อหรือเส้นเอ็นรอบเข่า

  • เอ็มอาร์ไอ (เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): เห็นรายละเอียดของกระดูกอ่อน เอ็น และเนื้อเยื่อรอบ ๆ

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

แม้จะเป็นเข่าเสื่อมระยะที่ 4 แต่ยังสามารถเริ่มจากการดูแลแบบไม่ผ่าตัดเพื่อลดอาการ

  1. ปรับพฤติกรรม

  2. การใช้ยา

  3. กายภาพบำบัด

  4. การฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด

  5. การฉีดน้ำหล่อเลี้ยงข้อ

เงื่อนไขที่ควรพิจารณาผ่าตัด

  • รักษาแบบไม่ผ่าตัดแล้วไม่ดีขึ้น

  • ปวดมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน

  • ข้อเข่าโก่งผิดรูป

  • ช่องข้อเข่าปิดเกือบหมดจากเอกซเรย์

การผ่าตัดที่ใช้บ่อยคือ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Total Knee Replacement) ซึ่งช่วยให้กลับมาเดินได้ใกล้เคียงปกติ

พยากรณ์โรค

  • หากรักษาและดูแลถูกวิธี อาการปวดบวมจะดีขึ้น แม้จะไม่หายสนิท

  • ผู้ที่ผ่าตัดข้อเข่าเทียมมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติสูง

  • ถ้าไม่รักษา อาจทำให้ข้อยิ่งโก่งงอและปวดเรื้อรังจนเดินไม่ได้

ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง

  • ข้อเข่าติดแข็ง ขยับได้น้อย

  • กระดูกงอกมากขึ้นจนปวดมาก

  • เดินผิดรูป เกิดอุบัติเหตุหกล้มง่าย

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น

  • ลดน้ำหนักอย่างจริงจัง

  • ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดินช้า ปั่นจักรยานเบา ว่ายน้ำ

  • ประคบอุ่นเมื่อปวดตึง ประคบเย็นเมื่อเข่าบวม

  • เลี่ยงท่านั่งยอง พับเพียบ ขัดสมาธิ

  • ใส่สนับเข่าหรือใช้ไม้เท้าช่วยพยุง

สรุป

เข่าเสื่อมระยะที่ 4 เป็นภาวะที่กระดูกอ่อนสึกจนหมด ทำให้กระดูกเสียดสีกันโดยตรง ส่งผลให้ปวดและบวมมาก หากละเลยอาจทำให้เข่าโก่งผิดรูปและเดินไม่ได้ การรักษามีตั้งแต่การปรับพฤติกรรม ยา กายภาพบำบัด การฉีดยาลดอักเสบ จนถึงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม หากตรวจและรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยยืดเวลาการใช้งานเข่าและลดความทรมานได้


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดเข่า #เข่าเสื่อม #ข้อเข่าเสื่อมระยะ4 #ผ่าตัดข้อเข่าเทียม #หมอเก่งกระดูกและข้อ