"คุณหมอครับ ช่วงนี้ผมปวดบ่า ปวดคอมาก บางทีมีอาการชาลงไปที่แขนด้วยครับ นึกว่าเป็นออฟฟิศซินโดรม แต่ไปนวดก็ไม่หายสักที"
คนไข้หนุ่มวัยทำงาน เข้ามาปรึกษาด้วยอาการปวดเรื้อรัง พอหมอซักประวัติไปลึก ๆ ถึงกิจวัตรประจำวัน ก็พบ "จำเลย" ที่คาดไม่ถึงครับ นั่นคือ "เป้ใบเก่ง" ที่เขาใส่นู่นใส่นี่ แบกโน้ตบุ๊ก แบกเอกสาร น้ำหนักรวมเกือบ 5-6 กิโลกรัม เดินทางไปกลับที่ทำงานทุกวัน
หลายคนอาจคิดว่า "แค่กระเป๋าเป้ จะทำร้ายเราได้ขนาดนั้นเลยเหรอ?"
คำตอบคือ "ได้แน่นอนครับ" และอาจส่งผลเสียระยะยาวต่อโครงสร้างกระดูกสันหลังมากกว่าที่คุณคิด วันนี้หมอจะพามาเช็กกันว่า เป้ที่คุณสะพายทุกวัน กำลังทำร้ายกระดูกคอและไหล่ของคุณอยู่หรือเปล่า
โดยปกติ กระดูกสันหลังของคนเราจะเรียงตัวเป็นรูปตัว S เพื่อรองรับน้ำหนักศีรษะและกระจายแรงกระแทก แต่เมื่อเราสะพายเป้ที่มีน้ำหนักมาก ร่างกายจะต้องปรับสมดุลใหม่โดยอัตโนมัติ เพื่อไม่ให้เราหงายหลังล้มครับ
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ:
คอยื่นไปข้างหน้า (Forward Head Posture): เราจะเผลอโน้มตัวและยื่นคอไปข้างหน้าเพื่อถ่วงน้ำหนัก ทำให้กล้ามเนื้อคอด้านหลังต้องเกร็งตัวตลอดเวลา เพื่อดึงศีรษะไว้
ไหล่ห่อ (Rounded Shoulders): น้ำหนักของสายสะพายจะดึงรั้งไหล่ให้ตกลงและห่อมาด้านหน้า ทำให้กล้ามเนื้อหน้าอกตึงตัว ส่วนกล้ามเนื้อหลังสะบักอ่อนแรง
แรงกดทับเส้นประสาท: สายสะพายที่รัดแน่นบริเวณบ่า อาจไปกดทับกลุ่มเส้นประสาท (Brachial Plexus) ที่ส่งสัญญาณไปยังแขน ทำให้เกิดอาการชา หรืออ่อนแรงได้
หากเราสะพายเป้หนัก หรือสะพายผิดท่าเป็นเวลานาน จะเกิดผลเสียดังนี้ครับ:
1. กระดูกคอเสื่อมเร็วขึ้น: การที่คอยื่นไปข้างหน้าทุก ๆ 1 นิ้ว จะเพิ่มน้ำหนักภาระที่คอต้องแบกรับมหาศาลครับ หมอนรองกระดูกคอจะทำงานหนักขึ้น เสี่ยงต่อการเสื่อม หรือหมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาทได้ แม้อายุยังน้อย
2. กล้ามเนื้อบ่าอักเสบเรื้อรัง (Trapezius Myalgia): หรือที่เราชอบเรียกว่า "ลมจับโปง" หรือปวดบ่านั่นแหละครับ สายเป้ที่กดทับจะทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เกิดก้อนแข็งเกร็ง (Trigger point) ที่นวดเท่าไหร่ก็ไม่หายขาด ถ้าไม่เลิกแบกหนัก
3. อาการชาที่แขนและมือ: ในบางคนที่เป็นหนัก สายเป้จะกดทับเส้นเลือดและเส้นประสาทบริเวณไหปลาร้า ทำให้มีอาการแขนชา มือชา เวลาสะพายนาน ๆ และอาจส่งผลให้กล้ามเนื้อแขนลีบลงได้ในระยะยาว
ลองสำรวจตัวเองดูนะครับ ถ้ามีพฤติกรรมเหล่านี้ ต้องรีบแก้ครับ
❌ สะพายต่ำเกินไป: ปล่อยสายยาว ให้ก้นกระเป๋าห้อยลงไปถึงก้น หรือต้นขา ยิ่งต่ำ แรงดึงที่บ่ายิ่งมาก
❌ สายเล็กและบาง: สายสะพายที่เป็นเชือก หรือเส้นเล็ก ๆ จะบาดผิวและกดทับเฉพาะจุดรุนแรงกว่าสายแผ่นกว้าง
❌ สะพายข้างเดียว: อันนี้อันตรายสุด ๆ ครับ เพราะจะทำให้กระดูกสันหลังคดงอไปด้านหนึ่ง ไหล่สองข้างสูงต่ำไม่เท่ากัน และปวดหลังรุนแรงได้
❌ หนักเกินตัว: แบกบ้านไปทำงาน/ไปโรงเรียน
หมอไม่ได้บอกให้เลิกใช้เป้นะครับ เป้ยังเป็นกระเป๋าที่ดีที่สุดในแง่สรีระศาสตร์ (ดีกว่ากระเป๋าสะพายข้าง) แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธีครับ:
1. กฎเลข 10%: น้ำหนักกระเป๋า ไม่ควรเกิน 10-15% ของน้ำหนักตัว ครับ เช่น ถ้าคุณหนัก 50 กิโลกรัม กระเป๋าไม่ควรหนักเกิน 5-7.5 กิโลกรัม ลองมาชั่งดูนะครับ ส่วนใหญ่เกินกันทั้งนั้น
2. ตำแหน่งต้องเป๊ะ: ปรับสายสะพายให้กระชับ ก้นกระเป๋าต้องอยู่เหนือสะโพก หรืออยู่ระดับเอว ห้ามห้อยต่องแต่งลงไปถึงก้นเด็ดขาด เพื่อให้กระเป๋าแนบชิดแผ่นหลังมากที่สุด
3. เลือกสายสะพายให้ถูก: ควรเลือกเป้ที่มี สายสะพายกว้างและนุ่ม (Padded straps) เพื่อกระจายแรงกด และถ้ามี สายรัดเอว (Waist belt) จะดีมากครับ เพราะช่วยถ่ายเทน้ำหนักจากบ่า ลงไปที่สะโพกแทน ช่วยเซฟหลังได้เยอะมาก
4. จัดของให้เป็น: ของที่มีน้ำหนักมาก (เช่น โน้ตบุ๊ก หรือหนังสือเล่มหนา) ควรวางไว้ด้านในสุดติดกับแผ่นหลัง จะช่วยลดแรงเหวี่ยงและแรงดึงที่ไหล่ได้ครับ
เป้ใบเก่ง อาจกลายเป็นศัตรูตัวร้ายทำลายกระดูกคอได้ ถ้าเราใช้งานผิดวิธี โดยเฉพาะในวัยเรียนและวัยทำงานที่ต้องแบกทุกวัน
หมออยากให้ลองลดสัมภาระที่ไม่จำเป็นลงบ้าง ปรับสายให้กระชับ และถ้าเริ่มมีอาการปวดร้าวลงแขน หรือปวดคอเรื้อรัง พักแล้วไม่หาย อย่าฝืนแบกต่อนะครับ ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจดูโครงสร้างกระดูก ก่อนที่ความเสื่อมจะถามหาถาวรครับ
สุขภาพหลังและคอที่ดี สร้างได้จากการ "ลดภาระ" บนบ่าของเราครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อสอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ📱 Line ID: @doctorkeng
#ปวดคอ #ปวดไหล่ #สะพายเป้ปวดหลัง #กระดูกคอเสื่อม #ออฟฟิศซินโดรม #BackpackSyndrome #ปวดบ่าไหล่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กระเป๋านักเรียนหนัก #ชาลงแขน
