
ปวดฝ่าเท้าใต้ส้น (รองช้ำ) ต่างจากปวดเอ็นร้อยหวายยังไง?
ทำไมเจ็บส้นเท้าถึงงงบ่อย?
หลายคนตื่นเช้ามาก้าวแรกแล้วปวดส้นเท้า บางคนบอกว่า “เป็นรองช้ำแน่ ๆ” แต่บางรายหมอกลับบอกว่า “เอ็นร้อยหวายอักเสบ” …แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าแบบไหนกันแน่?
วันนี้หมอจะเล่าให้ฟังว่า “รองช้ำ” กับ “เอ็นร้อยหวายอักเสบ” มีจุดต่างที่สำคัญยังไง เพื่อให้คุณสังเกตอาการได้ถูกต้องครับ
รองช้ำ (Plantar Fasciitis)
เกิดจาก พังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ โดยเฉพาะตรงที่เกาะกับกระดูกส้นเท้า
มักปวด ตรงกลางฝ่าเท้าใกล้ส้น
อาการเด่น = ปวดจี๊ดตอนก้าวแรกหลังตื่นนอน หรือเวลาลุกเดินหลังนั่งนาน ๆ
พอเดินไปสักพัก อาการอาจดีขึ้น แต่ถ้าเดินเยอะก็จะกลับมาปวดอีก
ปัจจัยเสี่ยง: น้ำหนักเกิน ยืน/เดินนาน ๆ ใส่รองเท้าพื้นแข็ง วิ่งลงส้นแรง ๆ
เอ็นร้อยหวายอักเสบ / ถุงน้ำรอบเอ็นอักเสบ (Achilles Tendinitis / Bursitis)
เกิดจาก เส้นเอ็นร้อยหวายด้านหลังข้อเท้าอักเสบ หรือถุงน้ำรอบ ๆ เอ็นอักเสบ
มักปวด หลังส้นเท้า บริเวณเหนือจุดที่รองเท้ากด
อาการเด่น = เจ็บเมื่อ กดตรงหลังส้น เดินแล้วเจ็บ โดยเฉพาะเวลาใส่รองเท้าส้นแข็ง
บางรายปวดมากตอนขึ้นลงบันได หรือหลังออกกำลังกายที่ใช้การวิ่ง/กระโดด
ปัจจัยเสี่ยง: กล้ามเนื้อน่องตึง วิ่งระยะไกลโดยไม่ได้ยืดเส้น รองเท้ากดส้น
จะรู้ได้ยังไงว่าเราเป็นแบบไหน?
ถ้า ปวดใต้ฝ่าเท้าใกล้ส้น โดยเฉพาะตอนตื่นนอน → มักเป็น รองช้ำ
ถ้า ปวดหลังส้นเท้า กดเจ็บตรงเอ็นร้อยหวาย → น่าจะเป็น เอ็นร้อยหวายอักเสบ
บางคนอาจมีทั้งสองอย่างร่วมกันได้!
การตรวจเพิ่มเติม
หมอจะตรวจร่างกายและถามประวัติการใช้งานเท้า
บางกรณีอาจใช้อัลตราซาวด์ (ultrasound) ดูความหนาของพังผืดหรือการอักเสบของเอ็น
ถ้าปวดเรื้อรังหรือสงสัยเอ็นฉีก อาจต้องทำ MRI
การรักษาและดูแลเบื้องต้น
รองช้ำ
พัก ลดการเดิน-ยืนนาน
ประคบเย็น 10–15 นาที
ยืดพังผืดใต้ฝ่าเท้าและกล้ามเนื้อน่อง
ใช้แผ่นรองส้นเท้าหรือรองเท้าพื้นนุ่ม
เอ็นร้อยหวายอักเสบ
พักจากการวิ่งหรือกิจกรรมที่ใช้แรงกระแทก
ประคบเย็นหลังใช้งาน
ยืดกล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวายอย่างสม่ำเสมอ
เลือกรองเท้าที่ไม่กดส้นด้านหลัง
ในรายที่ปวดมากหรือไม่ดีขึ้น
หมออาจให้ยาแก้อักเสบ ทำกายภาพ หรือฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง ultrasound ช่วย
กรณีที่เอ็นร้อยหวายฉีกหรือมีปัญหาโครงสร้างรุนแรง อาจต้องผ่าตัด
หมอสรุปให้ง่าย ๆ
ปวดใต้ฝ่าเท้าใกล้ส้น = รองช้ำ
ปวดหลังส้นเท้า = เอ็นร้อยหวายอักเสบ
แม้อาการจะใกล้เคียงกัน แต่ตำแหน่งปวดและพฤติกรรมที่ทำให้เจ็บต่างกัน การรักษาจึงต่างกันไปด้วย หากปวดเรื้อรังจนรบกวนชีวิตประจำวัน ควรให้แพทย์ตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงครับ
“บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666”
#รองช้ำ #ปวดส้นเท้า #เอ็นร้อยหวายอักเสบ #สุขภาพเท้า #หมอเก่งกระดูกและข้อ