
"หมอครับ ป้าเดินไม่ไหวแล้ว เจ็บเข่าไปหมด จะลุกก็นั่งโอย จะนั่งก็โอย ไปวัดก็ไม่ได้ทำบุญอย่างมีความสุขเลย... หมอช่วยผ่าตัดให้ป้าเลยได้ไหม ป้าไม่อยากทนแล้ว"
นี่คือเสียงบ่นด้วยความท้อใจของคุณป้าวัย 60 กว่าท่านหนึ่ง ที่เดินเข้ามาในห้องตรวจพร้อมไม้เท้าคู่ใจ ขาโก่งนิดๆ เดินกะเผลกหน่อยๆ ซึ่งเป็นภาพที่หมอเห็นจนชินตาครับ
หลายคนเข้าใจว่า พอเป็น "เข่าเสื่อม" แล้ว จุดจบต้องอยู่ที่ "การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า" เสมอไป แต่ความจริงแล้ว การผ่าตัดเป็นเพียง "ไพ่ใบสุดท้าย" ครับ
คนไข้ของหมอกว่า 80% สามารถกลับมาเดินได้คล่องขึ้น ใช้ชีวิตได้มีความสุขขึ้น เพียงแค่ "ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม" อย่างจริงจัง วันนี้หมอเก่งจะมาแจกคู่มือการถนอมเข่า ที่ทำได้จริงที่บ้าน เพื่อให้คุณเก็บเข่าเดิมไว้ใช้ให้นานที่สุดครับ
ลองจินตนาการถึง "ยางรถยนต์" นะครับ ใช้งานมา 60 ปี ดอกยาง (กระดูกอ่อน) ย่อมสึกหรอไปตามกาลเวลา เป็นเรื่องธรรมดาครับ
เมื่อกระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่เป็น "เบาะรองรับแรงกระแทก" มันบางลง จนกระดูกแข็งๆ มาเสียดสีกันโดยตรง มันจึงเกิดอาการปวด บวม และมีเสียงดังกรอบแกรบเวลาเดิน
เรา "ย้อนเวลา" เอากระดูกอ่อนวัยหนุ่มสาวคืนมาไม่ได้ครับ แต่เรา "ชะลอ" ไม่ให้มันสึกเร็วไปกว่านี้ได้ ด้วยการลดภาระงานให้เข่าครับ
ข้อนี้สำคัญที่สุด และยากที่สุดครับ แต่หมอขอพูดตรงๆ ว่า "น้ำหนักตัว คือศัตรูหมายเลข 1 ของเข่าเสื่อม"
ตามหลักฟิสิกส์ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม จะกลายเป็นแรงกดทับที่เข่า 3-5 กิโลกรัม เวลาเดิน
ถ้าคุณลดน้ำหนักได้ 1 กิโล = เข่าเบาลง 5 กิโล
ถ้าลดได้ 5 กิโล = เข่าเบาลงถึง 25 กิโล! (เหมือนเอาข้าวสารกระสอบใหญ่ออกจากเข่า)
ใครที่ปวดเข่า หมอขอชวนมาเริ่มลดน้ำหนักครับ แค่ลดของหวาน ของทอด ลงนิดหน่อย อาการปวดจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่ต้องกินยาเลยครับ
วิถีชีวิตแบบไทยๆ บางอย่าง ทำร้ายเข่ารุนแรงมากครับ ถ้าเลี่ยงได้ "ต้องเลี่ยง" ครับ
❌ นั่งพับเพียบ / ขัดสมาธิ: ท่านี้จะบิดและอัดแรงดันในข้อเข่าสูงมาก
❌ นั่งยองๆ: การซักผ้า ล้างจาน หรือเข้าส้วมซึม (ส้วมนั่งยอง) เป็นท่าที่ทำลายผิวกระดูกอ่อนได้เร็วที่สุด
❌ คุกเข่า: ไม่ว่าจะไหว้พระ หรือถูพื้น
ทางแก้:
เปลี่ยนมา "นั่งเก้าอี้" แทนการนั่งพื้นทุกกรณี
เปลี่ยนชักโครกเป็นแบบนั่งราบ (ถ้าเปลี่ยนไม่ได้ ให้หาเก้าอี้เจาะรูมาครอบ)
ใช้ไม้ถูพื้นแทนการคุกเข่าเช็ด
ถ้ากระดูกอ่อนเราบาง เราต้องสร้าง "กล้ามเนื้อ" มาทำหน้าที่เป็นโช้คอัพแทนครับ กล้ามเนื้อหน้าขาที่แข็งแรง จะช่วยพยุงข้อเข่าไม่ให้กระแทกกันแรงเกินไป
ท่าบริหารง่ายๆ ทำได้ทุกวันที่บ้าน:
นั่งบนเก้าอี้ ให้หลังชิงพนัก
เหยียดขาข้างหนึ่งขึ้นตรงๆ เกร็งค้างไว้ (กระดกปลายเท้าเข้าหาตัวด้วยจะดีมาก)
นับ 1-10 ช้าๆ แล้วเอาลง
ทำสลับซ้าย-ขวา ข้างละ 20-30 ครั้ง เช้า-เย็น
ทำแค่นี้สม่ำเสมอ 1 เดือน คุณจะรู้สึกเลยว่าเดินขึ้นบันไดได้มั่นคงขึ้นครับ
"หมอคะ ปวดเข่าต้องงดเดินเลยไหม?" คำตอบคือ "ไม่ต้องงด แต่ต้องเดินให้ถูก" ครับ ถ้าหยุดเดินเลย กล้ามเนื้อจะลีบ เข่าจะยึด
การเดิน: ให้เดินบนพื้นราบ ใส่รองเท้าผ้าใบที่รองรับแรงกระแทก (งดรองเท้าแตะแบนๆ หรือส้นสูง) ถ้าเดินแล้วเจ็บ ให้ใช้ไม้เท้าช่วยพยุงทันที อย่าฝืนเดินกะเผลก
ขึ้นลงบันได: จำสูตรนี้ไว้นะครับ "ดีขึ้น - เลวลง"
คนไข้ชอบถามว่า "กินอะไรแล้วหายปวดเข่า?" ความจริงคือ ไม่มีอาหารวิเศษที่กินปุ๊บหายปั๊บ ครับ แต่การทานให้ครบ 5 หมู่สำคัญที่สุด
โปรตีน: (เนื้อสัตว์ ไข่ ถั่ว) สำคัญมากในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อรอบเข่า
แคลเซียม: บำรุงกระดูกแข็ง
ข้อห้าม: ไม่มีของแสลงครับ (เว้นแต่เป็นโรคเก๊าท์ร่วมด้วย) หน่อไม้ สัตว์ปีก ทานได้ปกติครับ
โรคเข่าเสื่อม รักษาไม่หายขาด แต่เราสามารถ "หยุดความเจ็บปวด" ได้ครับ
การกินยา หรือฉีดยา เป็นเพียงตัวช่วยชั่วคราว แต่ "พฤติกรรม" คือตัวกำหนดอนาคตที่แท้จริง เริ่มวันนี้ครับ ลดน้ำหนักนิด ปรับท่านั่งหน่อย บริหารขาทุกวัน แล้วคุณจะพบว่า คุณยายวัย 70 ก็ยังเดินเที่ยวกับลูกหลานได้อย่างมีความสุข โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอครับ
เป็นกำลังใจให้คนรักเข่าทุกคนครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อสอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ📱 Line ID: @doctorkeng
#ปวดเข่า #เข่าเสื่อม #ข้อเข่าเสื่อม #ดูแลตัวเองเข่าเสื่อม #บริหารเข่า #ท่าบริหารแก้ปวดเข่า #อาหารบำรุงข้อ #ลดน้ำหนักแก้ปวดเข่า #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ไม่ต้องผ่าตัด