
หลายคนเริ่มรู้สึกว่าเวลาเดิน “ปลายเท้าจะเกือบลากพื้น” หรือ “ต้องยกขาสูงกว่าปกติไม่งั้นจะสะดุด” บางคนสังเกตว่าปลายเท้าไม่ค่อยมีแรง งอขึ้นไม่ค่อยได้ เดินแล้วได้ยินเสียงปั้ก ๆ เพราะปลายเท้ากระแทกพื้น
อาการทั้งหมดนี้อาจเป็นสัญญาณของ Foot Drop หรือ อาการเท้าตก ซึ่งพบได้ทั้งวัยทำงานและผู้สูงอายุ และมีหลายสาเหตุที่รักษาได้ หากตรวจให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นครับ
หมอจะอธิบายแบบง่ายที่สุด เพื่อให้เข้าใจและดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง
คุณศักดา อายุ 42 ปี พนักงานฝ่ายคลังสินค้า เดินเข้ามาคลินิกด้วยท่าเดินแปลกไป เขาบอกว่า
“หมอครับ ผมเดินแล้วสะดุดบ่อย ปลายเท้ามันไม่ค่อยยกขึ้น แฟนบอกว่าผมเดินเหมือนยกขาสูง ๆ แปลก ๆ เลยลองมาหาหมอครับ”
หลังตรวจระบบประสาท ความแข็งแรงกล้ามเนื้อ และวัดไฟฟ้าเส้นประสาท พบว่าเขามีอาการเท้าตกจากเส้นประสาทที่หน้าแข้งถูกกดทับ ซึ่งรักษาได้เมื่อวินิจฉัยถูกต้อง
เขาบอกว่า “ดีใจมากครับที่หมอบอกว่ารักษาได้ ผมนึกว่าจะเป็นอัมพาตแล้ว”
หมอจึงอยากอธิบายให้ทุกคนเข้าใจแบบเดียวกันครับ
เท้าตกคือภาวะที่ “กล้ามเนื้อปลายเท้ายกขึ้นได้ไม่เต็มที่” ทำให้ปลายเท้าเฉียดพื้นหรือลากพื้นตอนเดิน ส่งผลให้เดินลำบากและสะดุดง่าย
ลักษณะสำคัญที่สังเกตได้:
ยกปลายเท้าไม่ขึ้น หรือขึ้นได้น้อย
เดินแล้วปลายเท้ากระแทกพื้นดังแปะ ๆ
ต้องยกขาสูงผิดปกติ (steppage gait)
สะดุดสิ่งเล็ก ๆ บ่อย
ปลายเท้าหรือหน้าแข้งอาจชา หรือมีอาการเสียวแปลบ
อาการนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นอัมพาตเสมอไป แต่อยู่ในกลุ่มโรคระบบประสาทที่ต้องตรวจให้ถูกจุดครับ
เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยมาก เช่น
นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธินาน ๆ
นั่งไขว่ห้างบ่อย
เข่าชน หรือมีอุบัติเหตุ
เส้นประสาทตรงนี้ตื้นมาก ถูกกดทับง่าย ทำให้ยกเท้าไม่ขึ้น
เช่น อุบัติเหตุ ข้อเท้าแพลงรุนแรง ทำให้เส้นประสาทยืดหรือช้ำ
โดยเฉพาะหมอนรองกระดูกระดับเอว กดรากเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงปลายเท้า ทำให้
ปวดหลังร้าวลงขา
อ่อนแรงปลายเท้า
มีอาการชาที่ขาร่วมด้วย
พบได้ในผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี
หมอจะตรวจคัดกรองตามอาการครับ
การตรวจ Foot Drop ต้องตรวจทั้ง “ระบบประสาท + กล้ามเนื้อ + กระดูกสันหลัง” เพื่อแยกโรคครับ
ให้กระดกเท้าขึ้น ต้านมือแพทย์
ตรวจการรับความรู้สึกที่หน้าแข้งและปลายเท้า
ตรวจการเดิน
เป็นการตรวจสำคัญมาก ช่วยระบุได้ว่าเส้นประสาทเสียตรงไหน เช่น
เสียที่เส้นประสาทหัวเข่า
เสียจากหมอนรองกระดูกหลัง
หรือเสียจากโรคระบบประสาท
ใช้เมื่อต้องแยกว่ามีหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทร่วมด้วยหรือไม่
การวินิจฉัยที่ถูกต้องจะทำให้การรักษาถูกทางครับ
ตัวอย่างเช่น:
ถ้าเส้นประสาทหัวเข่าถูกกด → ปรับท่านั่ง หลีกเลี่ยงนั่งพับเพียบ/ไขว่ห้าง
ถ้าหมอนรองกระดูกทับเส้น → รักษาตามแนวทางของหมอนรองกระดูก
ถ้าเบาหวาน → ควบคุมน้ำตาล
สำคัญมาก ช่วยให้
กล้ามเนื้อกลับมาแข็งแรง
ลดการฝ่อลีบ
ฝึกการเดินให้มั่นคง
ช่วยป้องกันสะดุดและหกล้ม เหมาะมากในช่วงที่กล้ามเนื้อยังกลับมาไม่เต็มที่
ใช้ในกรณีที่เส้นประสาทอักเสบจากการกดทับ
ใช้เฉพาะกรณีเส้นประสาทถูกกดทับรุนแรง หรือไม่ดีขึ้นเป็นเวลานาน
การผ่าตัดรักษา Foot Drop (เท้าตก) ทำ “กรณีจำเป็นจริง ๆ” เท่านั้น ไม่ใช่ทุกคนต้องผ่าตัด และส่วนใหญ่ผู้ป่วยหลายรายดีขึ้นได้ด้วยการกายภาพบำบัดและรักษาต้นเหตุ เช่น ลดการกดทับเส้นประสาท
แต่ถ้าเป็นกรณีที่
✔ เส้นประสาทถูกกดทับรุนแรง
✔ กล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก
✔ อาการไม่ดีขึ้นเกิน 3–6 เดือน
✔ เส้นประสาทขาดหรือเสียหายหนัก
แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดตามประเภทต่าง ๆ ดังนี้ครับ
เหมาะสำหรับผู้ที่มี foot drop จาก
เส้นประสาทหัวเข่าด้านนอก (peroneal nerve) ถูกกดทับ
หมอนรองกระดูกหลังทับเส้น (บางกรณี)
ก้อนเนื้อ/ถุงน้ำกดเส้นประสาท
ทำอะไรบ้าง?
เปิดแผลเล็ก ๆ บริเวณที่เส้นประสาทถูกกด
เอาเนื้อเยื่อที่กดออก เช่น เยื่อพังผืด, ถุงน้ำ, หินปูน
ทำให้เส้นประสาทมีพื้นที่หายใจ ฟื้นตัวดีขึ้น
หลังผ่าตัดมักดีขึ้นภายในหลายสัปดาห์ – หลายเดือน เพราะเส้นประสาทต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวครับ
ใช้ในกรณี
อุบัติเหตุแรงมาก ทำให้เส้นประสาท “ขาด”
กระดูกหักตำแหน่งที่เส้นประสาทฉีก
ทำโดย
เย็บเส้นประสาทให้ติดกัน
หรือใช้เส้นประสาทจากตำแหน่งอื่นมา “ต่อ” (graft)
เป็นการผ่าตัดซับซ้อน ต้องใช้เวลา 6–12 เดือนเพื่อฟื้นตัว
ใช้ในผู้ที่เส้นประสาทเสียถาวร ฟื้นตัวไม่ได้อีกแล้ว
เป็นวิธีที่ใช้บ่อยที่สุดใน foot drop ระยะเรื้อรัง
ทำอะไรบ้าง?
แพทย์จะนำเอ็นที่แข็งแรง เช่น posterior tibialis tendon
เปลี่ยนตำแหน่งมาต่อที่ด้านหน้าเท้า
เพื่อให้กล้ามเนื้อมัดนี้ “ทำงานแทน” กล้ามเนื้อที่ยกเท้าไม่ได้
ผลลัพธ์:
✔ ยกปลายเท้าได้ดีขึ้น
✔ เดินล้มง่ายน้อยลง
✔ ลดการสะดุด
เป็นการผ่าตัดที่ให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างชัดเจนในรายที่เส้นประสาทเสียถาวรครับ
แม้ผ่าตัดแล้วในหลายคนยังต้องใช้
AFO (อุปกรณ์พยุงเท้า)
กายภาพบำบัดเพื่อฟื้นกำลัง
ช่วยให้เดินมั่นคง ป้องกันหกล้ม และเร่งการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อครับ
ขึ้นกับวิธีผ่าตัดและความรุนแรง
เส้นประสาทกดทับ → ดีขึ้นใน 6–12 สัปดาห์
ซ่อมเส้นประสาท → ใช้เวลา 3–12 เดือน
ย้ายเอ็น → เดินดีขึ้นภายใน 6–8 สัปดาห์ ต้องทำกายภาพต่อเนื่อง
เส้นประสาทเป็นอวัยวะที่ใช้เวลาฟื้นตัวนาน จึงต้องติดตามต่อเนื่องครับ
ส่วนใหญ่ “มีโอกาสฟื้นตัวได้ดี” หากรักษาถูกต้องและเร็วพอ
การฟื้นตัวของเส้นประสาทใช้เวลาประมาณ 3–6 เดือน
บางรายนานถึง 12 เดือน
ถ้ากายภาพสม่ำเสมอ มีโอกาสกลับมาเดินปกติได้สูง
ปัจจัยที่ทำให้ฟื้นเร็ว:
แก้สาเหตุเร็ว
ไม่ปล่อยให้เส้นประสาทถูกกดทับนาน
ทำกายภาพต่อเนื่อง
ใช้ AFO ป้องกันสะดุด
อาการเท้าตกอาจดูน่ากลัว แต่ ส่วนใหญ่รักษาได้ หากวินิจฉัยถูกต้องตั้งแต่แรก ไม่ต้องรอให้หนักแล้วค่อยมาตรวจนะครับ เพราะเส้นประสาทยิ่งถูกกดทับนานเท่าไร ยิ่งฟื้นตัวยากขึ้น
ถ้าเริ่มรู้สึกว่า “ปลายเท้าไม่ค่อยมีแรง เดินสะดุดง่าย” ควรมาพบแพทย์เพื่อประเมิน และเริ่มรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นครับ
หมอพร้อมช่วยดูภาพ MRI หรือผลตรวจเส้นประสาทเพิ่มเติมได้เสมอครับ 😊
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#footdrop #เท้าตก #เดินสะดุด #เส้นประสาท #หมอนรองกระดูกทับเส้น #หมอเก่งให้ความรู้ #กระดูกและข้อ