
ปวดแสบปวดร้อนที่ผิว...ก่อนมีผื่นขึ้น? รู้จัก “โรคงูสวัด” อาการทางระบบประสาทที่ไม่ได้มีแค่เรื่องผิวหนัง
“หมอครับ...สองสามวันมานี้ ผมปวดแสบๆ ร้อนๆ ที่สีข้างด้านขวามากเลยครับ เหมือนโดนไฟลวกตลอดเวลา แค่เสื้อผ้าเสียดสีก็เจ็บจนสะดุ้งแล้ว ตอนแรกนึกว่ากล้ามเนื้ออักเสบ แต่ทายาก็ไม่ดีขึ้นเลยครับ”
นี่คืออาการเริ่มต้นที่ ‘คุณป้าจินดา’ (นามสมมติ) วัย 62 ปี เล่าให้หมอฟังในห้องตรวจ หลายครั้งที่ผู้ป่วยมาปรึกษาด้วยอาการปวดแสบร้อน หรือปวดแปล๊บๆ เหมือนไฟฟ้าช็อตตามแนวร่างกายซีกใดซีกหนึ่ง แล้วสงสัยว่าอาจเป็นอาการของกระดูกทับเส้นประสาท แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน...ความจริงก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับ “ผื่นแดงและตุ่มน้ำใส” ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ของ “โรคงูสวัด” (Shingles หรือ Herpes Zoster)
ใช่แล้วครับ... โรคงูสวัดสามารถทำให้เกิดอาการปวดแสบร้อนและชาตามแนวเส้นประสาทได้ และที่สำคัญคือ อาการปวดเหล่านี้มักจะเกิดขึ้น “ก่อน” ที่เราจะเห็นผื่นด้วยซ้ำ วันนี้หมอจะมาเล่าเรื่องราวของ “มังกรที่หลับใหล” ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคนี้กันครับ
“งูสวัด” คือ “อีสุกอีใส” ที่กลับมาอีกครั้ง
หลายคนอาจไม่ทราบว่า โรคงูสวัดและโรคอีสุกอีใสเกิดจากเชื้อไวรัสตัวเดียวกัน นั่นคือ “ไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์” (Varicella-Zoster Virus - VZV)
เรื่องราวเป็นอย่างนี้ครับ... ในวัยเด็ก เมื่อเราเป็น โรคอีสุกอีใส ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อสู้จนผื่นยุบหายไป แต่ไวรัสกลุ่มหนึ่งจะไม่ได้ถูกกำจัดจนหมดสิ้น พวกมันฉลาดพอที่จะหนีไปซ่อนตัวและ “จำศีล” หรือหลับใหลอย่างสงบอยู่ในบ้านหลังสุดท้าย นั่นคือ “ปมประสาทไขสันหลัง” ของเรา ซึ่งเป็นชุมทางของเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย
ไวรัสเหล่านี้สามารถหลบซ่อนอยู่ได้นานหลายสิบปีโดยไม่ก่อเรื่องใดๆ... จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อเราอายุมากขึ้น, ร่างกายอ่อนแอลง, พักผ่อนไม่เพียงพอ, มีภาวะเครียด, หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง “มังกรที่เคยหลับใหลก็จะตื่นขึ้นมาอาละวาดอีกครั้ง”
แต่การกลับมาครั้งนี้จะแตกต่างออกไป... ไวรัสจะไม่ได้แพร่กระจายไปทั่วร่างกายเหมือนอีสุกอีใส แต่มันจะเดินทางออกมาตาม “เส้นทางของเส้นประสาท” เส้นที่มันเคยซ่อนตัวอยู่เท่านั้น ทำให้เกิดอาการเฉพาะที่ตามแนวเส้นประสาทนั้นๆ เพียงซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย
ลักษณะอาการของโรคงูสวัด: การเดินทางของไวรัส
อาการของงูสวัดมักจะดำเนินไปเป็นลำดับขั้นอย่างชัดเจน
ระยะที่ 1: ระยะปวดนำ (Prodromal Stage) - (ก่อนผื่นขึ้น 1-5 วัน)
นี่คือระยะที่ทำให้คนสับสนที่สุด! ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการผิดปกติทางความรู้สึกบริเวณผิวหนังซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย โดยที่ผิวหนังภายนอกยังดูปกติทุกอย่าง
อาการเด่น: ปวดแสบปวดร้อน (Burning pain), คัน, ชา, รู้สึกเหมือนมีมดไต่, หรือปวดแปล๊บๆ เหมือนเข็มแทง
อาการปวดนี้เกิดจากการที่ไวรัสกำลังเดินทางจากปมประสาทออกมาตามเส้นประสาท ทำให้เส้นประสาทเกิดการอักเสบ
ระยะที่ 2: ระยะผื่น (Acute Eruptive Stage)
หลังจากปวดนำอยู่ 2-3 วัน จะเริ่มมีผื่นแดงๆ ขึ้นในบริเวณที่ปวด
จากนั้นผื่นแดงจะกลายเป็น “ตุ่มน้ำใส” อยู่กันเป็นกลุ่มๆ คล้ายพวงองุ่น
ลักษณะสำคัญของผื่นงูสวัดคือ:
หลังจากนั้น ตุ่มน้ำใสจะกลายเป็นตุ่มหนอง แล้วค่อยๆ แห้งตกสะเก็ดไปใน 7-10 วัน
ระยะที่ 3: ระยะฟื้นตัว (Healing Stage)
ภาวะแทรกซ้อนที่น่ากังวล: อาการปวดปลายประสาทหลังเป็นงูสวัด (PHN)
แม้ผื่นจะหายไปแล้ว แต่ความทรมานอาจยังไม่จบสิ้น ผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ อาจต้องเผชิญกับภาวะแทรกซ้อนที่เรียกว่า “Postherpetic Neuralgia (PHN)”
ซึ่งเป็นอาการปวดแสบร้อนรุนแรงในบริเวณที่เคยเป็นผื่น ที่คงอยู่ยาวนานหลายเดือนหรืออาจเป็นปี! เกิดจากการที่เส้นประสาทถูกไวรัสทำลายอย่างรุนแรงจนระบบการส่งสัญญาณความเจ็บปวดรวนไปหมด แค่ลมพัดหรือเสื้อผ้าสัมผัสก็เจ็บจนทนไม่ไหว ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมหาศาล
การรักษา: ยิ่งเร็ว ยิ่งดี! “หน้าต่างทองคำ 72 ชั่วโมง”
หัวใจสำคัญที่สุดของการรักษางูสวัดคือ “การให้ยาต้านไวรัสให้เร็วที่สุด” โดยมีช่วงเวลาทอง หรือ Golden Window คือภายใน 72 ชั่วโมง (3 วัน) แรกนับตั้งแต่ผื่นแรกเริ่มปรากฏ
การได้รับยาต้านไวรัสอย่างรวดเร็วจะช่วย:
ลดความรุนแรงและระยะเวลาของอาการปวด
ทำให้ผื่นและตุ่มน้ำหายเร็วขึ้น
และที่สำคัญที่สุดคือ ลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะปวดปลายประสาทเรื้อรัง (PHN) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
นอกเหนือจากยาต้านไวรัส แพทย์จะให้การรักษาตามอาการ เช่น ยาแก้ปวด, ยาทาเพื่อบรรเทาอาการที่ผิวหนัง และยาที่ใช้รักษาอาการปวดจากปลายประสาทโดยเฉพาะในรายที่มีอาการรุนแรงหรือเริ่มมีภาวะ PHN
ดังนั้น หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการปวดแสบร้อนที่ผิวหนังอย่างไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นเพียงซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย อย่าเพิ่งชะล่าใจว่าเป็นแค่กล้ามเนื้ออักเสบนะครับ หากเริ่มมีผื่นแดงหรือตุ่มน้ำใสปรากฏขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่รวดเร็วที่สุดครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#งูสวัด #โรคงูสวัด #ปวดแสบร้อน #ปวดปลายประสาท #Shingles #HerpesZoster #ผื่นงูสวัด #อีสุกอีใส #หมอเก่งให้ความรู้