5 สาเหตุปวดเข่าที่พบบ่อย

หลายคนมีอาการ “ปวดเข่า” แล้วมักสงสัยว่าเกิดจากอะไร บางครั้งปวดหลังเดินขึ้นลงบันได บางครั้งปวดตอนลุกนั่ง หรือบางคนเข่าบวมแดงร้อนจนเดินแทบไม่ได้ ความจริงคือ ปวดเข่าไม่ได้มีสาเหตุเดียว แต่เกิดได้จากหลายโรคที่เกี่ยวข้องกับข้อ กระดูก หมอนรองกระดูก หรือเส้นเอ็นรอบเข่า

เคสสมมติ

คุณจินตนา อายุ 58 ปี เป็นแม่ค้าในตลาด เดินทั้งวัน ช่วงหลังเริ่มมีอาการปวดเข่าขวา โดยเฉพาะเวลาลุกนั่งหรือลงบันได บางวันเข่าบวมจนต้องหยุดขายของไปหลายวัน เมื่อไปหาหมอจึงตรวจพบว่าเป็น ข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้น แต่จริง ๆ แล้วโรคอื่น ๆ ก็ทำให้ปวดเข่าได้เช่นกัน

ปวดเข่าเกิดจากอะไรได้บ้าง

  1. ข้อเข่าเสื่อม

  2. หมอนรองกระดูกเข่าฉีก

  3. เอ็นรอบเข่าอักเสบหรือฉีกขาด

  4. น้ำในเข่า (ภาวะข้อเข่าอักเสบ)

  5. โรคเก๊าท์

อาการและสัญญาณอันตรายที่ควรสังเกต

  • ปวดเข่าเวลาเดิน ขึ้นลงบันได หรือลุกนั่ง

  • เข่าบวมแดง ร้อน กดเจ็บมาก

  • มีเสียงดังในข้อ

  • เข่าล็อกหรือเคลื่อนไหวไม่สุด

  • เดินกะเผลกหรือใช้งานได้น้อยลง

ควรรีบพบแพทย์ทันทีถ้ามีอาการ

  • ปวดรุนแรงจนเดินไม่ได้

  • เข่าบวมร้อนร่วมกับไข้

  • เข่าผิดรูปหรือเคลื่อนไหวไม่ได้

  • ปวดเรื้อรังเกิน 2–3 สัปดาห์

การตรวจวินิจฉัย

  • ตรวจร่างกาย: แพทย์จะกดหาตำแหน่งเจ็บ ทดสอบการเคลื่อนไหวและความมั่นคงของข้อ

  • เอกซเรย์: เห็นช่องข้อเข่าแคบ กระดูกงอก หรือความผิดรูป

  • อัลตราซาวด์: ดูน้ำในข้อและเส้นเอ็นรอบเข่า

  • เอ็มอาร์ไอ (เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): ใช้กรณีสงสัยหมอนรองกระดูกหรือเอ็นฉีก

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

  1. ปรับพฤติกรรม

  2. การใช้ยา

  3. กายภาพบำบัด

  4. การฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด

  5. การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียม

เมื่อไหร่ที่ควรพิจารณาผ่าตัด

  • ข้อเข่าเสื่อมระยะสุดท้าย (ระยะที่ 4)

  • เข่าโก่งหรือผิดรูปชัดเจน

  • ปวดมากจนทำกิจวัตรไม่ได้

  • รักษาวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น

การผ่าตัดที่ใช้บ่อยคือ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม หรือ การส่องกล้องซ่อมหมอนรอง/เอ็น แล้วแต่สาเหตุ

พยากรณ์โรค

  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัดหากเริ่มดูแลเร็ว

  • ข้อเข่าเสื่อมและหมอนรองฉีกอาจกลับมาเป็นซ้ำได้หากไม่ปรับพฤติกรรม

  • หากจำเป็นต้องผ่าตัด ผลการรักษาโดยทั่วไปช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเดินได้ใกล้เคียงปกติ

ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง

  • เดินผิดรูปและปวดเรื้อรัง

  • ข้อเสื่อมรุนแรงจนต้องผ่าตัด

  • กระดูกหักหากมีโรคกระดูกพรุนร่วมด้วย

  • คุณภาพชีวิตแย่ลงจากการใช้งานเข่าไม่ได้

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์

  • เลือกออกกำลังกายที่ไม่ลงน้ำหนักมาก เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน

  • ประคบอุ่นเมื่อเข่าตึง ประคบเย็นเมื่อเข่าบวม

  • เลี่ยงรองเท้าส้นสูงหรือพื้นแข็งเกินไป

  • หากปวดเข่าไม่หายเกิน 1–2 สัปดาห์ ควรพบแพทย์

สรุป

อาการปวดเข่าไม่ได้เกิดจากโรคเดียวเสมอไป แต่พบได้จากข้อเข่าเสื่อม หมอนรองกระดูกฉีก เอ็นอักเสบ น้ำในเข่า หรือโรคเก๊าท์ การตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงสำคัญมาก เพราะวิธีรักษาแตกต่างกัน หากใส่ใจดูแลและปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้รักษาได้ถูกต้อง ลดโอกาสเรื้อรัง และกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดเข่า #ข้อเข่าเสื่อม #หมอนรองกระดูกเข่าฉีก #เอ็นเข่าอักเสบ #โรคเก๊าท์ #หมอเก่งกระดูกและข้อ