เจ็บส้นเท้า เดินลงน้ำหนักแล้วปวดจี๊ด...เป็นรองช้ำหรือโรคอื่น?

“หมอคะ หนูตื่นมาลุกจากเตียงตอนเช้าแล้วลงเท้าไม่ได้เลย เจ็บส้นเท้าข้างขวาจี๊ดเหมือนโดนของแหลมแทง ต้องเดินเขย่ง ๆ อยู่พักใหญ่กว่าจะค่อยยังชั่ว แบบนี้ใช่รองช้ำหรือเปล่าคะ?”

นี่คือคำถามจากคุณนิด อายุ 47 ปี ที่มีอาการเจ็บส้นเท้าเรื้อรังมาหลายเดือน โดยเฉพาะตอนเช้าหรือหลังนั่งนาน ๆ แล้วลุกขึ้นเดิน

หลายคนอาจเคยเป็นแบบนี้ และสงสัยว่า...เจ็บส้นเท้าแบบนี้ คือรองช้ำจริงไหม? หรือมีโรคอื่นซ่อนอยู่?

หมอสรุปให้ง่าย ๆ ว่า...อาการเจ็บส้นเท้าแบบปวดจี๊ด โดยเฉพาะเวลาลงน้ำหนักตอนเช้า เป็นลักษณะเด่นของ “รองช้ำ”

แต่...ก็ยังมีโรคอื่นอีกที่ทำให้ส้นเท้าเจ็บได้ ดังนั้นควรเข้าใจให้ชัด เพื่อดูแลให้ถูกทางครับ

“รองช้ำ” คืออะไร?

รองช้ำ หรือชื่อทางการว่า พังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ (Plantar fasciitis) คือการอักเสบของเส้นพังผืดที่ยึดระหว่างกระดูกส้นเท้ากับปลายเท้า

เส้นพังผืดนี้ทำหน้าที่เหมือนสปริงรองพื้นเท้า พอใช้งานมาก หรือโดนยืดซ้ำ ๆ บ่อย ๆ ก็จะเกิดการอักเสบเรื้อรัง และมีอาการปวดที่บริเวณส้นเท้า

ลักษณะอาการที่พบบ่อยของรองช้ำ

  • ปวดจี๊ดบริเวณ “กลางส้นเท้า” หรือ “ขอบด้านในของส้น”

  • ปวดมากเวลาลงเท้าก้าวแรกในตอนเช้า หรือหลังนั่งนาน

  • เดินไปเรื่อย ๆ แล้วดีขึ้น แต่ถ้ายืนนานก็จะปวดอีก

  • กดที่ใต้ส้นเท้าจะเจ็บจุดชัดเจน

  • มักเป็นข้างเดียว แต่บางคนก็เป็นสองข้างได้

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นรองช้ำ?

  • ผู้ที่ต้องยืนนาน เดินเยอะ หรือทำงานบนพื้นแข็ง

  • คนที่มีน้ำหนักตัวมาก

  • คนที่ใส่รองเท้าพื้นแข็ง ไม่มีพื้นนุ่มรับแรง

  • ผู้ที่ออกกำลังกายแบบวิ่ง หรือกระโดดบ่อย ๆ

  • กลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป เพราะพังผืดเริ่มเสื่อมตามอายุ

ถ้าไม่ใช่รองช้ำ แล้วจะเป็นอะไรได้อีก?

  • เอ็นร้อยหวายอักเสบ: ปวดหลังส้นเท้า และตึงบริเวณเอ็นเหนือส้นขึ้นไปถึงน่อง

  • กระดูกส้นเท้าแตกหรือเคลื่อน (จากการกระแทกหรืออุบัติเหตุ)

  • เส้นประสาทถูกกดทับที่ข้อเท้า (Tarsal tunnel syndrome)

  • กระดูกงอกใต้ส้นเท้า (Heel spur): มักพบร่วมกับรองช้ำ

จะวินิจฉัยได้อย่างไร?

  • แพทย์จะ ตรวจร่างกาย โดยกดดูตำแหน่งที่ปวด ช่วงเวลาที่ปวด และลักษณะการเดิน

  • อัลตราซาวนด์: ตรวจดูพังผืดใต้ฝ่าเท้าว่าหนาหรืออักเสบหรือไม่

  • X-ray เท้า: ใช้ดูว่ามีกระดูกงอก หรือกระดูกแตกหรือไม่

แนวทางการรักษาเบื้องต้น

  • พักการใช้งาน: งดยืนนาน หรือเดินบนพื้นแข็งชั่วคราว

  • ประคบเย็น: วันละ 15–20 นาที วันละ 2–3 ครั้ง ในช่วงแรกที่อักเสบ

  • ทายาหรือรับประทานยาแก้อักเสบ

  • ยืดพังผืดใต้ฝ่าเท้าและน่อง: วันละหลายครั้ง เช่น ท่ายืดน่องบนบันได ท่ากลิ้งเท้าบนลูกบอล

  • เปลี่ยนรองเท้า: เลือกที่พื้นนุ่ม มีแผ่นเสริมอุ้งเท้า และรองรับส้นเท้า

  • กายภาพบำบัด: ใช้เครื่องมือเฉพาะ เช่น ultrasound หรือ shockwave therapy

  • ฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะจุด: ในรายที่อาการไม่ดีขึ้นด้วยวิธีทั่วไป

  • ผ่าตัด: พบน้อยมาก มักใช้เมื่อรักษาทุกวิธีแล้วไม่ดีขึ้นเกิน 6–12 เดือน

พยากรณ์โรค: หายขาดไหม?

  • ถ้ารักษาเร็ว และปรับพฤติกรรมดี อาการจะดีขึ้นใน 3–6 สัปดาห์

  • แต่ถ้าทิ้งไว้ อาจเรื้อรังและปวดต่อเนื่องนานหลายเดือน

  • การดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอมีผลมากกว่ายาเพียงอย่างเดียว

หมอสรุปว่า...

อาการเจ็บส้นเท้า โดยเฉพาะตอนเช้าหรือลงน้ำหนัก อาจเป็นสัญญาณของรองช้ำ ซึ่งพบบ่อยและรักษาได้ ถ้าดูแลอย่างถูกวิธี

อย่าปล่อยให้กลายเป็นความเจ็บเรื้อรังที่สะสมเรื่อย ๆ เพราะยิ่งนาน...ยิ่งรักษายากครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#เจ็บส้นเท้า #รองช้ำ #พังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ #ปวดส้นเท้า #กระดูกงอก #หมอเก่งกระดูกและข้อ