ปวดส้นเท้า เดินลงน้ำหนักแล้วเจ็บเหมือนเหยียบหิน… หรือเรากำลังเป็น ‘รองช้ำ’ (Plantar Fasciitis)?

“หมอคะ หนูตื่นมาแล้วลงเท้าข้างขวา เจ็บจี๊ดส้นเท้าจนต้องเดินเขย่ง แล้วพอสาย ๆ ก็เริ่มดีขึ้น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น… แบบนี้คืออะไรคะ?”

หมอได้ยินประโยคนี้บ่อยมากจากคนไข้วัย 30 ขึ้นไป โดยเฉพาะกลุ่มที่น้ำหนักตัวมาก ทำงานยืนนาน ใส่รองเท้าไม่เหมาะสม หรือเริ่มออกกำลังกายหนักเกินไปเร็วเกินไป

หมออยากเล่าให้ฟังว่า… อาการแบบนี้คือหนึ่งในสัญญาณของ “โรครองช้ำ” หรือ plantar fasciitis

รองช้ำคือ ภาวะที่พังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ มักเกิดบริเวณที่เกาะกับกระดูกส้นเท้า จึงเจ็บเวลาลงน้ำหนัก โดยเฉพาะตอนตื่นนอนหรือหลังจากนั่งนาน ๆ แล้วลุกขึ้นเดิน

สาเหตุของโรครองช้ำมีอะไรบ้าง?

โรคนี้ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แต่เกิดจากการใช้งานมากเกินไป หรือมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้พังผืดอักเสบ เช่น

  • น้ำหนักตัวมาก ทำให้แรงกดที่ฝ่าเท้าเพิ่มขึ้น

  • ใส่รองเท้าพื้นแข็ง พื้นแบน หรือไม่มีซัพพอร์ต

  • ยืนหรือเดินนาน ๆ โดยไม่พัก

  • เริ่มออกกำลังกายหนัก ๆ โดยไม่ได้ยืดเหยียดพอ

  • มีรูปเท้าผิดปกติ เช่น เท้าแบน เท้าโก่ง

อาการของรองช้ำเป็นอย่างไร?

  • เจ็บแปลบที่ส้นเท้า โดยเฉพาะช่วงตื่นนอนหรือลุกจากที่นั่ง

  • เวลากดหรือบีบบริเวณส้นเท้าจะรู้สึกเจ็บ

  • ถ้าเป็นนาน อาจเจ็บตลอดวัน หรือปวดมากเวลาเดินนาน ๆ

บางรายอาจมีการอักเสบเรื้อรังจนกระตุ้นให้เกิดกระดูกงอกใต้ส้นเท้า (ที่บางคนเรียกว่า “ตะปูยื่น”) แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ทุกคนจะมีกระดูกงอก และกระดูกงอกก็ไม่ใช่สาเหตุหลักของอาการปวด

แนวทางการวินิจฉัยและการตรวจ

  • หมอมักวินิจฉัยจากประวัติและการตรวจร่างกายเป็นหลัก

  • ถ้ามีข้อสงสัย หรืออาการไม่ดีขึ้น อาจพิจารณา ultrasound หรือ X-ray เพื่อตรวจดูว่ามีกระดูกงอก หรือมีพังผืดหนาตัวหรือไม่

  • ไม่จำเป็นต้องใช้ MRI เว้นแต่มีข้อบ่งชี้ว่ามีโรคอื่นร่วมด้วย

แนวทางการรักษารองช้ำในปัจจุบัน (อัปเดตล่าสุด)

  1. การรักษาแบบไม่ใช้ยา:

  2. การใช้ยา:

  3. การทำกายภาพบำบัด:

  4. การฉีดยา:

  5. การรักษาทางเลือกอื่น ๆ:

  6. การผ่าตัด:

พยากรณ์โรคและภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง

  • ส่วนใหญ่โรคนี้สามารถรักษาให้ดีขึ้นหรือหายขาดได้ ถ้าได้รับการดูแลและปรับพฤติกรรมอย่างเหมาะสม

  • หากปล่อยไว้นาน หรือไม่ปรับพฤติกรรม อาการอาจเรื้อรัง และส่งผลต่อการเดิน การทรงตัว และคุณภาพชีวิตในระยะยาว

หมอสรุปให้แบบนี้ครับ…

รองช้ำเป็นโรคที่พบบ่อยมาก โดยเฉพาะในคนวัยทำงานและผู้สูงอายุ แม้ฟังดูไม่รุนแรง แต่หากปล่อยไว้จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก

ยิ่งรักษาเร็ว ปรับพฤติกรรมเร็ว ยิ่งหายไว ไม่เรื้อรัง

หากคุณหรือคนรอบตัวมีอาการเจ็บส้นเท้าในลักษณะนี้ อย่าละเลยครับ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

“บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ