เจ็บบวมนิ้วเท้า อย่าคิดว่าแค่ฟกช้ำ อาจเป็นกระดูกหักได้!”
หลายคนเคยมีประสบการณ์ “เดินชนโต๊ะหรือเก้าอี้” แล้วเจ็บจี๊ดที่นิ้วเท้า บางครั้งเจ็บอยู่ไม่กี่นาทีก็หาย แต่บางครั้งกลับปวดบวมจนเดินแทบไม่ได้ หลายคนคิดว่าเป็นแค่ฟกช้ำ แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็น กระดูกนิ้วเท้าหัก ได้ โดยเฉพาะที่กระดูกข้อโคนนิ้วเท้า หรือที่หมอเรียกว่า proximal phalanx ซึ่งเจอบ่อยในนิ้วเท้าที่ 2
คุณสมชาย อายุ 45 ปี ทำงานออฟฟิศ วันหนึ่งเดินชนขาโต๊ะเต็มแรง รู้สึกเจ็บที่นิ้วชี้เท้าซ้าย (นิ้วเท้าที่ 2) ตอนแรกคิดว่าเดี๋ยวก็หาย แต่ผ่านไป 2 วันนิ้วยังบวมแดง เดินลงน้ำหนักแล้วเจ็บจี๊ด จนสุดท้ายต้องมาหาหมอและตรวจพบว่า กระดูกนิ้วเท้าหัก จริง ๆ
กระดูกนิ้วเท้าเปรียบเหมือน “ท่อนซุงเล็ก ๆ” ที่ต่อเรียงกัน เวลาเราเดิน วิ่ง หรือใส่รองเท้า มันจะรับแรงกดตลอด หากหักก็เหมือนท่อนซุงแตก ทำให้โครงสร้างที่ควรตรง เกิดการบิดหรือโก่ง ส่งผลให้ปวด บวม และเดินผิดรูปได้
เดินชนสิ่งของ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เตียง
ของหนักหล่นใส่เท้า
การเล่นกีฬา เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล ที่มีการกระแทก
อุบัติเหตุรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์
ปวดเฉพาะที่นิ้วเท้า โดยเฉพาะเวลาลงน้ำหนัก
บวม แดง กดเจ็บชัดเจน
มีรอยช้ำหรือเขียวคล้ำ
บางรายนิ้วบิดผิดรูป ชี้ไปทิศทางแปลก
เดินหรือใส่รองเท้าไม่ได้
สัญญาณที่ควรรีบพบแพทย์ทันที
นิ้วเท้าผิดรูปชัดเจน
ปวดมากจนทนไม่ไหว
มีแผลฉีกขาดร่วมกับกระดูกโผล่
ชา ปลายเท้าเย็น เลือดไหลไม่หยุด
กระดูกพรุนในผู้สูงอายุ
โรคเบาหวานที่ทำให้กระดูกและเนื้อเยื่อเปราะบาง
การใส่รองเท้าหุ้มไม่ดี เวลาเล่นกีฬาหรือทำงาน
น้ำหนักตัวมาก ทำให้แรงกดที่เท้าเพิ่มขึ้น
หมอจะซักประวัติการเจ็บ และตรวจร่างกายดูการบวม รอยช้ำ การขยับนิ้ว จากนั้นจะส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น
เอกซเรย์: เห็นรอยหักชัดเจน ว่าเป็นรอยหักตรงหรือหักเฉียง
อัลตราซาวด์: ใช้กรณีดูเนื้อเยื่อรอบ ๆ หรือดูตำแหน่งเส้นเอ็น
เอ็มอาร์ไอ (เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): กรณีสงสัยว่ามีการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อร่วมด้วย หรือรอยหักเล็ก ๆ ที่เอกซเรย์ปกติไม่เห็น
ส่วนใหญ่กระดูกนิ้วเท้าหักสามารถรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด เรียงตามขั้นตอนดังนี้
พักการใช้งานและปรับพฤติกรรม
การใช้ยา
กายภาพบำบัด
การดามหรือพันเท้า
การฉีดยาลดอักเสบด้วยอัลตราซาวด์
รอยหักเคลื่อนหรือซ้อนกันมาก
นิ้วผิดรูปจนไม่สามารถจัดให้อยู่ในแนวปกติได้
กระดูกหักร่วมกับแผลเปิด
รักษาแบบไม่ผ่าตัดแล้วไม่ดีขึ้น ปวดหรือเดินผิดรูปต่อเนื่อง
หากรักษาและดูแลถูกต้อง กระดูกมักจะติดดีใน 4–6 สัปดาห์
โอกาสกลับมาเดินได้ปกติสูงมาก
แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาเสี่ยงที่นิ้วจะผิดรูป เดินแล้วกดเจ็บเรื้อรัง
บางรายอาจปวดซ้ำหรือเป็นข้อเสื่อมในระยะยาว หากไม่ได้ดูแลให้ถูกต้อง
กระดูกติดผิดแนว ทำให้นิ้วโก่ง
ข้อติดแข็ง ขยับไม่เต็มที่
ปวดเรื้อรังเวลาเดินหรือใส่รองเท้า
การติดเชื้อ หากมีแผลร่วมด้วย
หลีกเลี่ยงการเดินชนหรือใส่รองเท้าที่บีบนิ้ว
ใช้รองเท้าที่พื้นนุ่มและกว้าง
หากเจ็บหรือบวมอย่านิ่งนอนใจ ควรตรวจเอกซเรย์
พักเท้าและยกสูงเมื่อปวดบวม
เช็กสุขภาพกระดูก เช่น ตรวจโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ
อาการ “เดินชนแล้วเจ็บนิ้วเท้า” อาจไม่ใช่เรื่องเล็กเสมอไป กระดูกนิ้วเท้าหัก โดยเฉพาะที่กระดูกข้อโคนนิ้วเท้า (proximal phalanx ของนิ้วที่ 2) สามารถเกิดขึ้นได้ง่าย หากละเลยการรักษา อาจทำให้นิ้วผิดรูปและเดินผิดปกติไปตลอด การสังเกตอาการบวม ปวด กดเจ็บ และการตรวจเอกซเรย์ จะช่วยยืนยันว่าหักจริงหรือไม่ หากรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัดและสามารถกลับมาเดินได้ตามปกติ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#กระดูกนิ้วเท้าหัก #ปวดนิ้วเท้า #รักษาโดยไม่ผ่าตัด #กายภาพบำบัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ
