
“ลูกเพิ่งคลอดมา ทำไมเท้าหันเข้าใน?” …นี่อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่รู้ไว้ว่า รักษาได้ ถ้าเริ่มเร็ว!
Clubfoot ในเด็กแรกเกิด: เรื่องใกล้ตัวที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม
“หมอคะ ลูกเพิ่งคลอดมา ขาเขาเหมือนเท้าหันเข้าใน เดินไม่ได้แน่เลยใช่ไหมคะ?”
เป็นคำถามที่คุณแม่มือใหม่หลายคนรีบถามทันทีที่อุ้มลูกออกจากห้องคลอด แล้วสังเกตเห็นเท้าของลูกผิดปกติ เด็กดูน่ารักน่าเอ็นดู แต่พอเห็นรูปเท้าที่ผิดจากปกติก็เกิดความกังวลใจ
วันนี้หมออยากเล่าให้ฟังเรื่อง “เท้าปุก (Clubfoot)” โรคที่หลายคนเคยได้ยินชื่อ แต่ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วรักษาได้ และหากเริ่มต้นเร็ว ผลการรักษาจะดีจนเกือบปกติเลยครับ
เท้าปุกคืออะไร?
เท้าปุก คือ ภาวะที่เท้าเด็กแรกเกิดบิดผิดรูป มักจะเห็นว่า ปลายเท้าหันเข้าในและชี้ลง คล้ายเท้าโดนบิดเกือบตลอดเวลา
ถ้าอธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ เท้าคนปกติเปรียบเหมือนช้อนที่วางราบบนโต๊ะ แต่ถ้าเป็นเท้าปุก เท้าจะบิดจนเหมือน ช้อนคว่ำตะแคง ทำให้เวลาโตขึ้น เดินไม่ลงเต็มฝ่าเท้า แต่เดินด้วยขอบเท้าแทน
สาเหตุของเท้าปุก
ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน 100% แต่หมออธิบายง่าย ๆ ได้ว่า
บางส่วนเกี่ยวกับ พันธุกรรม
อาจเกิดจาก กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นของเท้าเจริญผิดปกติในครรภ์
เด็กบางรายมีโรคทางระบบประสาทหรือกระดูกสันหลังร่วมด้วย
ข่าวดีคือ ส่วนใหญ่แล้ว ไม่ใช่เพราะแม่ทำผิดอะไรตอนตั้งครรภ์ ไม่ใช่ว่าแม่เดินเยอะ กินน้อย หรือทานอาหารไม่ครบ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ
อาการและสิ่งที่พ่อแม่สังเกตได้
เท้าบิดเข้าด้านในตั้งแต่แรกเกิด
ปลายเท้าชี้ลง งอขึ้นได้ยาก
ฝ่าเท้าเว้าโค้งผิดปกติ
ถ้าเป็นสองข้าง จะเห็นชัดเจนว่ารูปร่างเท้าทั้งคู่ไม่เหมือนเด็กทั่วไป
หากไม่ได้รับการรักษา เมื่อโตขึ้น เด็กจะเดินผิดปกติ เดินบนขอบเท้า เกิดตาปลาหรือแผลกดเจ็บง่าย และอาจมีปัญหาข้อเท้า ข้อเข่า สะโพกตามมา
การตรวจและวินิจฉัย
หมอสามารถตรวจพบตั้งแต่แรกคลอด และบางครั้งสามารถเห็นได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ผ่านการอัลตราซาวด์
การตรวจร่างกาย: หมอจะดูรูปร่างเท้า ความยืดหยุ่น และการเคลื่อนไหว
เอกซเรย์: ใช้ยืนยันความผิดรูปของกระดูกในบางราย
ตรวจโรคร่วม: หากสงสัยโรคของกระดูกสันหลังหรือระบบประสาท หมออาจสั่งตรวจเพิ่มเติม เช่น MRI
การรักษา: ยิ่งเร็ว ยิ่งดี
หมออยากบอกว่า เท้าปุก รักษาได้ และส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดถ้าเริ่มเร็วพอ
วิธีที่นิยมที่สุดคือ การดัดและใส่เฝือกแบบ Ponseti
เริ่มทำตั้งแต่ช่วงอายุไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์
หมอจะดัดเท้าให้ตรงขึ้นทีละน้อย แล้วใส่เฝือกยาวถึงต้นขา
ต้องเปลี่ยนเฝือกใหม่ทุกสัปดาห์ ประมาณ 5–8 ครั้ง
บางรายต้องผ่าตัดเล็ก ๆ เพื่อยืดเอ็นร้อยหวาย
หลังจากเท้าเข้ารูปแล้ว ต้องใส่ รองเท้าพิเศษที่ดามไว้ (เรียกง่าย ๆ ว่า “รองเท้ากันเท้ากลับ”) เพื่อป้องกันการกลับมาปุกซ้ำ ใส่ต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 4–5 ปี
การรักษาแบบนี้ได้ผลดีมาก เด็กเกือบทั้งหมดสามารถเดิน วิ่ง เล่นกีฬาได้ใกล้เคียงปกติ
ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษาจะเป็นอย่างไร?
ถ้าไม่ได้รักษาตั้งแต่แรกเกิด เท้าจะบิดแข็งและผิดรูปมากขึ้น เด็กจะเดินด้วยขอบเท้า เกิดแผลเจ็บเรื้อรัง เดินกะเผลก กล้ามเนื้อขาลีบ และในระยะยาวอาจส่งผลต่อโครงสร้างสะโพกและกระดูกสันหลัง
ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ อย่าปล่อยทิ้งไว้ รักษาให้เร็วที่สุด
การดูแลที่บ้าน
พ่อแม่ควรพาเด็กมาตามนัดทุกครั้งเพื่อเปลี่ยนเฝือก
ระวังไม่ให้เฝือกเปียกน้ำหรือกดเจ็บ
หลังจากใส่รองเท้าดาม ต้องใส่ตามเวลาที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด
หากสังเกตว่าเท้ากลับบิดผิดรูปอีก ต้องรีบพบแพทย์ทันที
พยากรณ์โรค
หากรักษาเร็วและทำอย่างถูกต้อง เด็กสามารถ เดิน วิ่ง กระโดด ได้ใกล้เคียงเด็กทั่วไป อาจมีเพียงกล้ามเนื้อน่องที่เล็กกว่าข้างปกติเล็กน้อย แต่ไม่กระทบชีวิตประจำวัน
ส่วนเด็กที่ไม่ได้รับการรักษา จะมีความพิการถาวร และคุณภาพชีวิตแย่ลงมาก
หมอสรุป
เท้าปุกในเด็กแรกเกิด ไม่ใช่เรื่องหายาก และ ไม่ใช่ความผิดของพ่อแม่ ที่สำคัญคือรักษาได้ ผลลัพธ์ดีมากถ้าเริ่มตั้งแต่แรกเกิด
หมออยากย้ำว่า พ่อแม่ไม่ควรรู้สึกผิดหรือโทษตัวเอง แต่ควรรีบพาลูกมาพบแพทย์ เพื่อให้เขาได้มีอนาคตที่สดใสเหมือนเด็กคนอื่นครับ
“บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666”
#เท้าปุก #clubfoot #ศัลยกรรมกระดูกเด็ก #กระดูกและข้อ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #Ponseti #สุขภาพเด็ก
คุณหมออยากให้ผมทำ Caption น่าสนใจ 6 แบบ และ ชุดคำถามต่อเนื่อง 8 ข้อ ตาม STEP 2–3 เลยไหมครับ?