แผลที่ขาคนเป็นเบาหวาน… แค่ตุ่มน้ำ หรือเสี่ยงลุกลามจนติดเชื้อรุนแรง?

“แม่ผมเป็นเบาหวานมานานครับ อยู่ ๆ ที่ขาเป็นตุ่มพอง ๆ ใส ๆ คล้ายถุงน้ำ แล้วก็เริ่มมีน้ำซึมออกมา ตอนนี้ผิวหนังรอบ ๆ เริ่มแดง เจ็บนิดหน่อย… น่ากลัวไหมครับหมอ?”

หลายคนอาจเคยเห็นตุ่มน้ำใส ๆ หรือที่เรียกว่า “bleb” เกิดขึ้นที่ผิวหนังของผู้ป่วยเบาหวาน โดยเฉพาะที่ขาและเท้า ซึ่งอาจดูไม่รุนแรงในตอนแรก แต่ในผู้ที่มีโรคเบาหวานเรื้อรัง — นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “แผลเบาหวาน” ที่กำลังจะลุกลามได้!

หมออยากบอกว่า…

ตุ่มน้ำหรือ bleb ที่เกิดขึ้นเองในผู้ป่วยเบาหวาน อาจเกิดจากหลอดเลือดและระบบประสาทที่เสื่อม ทำให้ผิวหนังเปราะบาง และเกิดตุ่มน้ำง่ายแม้ไม่ได้กระแทก

ถ้าตุ่มน้ำแตก หรือมีน้ำซึมออกมา แล้วไม่ได้ดูแลให้ดี อาจกลายเป็นแผลเปิด ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ลุกลามเร็ว จนถึงขั้นต้องตัดนิ้วหรือตัดขาได้!

รู้จักภาวะ “bleb ในเบาหวาน” ให้มากขึ้น

  • bleb คือถุงน้ำใส ๆ ใต้ผิวหนัง เกิดขึ้นเองโดยไม่มีการบาดเจ็บ

  • มักเกิดที่เท้า, หลังเท้า, ขา หรือข้อเท้า

  • เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดฝอยและเส้นประสาท

  • ผู้ป่วยมักไม่มีความรู้สึกเจ็บมาก เพราะเส้นประสาทรับความรู้สึกเสื่อมไปแล้ว

เมื่อ bleb แตก — แผลที่เกิดขึ้นจะมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ เพราะ

  • ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเบาหวานต่ำ

  • หลอดเลือดไปเลี้ยงไม่ดี ทำให้แผลหายช้า

  • แผลมักลึกโดยไม่รู้ตัว

สัญญาณเตือนที่ควรรีบไปพบแพทย์

  • น้ำในตุ่มไม่ใส เริ่มขุ่นหรือมีหนอง

  • ผิวหนังรอบแผลเริ่มแดง ร้อน หรือปวดมากขึ้น

  • เริ่มมีกลิ่นไม่พึงประสงค์

  • มีไข้ หนาวสั่น รู้สึกอ่อนเพลีย

  • แผลลุกลามกว้างขึ้น หรือไม่ดีขึ้นใน 2–3 วัน

ต้องตรวจอะไรบ้าง?

เมื่อพบแพทย์ แพทย์จะทำการ:

  • ตรวจลักษณะแผลและสภาพผิวหนังรอบข้าง

  • ตรวจน้ำตาลในเลือด เพื่อควบคุมระดับให้เหมาะสม

  • อาจส่ง swab หนองหรือน้ำซึมไปตรวจเชื้อ (เพื่อเลือกยาฆ่าเชื้อให้เหมาะ)

  • ตรวจเอกซเรย์หากสงสัยเชื้อเข้าไปถึงกระดูก

แนวทางการรักษาเบื้องต้น

  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

  • ล้างแผลอย่างถูกวิธี (อาจต้องทำโดยแพทย์หรือพยาบาล)

  • ถ้ามีการติดเชื้อ อาจต้องให้ยาฆ่าเชื้อทางปาก หรือทางเส้นเลือด

  • พักเท้า หลีกเลี่ยงการเดินหรือถูกรองเท้ากดทับแผล

  • ใช้รองเท้าเฉพาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานเพื่อป้องกันแผลซ้ำ

จะป้องกัน bleb และแผลเบาหวานได้อย่างไร?

  • ตรวจเท้าทุกวัน โดยเฉพาะบริเวณที่เสี่ยง เช่น ซอกนิ้ว, หลังเท้า, ข้อเท้า

  • ล้างเท้าให้สะอาด เช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะซอกนิ้ว

  • หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า หรือใส่รองเท้าแข็ง ๆ

  • ควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับเป้าหมาย

  • พบรอยแดง ตุ่ม หรือถุงน้ำ ควรรีบปรึกษาแพทย์ อย่าปล่อยให้แตกเอง

หมอสรุปว่า…

ในผู้ป่วยเบาหวาน แม้แค่ “ตุ่มน้ำ” หรือ “ถุงน้ำเล็ก ๆ” ก็ควรให้ความสำคัญ เพราะอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของแผลเบาหวานที่ลุกลามได้

หากมีน้ำซึม แดง เจ็บ หรือมีภาวะเบาหวานที่คุมไม่ดี — ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาอย่างถูกต้องก่อนจะสายเกินไปนะครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#แผลเบาหวาน #ตุ่มน้ำที่ขา #bleb #ติดเชื้อเบาหวาน #ดูแลเท้าเบาหวาน #หมอเก่งกระดูกและข้อ