ปวดคอ อ่อนแรง แขนชา มือชา...อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก!

ระวัง “หมอนรองกระดูกคอปลิ้นทับไขสันหลัง”

“หมอครับ ผมแค่ปวดคอ แล้วก็รู้สึกแขนข้างขวาไม่มีแรง เวลาหยิบของตกมือบ่อยขึ้น แต่พอไปนวดก็ไม่หายเลยครับ แถมช่วงนี้เริ่มชามือ ชาเท้า เดินรู้สึกไม่มั่นคงเหมือนเดิม”

ชายวัย 52 ปีเล่าอย่างกังวล หลังจากทนปวดมานานหลายเดือนจนเริ่มมีอาการชัดขึ้น

เมื่อเอกซเรย์และทำ MRI ผลชัดเจนว่า — เขาเป็น “หมอนรองกระดูกคอปลิ้นกดไขสันหลังระดับปานกลาง (Cervical Disc Herniation with Moderate Cord Compression)” ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยมากในคนวัยทำงานและผู้สูงอายุ

หมออยากบอกว่า...

อาการ “ปวดคอร้าว แขนชา มืออ่อนแรง” ไม่ควรละเลย เพราะบางครั้งต้นเหตุไม่ได้อยู่ที่กล้ามเนื้อ แต่เป็น “หมอนรองกระดูกคอ” ที่เสื่อมและปลิ้นออกมากดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลังนั่นเอง

หมอนรองกระดูกคอคืออะไร

กระดูกสันหลังของเรามีหลายข้อซ้อนต่อกันเหมือนกองเหรียญบาท

ระหว่างกระดูกแต่ละข้อ จะมี “หมอนรองกระดูก” ทำหน้าที่คล้ายเบาะนุ่ม ๆ คอยรับแรงกระแทก

เมื่อเวลาผ่านไป หมอนรองกระดูกคอจะเริ่ม “เสื่อม” คือสูญเสียน้ำและความยืดหยุ่น

บางครั้งส่วนที่อยู่ด้านในซึ่งมีลักษณะคล้าย “เจลลี่” ก็ปลิ้นออกมานอกขอบ ทำให้เกิดภาวะ “หมอนรองกระดูกปลิ้น (herniated disc)”

หากปลิ้นมากจนไป “กดเส้นประสาทแขน” จะทำให้มีอาการ ปวดร้าวลงแขน แขนชา มือชา

แต่ถ้ากดถึง “ไขสันหลัง” อาจเกิดอาการรุนแรง เช่น ชาเท้า เดินเซ อ่อนแรงทั้งแขนและขา

สาเหตุของหมอนรองกระดูกคอปลิ้น

ส่วนใหญ่เกิดจาก “การเสื่อมตามอายุ” เป็นหลัก

แต่ก็มีหลายปัจจัยที่เร่งให้เกิดเร็วขึ้น ได้แก่

  • การนั่งทำงานหน้าคอมหรือก้มมือถือเป็นเวลานาน

  • ยกของหนักผิดท่า

  • นั่งหลังค่อมหรือนอนหมอนสูงเกินไป

  • การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เช่น รถชน หรือหกล้ม

  • พันธุกรรมบางรายมีเนื้อเยื่อหมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วกว่าปกติ

อาการที่ควรระวัง

ปวดต้นคอ ร้าวลงไหล่หรือแขน

แขนหรือมือชาบางนิ้ว โดยเฉพาะนิ้วโป้ง นิ้วกลาง หรือนิ้วนาง

แขนหรือมืออ่อนแรง หยิบของไม่ถนัด ของหล่นจากมือบ่อย

เดินไม่มั่นคง หรือรู้สึกขาไม่มีแรง

มีอาการชาเท้า รู้สึกเหมือนเดินบนสำลี

ในบางรายปัสสาวะหรืออุจจาระผิดปกติ (เป็นสัญญาณอันตรายมาก ควรพบแพทย์ทันที)

การตรวจวินิจฉัย

เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจระบบประสาท

เช่น ทดสอบแรงกล้ามเนื้อ การรับรู้การสัมผัส และการทรงตัว

จากนั้นจะมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น

  • เอกซเรย์คอ (X-ray): ดูแนวกระดูกและช่องว่างหมอนรองกระดูกเบื้องต้น

  • MRI: เป็นการตรวจที่เห็นชัดที่สุดว่าหมอนรองกระดูกปลิ้นมากแค่ไหน กดเส้นประสาทหรือไขสันหลังหรือไม่

  • EMG (ตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อ): บางกรณีใช้ประเมินความเสียหายของเส้นประสาท

การแปลผลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสำคัญมาก เพราะแม้ MRI จะเห็นความผิดปกติ แต่ต้องดูว่า “สัมพันธ์กับอาการของคนไข้หรือไม่” ด้วย

การรักษา

หมออยากให้เข้าใจว่า “หมอนรองกระดูกปลิ้น” ไม่ได้หมายความว่าต้องผ่าตัดเสมอไป

ส่วนใหญ่รักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อน และอาการดีขึ้นได้มากถึง 80–90%

แนวทางการรักษามีดังนี้:

1. ปรับพฤติกรรมและกายภาพบำบัด

  • หลีกเลี่ยงการก้ม/เงยคอนาน ๆ

  • นั่งให้หลังตรง ปรับจอคอมให้อยู่ระดับสายตา

  • ใช้หมอนต่ำ พยุงต้นคอได้พอดี

  • ทำกายบริหารกล้ามเนื้อรอบคอ (ตามคำแนะนำของนักกายภาพ)

  • ใช้ความร้อนประคบลดตึงกล้ามเนื้อ

2. ยา

  • ยาแก้ปวดกล้ามเนื้อ

  • ยาแก้อักเสบ

  • ยาคลายกล้ามเนื้อ

  • หากปวดมาก อาจให้ยาฉีดเฉพาะจุดร่วมกับ ultrasound เพื่อความแม่นยำ

3. ฉีดยาลดการอักเสบรอบเส้นประสาท (Selective Nerve Root Injection)

ใช้ ultrasound หรือ fluoroscope ระบุตำแหน่งที่กดทับ เพื่อให้ยาลงตรงจุด

มักใช้ในกรณีที่รักษาด้วยยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น

4. ผ่าตัด (เฉพาะรายที่จำเป็นเท่านั้น)

เช่น

  • ผู้ที่มีอาการอ่อนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

  • มีไขสันหลังถูกกดระดับปานกลางถึงรุนแรง

  • หรือรักษาด้วยวิธีอื่น 6–8 สัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น

การผ่าตัดสมัยนี้มีเทคนิคที่ปลอดภัยขึ้น เช่น Microsurgery หรือ Endoscopic Spine Surgery

แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว อยู่โรงพยาบาลเพียงไม่กี่วัน

การพยากรณ์โรค

ถ้าตรวจพบและรักษาเร็ว โอกาสฟื้นตัวสูงมาก

อาการชาและอ่อนแรงมักดีขึ้นภายใน 2–3 เดือน

แต่ถ้าปล่อยไว้นานจนไขสันหลังถูกกดมาก อาจทำให้เส้นประสาทเสียถาวร

ทำให้แขนหรือขาอ่อนแรงไม่กลับมาเต็มร้อย หรือมีอาการเดินเซเรื้อรังได้

การป้องกันไม่ให้หมอนรองกระดูกคอปลิ้น

ปรับท่านั่งให้ถูกต้อง หลังตรง ไหล่ไม่ห่อ

หลีกเลี่ยงการก้มดูมือถือเป็นเวลานาน

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เน้นเสริมกล้ามเนื้อคอและไหล่

ไม่ยกของหนักในท่าก้มศีรษะ

ใช้หมอนขนาดพอดี ไม่สูงหรือเตี้ยเกินไป

หากเริ่มมีอาการชา อ่อนแรง หรือเดินไม่มั่นคง ควรรีบพบแพทย์

หมออยากฝากไว้

“ปวดคอ” ที่ไม่ใช่แค่เมื่อยจากการทำงาน บางครั้งเป็นสัญญาณของ “หมอนรองกระดูกคอปลิ้นกดไขสันหลัง” ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานอาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงถาวรได้

อย่ารอให้เดินไม่ได้ก่อนถึงจะมาตรวจนะครับ

เพราะโรคนี้...ยิ่งเจอเร็ว ยิ่งรักษาได้ผลดี

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng

โทร 081-5303666

#หมอนรองกระดูกคอปลิ้น #ปวดคอร้าวลงแขน #แขนชา #มือชา #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กระดูกคอเสื่อม #ปวดคอเรื้อรัง