ปวดขาข้างเดียว บวมรุนแรง เดินไม่ได้... อาจไม่ใช่แค่เส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อ อาจเป็นลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดดำลึก (DVT)

"แม่อยู่ ๆ ก็ปวดน่องขาขวา บวมเป่ง แข็งตึง เดินไม่ได้เลยค่ะหมอ นึกว่าเป็นตะคริว แต่ผ่านไปครึ่งวันยังไม่ดีขึ้นเลยค่ะ" — เสียงลูกสาวที่พาแม่วัย 62 ปีเข้าห้องฉุกเฉินด้วยความตกใจ

หมอตรวจแล้วรีบส่งต่อห้องอัลตราซาวด์ พบว่าคุณแม่เป็น "ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำลึก" หรือที่เรียกกันว่า DVT (Deep Vein Thrombosis) ซึ่งอาจอันตรายถึงชีวิตถ้าไม่รักษาให้ทันเวลา

DVT คืออะไร?

DVT คือ ภาวะที่มีลิ่มเลือดก่อตัวในหลอดเลือดดำที่อยู่ลึกในร่างกาย โดยเฉพาะที่ขา — มักพบบริเวณน่อง ต้นขา หรือเชิงกราน

ลิ่มเลือดนี้สามารถขัดขวางการไหลเวียนของเลือด ทำให้ขาบวม ปวด ตึง และถ้าไม่รักษา ลิ่มเลือดอาจหลุดไปที่ปอด ทำให้เกิด ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด (Pulmonary Embolism) ซึ่งอันตรายมาก

อาการที่ควรระวัง

  • ปวดขาข้างเดียว โดยเฉพาะบริเวณน่องหรือต้นขา

  • ขาบวม ตึง แข็ง กดเจ็บ

  • รู้สึกว่าขาร้อนหรืออุ่นผิดปกติ

  • บางรายมีสีผิวเปลี่ยนเป็นคล้ำหรือแดง

  • เดินลำบาก หรือรู้สึกเหมือนขาหนักผิดปกติ

ใครบ้างเสี่ยงเป็น DVT?

  • ผู้ที่ต้องนอนพักนาน ๆ เช่น หลังผ่าตัด หรืออยู่ ICU

  • เดินทางไกลโดยนั่งนาน ๆ เช่น นั่งเครื่องบินข้ามทวีป

  • ผู้ป่วยมะเร็งบางชนิด

  • ผู้ที่ได้รับฮอร์โมน (เช่น ยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนทดแทน)

  • ผู้ที่เคยมีประวัติลิ่มเลือดอุดตันมาก่อน หรือมีพันธุกรรมผิดปกติด้านการแข็งตัวของเลือด

ต้องตรวจอะไรบ้าง?

  1. ซักประวัติและตรวจร่างกายโดยละเอียด

  2. Ultrasound Duplex Vein: ใช้คลื่นเสียงตรวจดูการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดดำ เห็นลิ่มเลือดได้ชัดเจน

  3. เจาะเลือดวัดค่า D-dimer: ถ้าค่านี้ต่ำมาก อาจช่วยตัดโรค DVT ออกไปได้ในบางราย (แต่ไม่ใช่ทุกคนต้องตรวจ)

  4. บางกรณีอาจต้อง CT หรือ MRI: ถ้าสงสัยว่าลิ่มเลือดหลุดไปที่ปอด

การรักษา DVT ทำอย่างไร?

  • ให้ยาละลายลิ่มเลือด (anticoagulant): เพื่อลดการอุดตัน และป้องกันไม่ให้เกิดลิ่มเลือดใหม่

  • นอนพัก ลดการเดินในช่วงแรก: ให้เลือดไม่ไหลแรงผ่านจุดอุดตัน

  • ใส่ถุงน่องพิเศษ: ช่วยพยุงเส้นเลือด ลดอาการบวม และป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

  • บางรายที่อันตรายมาก อาจต้องใส่สายกรองเลือดในเส้นเลือดใหญ่ (IVC filter) เพื่อป้องกันลิ่มเลือดวิ่งขึ้นไปที่ปอด

พยากรณ์โรคเป็นอย่างไร?

  • ถ้ารักษาเร็วและติดตามต่อเนื่อง โอกาสหายดีมีสูงมาก

  • ต้องกินยาต่อเนื่องหลายเดือน (หรือบางรายอาจต้องกินตลอดชีวิต)

  • ต้องติดตามอาการและค่าการแข็งตัวของเลือดตามที่แพทย์นัดเสมอ

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องรู้

  • ลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันที่ปอด (Pulmonary embolism): อันตรายถึงชีวิต

  • ภาวะขาบวมเรื้อรังจากหลอดเลือดเสียหาย (Post-thrombotic syndrome)

  • มีโอกาสเกิดลิ่มเลือดซ้ำได้ในอนาคต ถ้าไม่ควบคุมปัจจัยเสี่ยง

หมอสรุปให้นะครับ…

ถ้าจู่ ๆ ขาบวม ปวด ข้างเดียว รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เดินไม่ได้ — อย่าชะล่าใจว่าแค่ตะคริวหรือกล้ามเนื้ออักเสบ

ให้รีบพบแพทย์โดยเร็วเพื่อตรวจว่าใช่ DVT หรือไม่ เพราะหากปล่อยไว้ ลิ่มเลือดอาจหลุดไปที่ปอด ทำให้เสียชีวิตได้ทันที

ตรวจให้ไว รักษาให้ถูก และติดตามต่อเนื่อง คือหัวใจของการดูแลภาวะนี้ครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#DVT #ลิ่มเลือดอุดตัน #ขาบวมข้างเดียว #ปวดขาข้างเดียว #pulmonaryembolism #หมอกระดูกและข้อ #หมอเก่ง