
"หมอครับ ตื่นมาก็ปวดคอ นั่งทำงานก็ปวดบ่า บางทีร้าวลงแขนจนชานิ้ว... กระดูกคอผมไปหมดแล้วหรือยังครับ? ต้องผ่าตัดไหม?"
คนไข้หลายท่านเดินกุมคอเข้ามาหาหมอด้วยความกังวลใจ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ ที่มักจะมาพร้อมกับฟิล์มเอกซเรย์ที่โชว์ให้เห็นว่า "กระดูกคอเริ่มเสื่อม" หรือมีหินปูนเกาะ
คำว่า "เสื่อม" ฟังดูน่ากลัวเหมือนของหมดอายุใช่ไหมครับ? แต่ความจริงแล้ว กระดูกคอเสื่อมเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับทุกคนเมื่ออายุมากขึ้นครับ เปรียบเหมือน "สนิม" ที่เกาะตามบานพับประตูบ้านที่ใช้งานมานาน
แต่ข่าวดีคือ... "เสื่อมไม่ได้แปลว่าเจ็บเสมอไป" ครับ
คนไข้ของหมอจำนวนมาก มีกระดูกคอเสื่อมในฟิล์ม แต่ใช้ชีวิตได้ปกติ ไม่ปวดเลย เพียงแค่พวกเขารู้จัก "วิธีใช้งานคอให้ถูกต้อง" วันนี้หมอเก่งรวบรวมคู่มือการปฏิบัติตน สำหรับคนปวดคอและกระดูกคอเสื่อม มาฝากครับ เพื่อให้คุณดูแลตัวเองได้ ก่อนที่จะต้องพึ่งมีดหมอ
ศัตรูอันดับ 1 ของกระดูกคอ ไม่ใช่ความแก่ แต่คือ "ท่าทาง" ครับ ปกติศีรษะคนเราหนักประมาณ 5 กิโลกรัม (เท่าลูกโบว์ลิ่ง) ถ้าเราตั้งคอตรง กระดูกคอจะรับน้ำหนักแค่นั้น แต่ถ้าเรา "ยื่นหน้าไปเล่นมือถือ" หรือ "ยื่นคอไปจ้องคอมพิวเตอร์" (ท่าคอเต่า) น้ำหนักที่กดลงบนกระดูกคอจะเพิ่มขึ้นเป็น 20-30 กิโลกรัมทันที!
สิ่งที่ต้องทำ:
ปรับจอคอมพิวเตอร์: ยกให้สูงขึ้น ขอบบนของจอต้องอยู่ระดับสายตา (Eye Level) เพื่อให้เรานั่งมองตรงได้โดยไม่ต้องก้ม
ยกมือถือขึ้นมา: อย่าก้มหน้าลงไปหาโทรศัพท์ ให้ยกโทรศัพท์ขึ้นมาในระดับสายตาแทน แม้จะเมื่อยแขนหน่อย แต่ดีกว่าคอพังครับ
ดึงคางกลับ: หมั่นเช็กตัวเองบ่อยๆ ว่าคอยื่นไหม ให้ฝึกทำท่า "เก็บคาง" (Chin Tuck) คือดึงคางกลับมาด้านหลัง ให้หูตรงกับแนวไหล่
คนไข้ชอบถามว่า "หมอคะ ใช้หมอนยี่ห้อไหนดี? หมอนยางพาราดีไหม? หรือไม่หนุนหมอนเลยดีกว่า?"
หลักการเลือกหมอนสำหรับคนกระดูกคอเสื่อม มีหัวใจสำคัญคือ "ต้องรักษาสรีระความโค้งของคอ" ครับ
สิ่งที่ต้องทำ:
ท่านอนหงาย: หมอนต้องไม่สูงจนคอพับ (คางชิดอก) และไม่ต่ำจนหน้าหงาย หมอนที่ดีควรหนุนศีรษะและรองรับส่วนโค้งของหลังคอ (Cervical Lordosis) ได้พอดี
ท่านอนตะแคง: สำคัญมาก! หมอนต้องสูงพอให้ "แนวกระดูกสันหลังคอ ตรงขนานกับพื้น" ไม่ทำให้คอพับตกลงไป หรือแหงนขึ้น
ห้ามนอนคว่ำ: ท่านอนคว่ำทำให้เราต้องหันคอไปด้านใดด้านหนึ่งนานๆ ซึ่งเป็นการบิดเกลียวกระดูกคอ ทำลายข้อต่อรุนแรงที่สุดครับ
เวลาเมื่อยๆ หลายคนชอบบิดคอให้ดัง กร๊อบ! หรือหมุนคอเป็นวงกลมเหมือนพัดลม เพราะรู้สึกว่าเส้นมันคลายดี
ขอเตือนว่า "อันตรายมากครับ!" สำหรับคนที่มีกระดูกคอเสื่อม ข้อต่อจะหลวมและไม่มั่นคงอยู่แล้ว การสะบัดคอ หรือหมุนคอเป็นวงกลม จะยิ่งทำให้ข้อต่อเสียดสีกัน หินปูนงอกเร็วขึ้น และเสี่ยงที่กระดูกจะเคลื่อนไปทับเส้นประสาท หรือกดทับเส้นเลือดเลี้ยงสมองจนวูบได้
สิ่งที่ต้องทำ:
กระดูกคอและบ่าทำงานสัมพันธ์กันครับ การสะพายกระเป๋าหนักๆ ข้างเดียว จะทำให้กล้ามเนื้อบ่าเกร็งตัว และดึงรั้งกระดูกคอให้เอียงผิดรูป
สิ่งที่ต้องทำ:
ลดน้ำหนักกระเป๋า: เอาของที่ไม่จำเป็นออก
ใช้เป้สะพายหลัง: เพื่อกระจายน้ำหนัก 2 ข้างให้เท่ากัน หรือเปลี่ยนไปใช้กระเป๋าลาก
ผู้หญิง: ระวังเสื้อชั้นในที่สายรัดแน่นเกินไป จะกดทับกล้ามเนื้อบ่า ทำให้ปวดร้าวขึ้นคอได้ครับ
ถ้ากระดูกเราเสื่อม เราต้องสร้าง "กล้ามเนื้อ" มาทำหน้าที่พยุงศีรษะแทนกระดูกครับ นี่คือการรักษาที่ยั่งยืนที่สุด
ท่าบริหารแนะนำ (Isometric Exercise):
สู้มือ 4 ทิศ: เอามือวางที่หน้าผาก แล้วออกแรงดันหัวไปข้างหน้า(สู้กับมือที่ดันต้านไว้) เกร็งคอค้างไว้ 10 วินาที ทำสลับกันทั้ง 4 ด้าน (หน้าผาก, ท้ายทอย, ขมับซ้าย, ขมับขวา)
ทำวันละ 2-3 รอบ ท่านี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อคอแข็งแรงขึ้น โดยที่ข้อต่อกระดูกไม่ต้องขยับเสียดสีกันครับ ปลอดภัยและได้ผลดีมาก
โรคกระดูกคอเสื่อม เป็นแล้วไม่หายขาด (เพราะเราย้อนวัยไม่ได้) แต่เราสามารถ "อยู่ร่วมกับมันโดยไม่มีอาการปวด" ได้ครับ
เพียงแค่คุณปรับพฤติกรรมตาม 5 ข้อนี้ ลดภาระให้คอ และเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง คุณก็สามารถใช้ชีวิต ทำงาน และมีความสุขได้ตามปกติ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการผ่าตัด
เริ่มปรับตั้งแต่วันนี้ คอของคุณจะขอบคุณคุณไปอีกนานครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อสอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ📱 Line ID: @doctorkeng
#ปวดคอ #กระดูกคอเสื่อม #หมอนรองกระดูกคอทับเส้น #นอนตกหมอน #บริหารคอ #TextNeck #ออฟฟิศซินโดรม #หมอนสุขภาพ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปรับพฤติกรรมปวดคอ