ปวดฝ่าเท้าใต้ส้น (รองช้ำ) ต่างจากปวดเอ็นร้อยหวายยังไง?

ทำไมเจ็บส้นเท้าถึงงงบ่อย?

หลายคนตื่นเช้ามาก้าวแรกแล้วปวดส้นเท้า บางคนบอกว่า “เป็นรองช้ำแน่ ๆ” แต่บางรายหมอกลับบอกว่า “เอ็นร้อยหวายอักเสบ” …แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าแบบไหนกันแน่?

วันนี้หมอจะเล่าให้ฟังว่า “รองช้ำ” กับ “เอ็นร้อยหวายอักเสบ” มีจุดต่างที่สำคัญยังไง เพื่อให้คุณสังเกตอาการได้ถูกต้องครับ

รองช้ำ (Plantar Fasciitis)

  • เกิดจาก พังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ โดยเฉพาะตรงที่เกาะกับกระดูกส้นเท้า

  • มักปวด ตรงกลางฝ่าเท้าใกล้ส้น

  • อาการเด่น = ปวดจี๊ดตอนก้าวแรกหลังตื่นนอน หรือเวลาลุกเดินหลังนั่งนาน ๆ

  • พอเดินไปสักพัก อาการอาจดีขึ้น แต่ถ้าเดินเยอะก็จะกลับมาปวดอีก

  • ปัจจัยเสี่ยง: น้ำหนักเกิน ยืน/เดินนาน ๆ ใส่รองเท้าพื้นแข็ง วิ่งลงส้นแรง ๆ

เอ็นร้อยหวายอักเสบ / ถุงน้ำรอบเอ็นอักเสบ (Achilles Tendinitis / Bursitis)

  • เกิดจาก เส้นเอ็นร้อยหวายด้านหลังข้อเท้าอักเสบ หรือถุงน้ำรอบ ๆ เอ็นอักเสบ

  • มักปวด หลังส้นเท้า บริเวณเหนือจุดที่รองเท้ากด

  • อาการเด่น = เจ็บเมื่อ กดตรงหลังส้น เดินแล้วเจ็บ โดยเฉพาะเวลาใส่รองเท้าส้นแข็ง

  • บางรายปวดมากตอนขึ้นลงบันได หรือหลังออกกำลังกายที่ใช้การวิ่ง/กระโดด

  • ปัจจัยเสี่ยง: กล้ามเนื้อน่องตึง วิ่งระยะไกลโดยไม่ได้ยืดเส้น รองเท้ากดส้น

จะรู้ได้ยังไงว่าเราเป็นแบบไหน?

  • ถ้า ปวดใต้ฝ่าเท้าใกล้ส้น โดยเฉพาะตอนตื่นนอน → มักเป็น รองช้ำ

  • ถ้า ปวดหลังส้นเท้า กดเจ็บตรงเอ็นร้อยหวาย → น่าจะเป็น เอ็นร้อยหวายอักเสบ

  • บางคนอาจมีทั้งสองอย่างร่วมกันได้!

การตรวจเพิ่มเติม

  • หมอจะตรวจร่างกายและถามประวัติการใช้งานเท้า

  • บางกรณีอาจใช้อัลตราซาวด์ (ultrasound) ดูความหนาของพังผืดหรือการอักเสบของเอ็น

  • ถ้าปวดเรื้อรังหรือสงสัยเอ็นฉีก อาจต้องทำ MRI

การรักษาและดูแลเบื้องต้น

รองช้ำ

  • พัก ลดการเดิน-ยืนนาน

  • ประคบเย็น 10–15 นาที

  • ยืดพังผืดใต้ฝ่าเท้าและกล้ามเนื้อน่อง

  • ใช้แผ่นรองส้นเท้าหรือรองเท้าพื้นนุ่ม

เอ็นร้อยหวายอักเสบ

  • พักจากการวิ่งหรือกิจกรรมที่ใช้แรงกระแทก

  • ประคบเย็นหลังใช้งาน

  • ยืดกล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวายอย่างสม่ำเสมอ

  • เลือกรองเท้าที่ไม่กดส้นด้านหลัง

ในรายที่ปวดมากหรือไม่ดีขึ้น

  • หมออาจให้ยาแก้อักเสบ ทำกายภาพ หรือฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง ultrasound ช่วย

  • กรณีที่เอ็นร้อยหวายฉีกหรือมีปัญหาโครงสร้างรุนแรง อาจต้องผ่าตัด

หมอสรุปให้ง่าย ๆ

  • ปวดใต้ฝ่าเท้าใกล้ส้น = รองช้ำ

  • ปวดหลังส้นเท้า = เอ็นร้อยหวายอักเสบ

แม้อาการจะใกล้เคียงกัน แต่ตำแหน่งปวดและพฤติกรรมที่ทำให้เจ็บต่างกัน การรักษาจึงต่างกันไปด้วย หากปวดเรื้อรังจนรบกวนชีวิตประจำวัน ควรให้แพทย์ตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงครับ

“บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666”

#รองช้ำ #ปวดส้นเท้า #เอ็นร้อยหวายอักเสบ #สุขภาพเท้า #หมอเก่งกระดูกและข้อ