ปวดหลังเรื้อรัง หลังค่อม ตัวเตี้ยลง อาจไม่ใช่เรื่องแก่ธรรมดา แต่เป็น “กระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุน” รู้ทันและรักษาเร็ว ช่วยป้องกันการทรุดหนักในอนาคต

หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ปวดหลังเรื้อรัง เวลานั่งนาน ลุกยืน หรือก้มตัวก็เจ็บ บางคนอยู่ดี ๆ หลังยุบหรือหลังค่อมจนสังเกตได้โดยไม่รู้สาเหตุ อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ “เมื่อยธรรมดา” แต่เป็นสัญญาณของ กระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุน ที่พบได้มาก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน

เรื่องราวจากผู้ป่วยจริง (สมมติ)

คุณยายพิม อายุ 70 ปี ปกติเป็นคนแข็งแรง เดินออกกำลังกายรอบบ้านทุกเช้า แต่เมื่อสองเดือนก่อน ยายก้มลงเก็บของเล็กน้อยแล้วรู้สึก “ปวดหลังจี๊ด” รุนแรง นอนพักก็ไม่ทุเลา เวลาจะลุกนั่งเจ็บจนต้องใช้มือยัน สุดท้ายหลังของยายเริ่มค่อมลงเรื่อย ๆ จนลูกหลานพามาหาหมอ ตรวจพบว่ากระดูกสันหลังยุบตัวเพราะโรคกระดูกพรุน ทั้งที่ไม่ได้หกล้มหรืออุบัติเหตุรุนแรงเลย

กระดูกสันหลังยุบคืออะไร

ลองนึกภาพก้อนอิฐที่ซ้อนกันเป็นกำแพง หากก้อนอิฐบางลงหรือผุ ก้อนหนึ่งก็อาจยุบตัว ทำให้กำแพงเอียงหรือโก่ง กระดูกสันหลังก็เช่นเดียวกัน เมื่อกระดูกพรุนทำให้ความแข็งแรงลดลง แรงกดเพียงเล็กน้อย เช่น ยกของ ก้ม ล้มเบา ๆ หรือแม้แต่แรงกดของตัวเอง ก็อาจทำให้กระดูกสันหลังบางข้อยุบตัวลงจนเจ็บและผิดรูปได้

สาเหตุของกระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุน

  • อายุที่มากขึ้น กระดูกสร้างใหม่ได้น้อยกว่าการสลาย

  • ผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน ขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยรักษาความหนาแน่นของกระดูก

  • การได้รับแคลเซียมหรือวิตามินดีไม่เพียงพอ

  • การขาดการออกกำลังกาย

  • การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์

  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่อง

  • โรคประจำตัวบางอย่าง เช่น ไทรอยด์ทำงานเกิน เบาหวานเรื้อรัง

อาการที่พบได้บ่อย

  • ปวดหลังเฉียบพลัน โดยเฉพาะหลังยกของหรือก้มตัว

  • ปวดเรื้อรัง รู้สึกหนัก ๆ หลังเหมือนถูกกดทับ

  • หลังค่อมลงทีละน้อย ตัวเตี้ยลง

  • บางรายปวดร้าวรอบเอวหรือลงขา หากกระดูกที่ยุบไปกดเส้นประสาท

สัญญาณอันตรายที่ควรรีบพบแพทย์

  • ปวดหลังจนลุกเดินไม่ไหว

  • ปวดร้าวลงขา ชา หรืออ่อนแรง

  • ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้

  • หลังโก่งงอผิดปกติในเวลาไม่นาน

หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ทันที ไม่ควรรอหรือซื้อยากินเอง

ปัจจัยเสี่ยง

  • ผู้หญิงอายุเกิน 50 ปี โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน

  • ผู้ชายอายุเกิน 65 ปี

  • ผู้ที่เคยมีกระดูกหักง่ายมาก่อน

  • คนรูปร่างผอม น้ำหนักน้อย

  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวกระดูกพรุน

การตรวจวินิจฉัย

  • การตรวจร่างกาย แพทย์จะกดหรือตรวจหาจุดกดเจ็บ ความโค้งของหลัง และการเคลื่อนไหว

  • เอกซเรย์ ช่วยดูว่ามีกระดูกสันหลังยุบหรือไม่

  • เอ็มอาร์ไอ (เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ใช้ดูว่ากระดูกสันหลังที่ยุบเป็นใหม่หรือเก่า และมีการกดเส้นประสาทหรือไม่

  • ตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก (Bone mineral density) เพื่อยืนยันว่าเป็นโรคกระดูกพรุน

การรักษาแบบไม่ผ่าตัดเป็นลำดับขั้น

  1. ปรับพฤติกรรม หลีกเลี่ยงการยกของหนัก ก้มตัวแรง ๆ จัดท่าทางเวลานั่ง นอน เดินให้ถูกต้อง

  2. การใช้ยา มียาที่ช่วยลดการสลายของกระดูกและกระตุ้นการสร้างกระดูก รวมถึงยาลดปวดเพื่อบรรเทาอาการ

  3. กายภาพบำบัด เน้นท่าออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้อง ช่วยพยุงกระดูกสันหลัง และปรับท่าทางให้หลังไม่ค่อม

  4. การใส่เสื้อเกราะพยุงหลัง (Back brace) ช่วยลดแรงกดและปวด

  5. การฉีดยาลดอักเสบด้วยอัลตราซาวด์ หากมีอาการปวดร้าวจากเส้นประสาทถูกกด การฉีดยาที่ตำแหน่งเฉพาะภายใต้เครื่องอัลตราซาวด์ จะช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการได้แม่นยำและปลอดภัย

  6. ติดตามผล แพทย์จะนัดตรวจซ้ำเพื่อดูอาการว่าดีขึ้นหรือไม่ และปรับการรักษาให้เหมาะสม

เมื่อใดที่ควรพิจารณาผ่าตัด

  • ปวดรุนแรงไม่ดีขึ้นหลังการรักษาไม่ผ่าตัดอย่างเต็มที่

  • กระดูกยุบจนเบียดเส้นประสาท ทำให้ขาชา อ่อนแรง

  • หลังค่อมมากจนส่งผลต่อการหายใจหรือการใช้ชีวิตประจำวัน

การผ่าตัดมีหลายวิธี เช่น การฉีดซีเมนต์พยุงกระดูกที่ยุบ (Vertebroplasty) หรือการเสริมสร้างแนวกระดูก (Kyphoplasty) แต่จะทำเมื่อจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น

พยากรณ์โรค

  • หากรักษาและปรับพฤติกรรมถูกต้อง อาการปวดมักดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ถึงเดือน

  • กระดูกที่ยุบแล้วจะไม่กลับมาเหมือนเดิม แต่สามารถป้องกันไม่ให้ยุบเพิ่มได้

  • หากไม่ดูแล อาจเกิดกระดูกสันหลังยุบซ้ำหลายข้อ ทำให้หลังค่อมเรื้อรังและคุณภาพชีวิตลดลง

ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง

  • หลังค่อมเรื้อรัง ตัวเตี้ยลง

  • ปอดถูกกด ทำให้หายใจตื้น

  • ระบบทางเดินอาหารถูกรบกวน กินอาหารได้น้อยลง

  • เส้นประสาทถูกกด ทำให้ชา หรือเดินลำบาก

แผนดูแลตัวเองเบื้องต้นที่ทำได้จริง

  • กินอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดี เช่น นม เต้าหู้ ปลาตัวเล็ก

  • ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก เช่น เดินช้า ๆ ยกน้ำหนักเบา

  • รับแดดอ่อน ๆ ตอนเช้า เพื่อสร้างวิตามินดี

  • เลิกสูบบุหรี่ ลดการดื่มแอลกอฮอล์

  • จัดท่าทางนั่ง ยืน นอน ให้ถูกต้อง

  • ตรวจสุขภาพและวัดความหนาแน่นของกระดูกตามแพทย์แนะนำ

สรุป

ปวดหลังเรื้อรัง หลังค่อม หรือตัวเตี้ยลง ไม่ควรคิดว่าเป็นเรื่องปกติของวัยชราเสมอไป เพราะอาจเป็น “กระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุน” ซึ่งหากตรวจพบเร็วและรักษาอย่างถูกต้อง สามารถบรรเทาอาการและป้องกันการยุบซ้ำได้ สำคัญที่สุดคือการดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยอาหาร การออกกำลังกาย และการพบแพทย์เมื่อต้องการ ไม่ควรปล่อยจนสายเกินไป

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลัง #กระดูกพรุน #กระดูกสันหลังยุบ #ปวดหลังเรื้อรัง #หมอนรองกระดูก #กายภาพบำบัด #ฉีดยาลดอักเสบ