ปวดโคนนิ้วหัวแม่เท้า บวมแดง เดินไม่ได้ ระวัง! เก๊าท์กำเริบ

หลายคนเคยเจออาการปวดแปล๊บที่ “โคนนิ้วหัวแม่เท้า” โดยเฉพาะตอนกลางคืน ตื่นมาพบว่านิ้วบวม แดง ร้อน เดินแทบไม่ได้ อาการเหล่านี้มักเป็นสัญญาณของ โรคเก๊าท์กำเริบ ที่พบได้บ่อยในผู้ชายวัยกลางคน และคนที่ทานอาหารบางชนิดมากเกินไป

เคสสมมติ

คุณศักดิ์ อายุ 48 ปี ชอบดื่มเบียร์และทานเนื้อสัตว์บ่อย วันหนึ่งกลางดึกตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดโคนนิ้วหัวแม่เท้าข้างขวา ปวดจี๊ดจนทนไม่ไหว เช้ามานิ้วบวมแดง เดินแทบไม่ได้ ไปพบแพทย์ตรวจเลือดพบกรดยูริกสูง สุดท้ายวินิจฉัยว่าเป็น โรคเก๊าท์กำเริบ

เก๊าท์คืออะไร

โรคเก๊าท์เกิดจากการที่ร่างกายมีกรดยูริก (Uric acid) ในเลือดสูงเกินไป กรดยูริกจะตกผลึกเป็น “ผลึกคล้ายเข็มเล็ก ๆ” ไปสะสมตามข้อ โดยเฉพาะที่โคนนิ้วหัวแม่เท้า ผลึกนี้จะทิ่มแทงเนื้อเยื่อรอบข้อ ทำให้เกิดการอักเสบ บวม และปวดอย่างรุนแรง

สาเหตุของการเกิดเก๊าท์

  • การทานอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล เนื้อแดง

  • ดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์

  • ภาวะอ้วน น้ำหนักเกิน

  • โรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง ไตเรื้อรัง

  • พันธุกรรม บางคนร่างกายกำจัดกรดยูริกได้น้อยกว่าปกติ

อาการและสัญญาณอันตราย

  • ปวดข้ออย่างเฉียบพลัน โดยเฉพาะตอนกลางคืน

  • ข้อบวม แดง ร้อน และเจ็บมากเมื่อถูกสัมผัส

  • ส่วนใหญ่เกิดที่โคนนิ้วหัวแม่เท้า แต่ก็พบได้ที่ข้อเท้า ข้อเข่า

  • หากปล่อยไว้นาน อาจเกิดก้อนยูริก (Tophi) ตามข้อและใต้ผิวหนัง

สัญญาณที่ควรรีบพบแพทย์

  • ปวดบวมจนเดินไม่ได้

  • มีไข้สูงร่วมกับข้ออักเสบ

  • ข้ออักเสบหลายข้อพร้อมกัน

  • มีโรคไตหรือโรคประจำตัวอื่นร่วมด้วย

ปัจจัยเสี่ยง

  • ผู้ชายอายุมากกว่า 40 ปี

  • ดื่มเบียร์หรือแอลกอฮอล์เป็นประจำ

  • ชอบทานอาหารทะเลหรือเนื้อสัตว์มาก

  • น้ำหนักเกินหรืออ้วนลงพุง

  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเก๊าท์

การตรวจวินิจฉัย

  • การตรวจร่างกาย: แพทย์จะดูอาการบวม แดง และตำแหน่งที่ปวด

  • ตรวจเลือด: วัดระดับกรดยูริกในเลือด

  • อัลตราซาวด์ข้อ: เห็นผลึกกรดยูริกสะสม

  • เจาะน้ำในข้อ: ตรวจดูผลึกกรดยูริกด้วยกล้องจุลทรรศน์

การรักษาเก๊าท์กำเริบ (ไม่ผ่าตัด)

  1. พักการใช้งานข้อ

  2. การใช้ยา

  3. การฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด

  4. การดูแลระยะยาว

พยากรณ์โรค

  • หากควบคุมอาหารและใช้ยาตามคำแนะนำ อาการเก๊าท์สามารถควบคุมได้

  • หากไม่ดูแล อาจเกิดเก๊าท์เรื้อรัง มีก้อนยูริกตามข้อ และเกิดโรคไตแทรกซ้อนได้

ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง

  • เกิดก้อนยูริก (Tophi) ทำให้ข้อผิดรูป

  • โรคไตวายเรื้อรังจากกรดยูริกสูง

  • ข้อเสื่อมและเคลื่อนไหวน้อยลง

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น

  • เลี่ยงอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ ปลาซาร์ดีน กุ้ง

  • ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

  • ลดหรืองดแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์

  • ออกกำลังกายแบบเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ

สรุป

อาการปวดบวมที่โคนนิ้วหัวแม่เท้า เป็นสัญญาณสำคัญของ เก๊าท์กำเริบ หากละเลยอาจทำให้ข้อเสื่อมผิดรูปและเกิดโรคไตตามมาได้ การรักษาที่ถูกต้องเริ่มจากพักการใช้งาน กินยาเพื่อลดอักเสบ ร่วมกับควบคุมอาหารและการใช้ยาลดกรดยูริกในระยะยาว หากใส่ใจดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดโอกาสการกำเริบซ้ำและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#เก๊าท์กำเริบ #ปวดนิ้วหัวแม่เท้า #ปวดข้อ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #อาหารพิวรีน