
ชาที่ส้นเท้า…อาจไม่ใช่แค่ปัญหาจากรองเท้า
“หมอคะ หนูชาที่ส้นเท้ามานานกว่า 6 เดือนแล้ว เดินนาน ๆ จะรู้สึกเหมือนยืนบนสำลี แต่ไม่เจ็บนะคะ”
เสียงจากคุณนุจรินทร์ อายุ 41 ปี จากลำปาง พูดพร้อมสีหน้าสงสัย เพราะตอนแรกคิดว่าใส่รองเท้าคับ พอเปลี่ยนรองเท้าก็ยังไม่ดีขึ้น
หลายคนอาจไม่รู้ว่า…
อาการ “ชาที่ส้นเท้า” บางครั้งไม่ใช่ปัญหาที่เท้าเลยครับ
แต่มันอาจส่งสัญญาณมาจาก “เส้นประสาทที่หลังส่วนเอว” ที่เริ่มถูกกดทับโดยหมอนรองกระดูกที่เสื่อม หรือปลิ้นออกมา
ชาที่ส้นเท้า เกิดจากอะไรได้บ้าง?
หมออยากให้จำไว้ก่อนว่า “อาการชา” มักเกี่ยวกับเส้นประสาทเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเส้นประสาทที่หลัง ข้อเท้า หรือปลายเท้าเอง
ในทางการแพทย์ อาการชาบริเวณ ส้นเท้า–ฝ่าเท้า อาจเกิดได้จากสาเหตุหลัก ๆ 4 กลุ่ม คือ
1. เส้นประสาทจากหลังส่วนเอวถูกกดทับ (หมอนรองกระดูกปลิ้น)
เส้นประสาทที่ส่งความรู้สึกไปยังส้นเท้า คือ เส้นประสาท S1 ซึ่งออกจากกระดูกสันหลังส่วนล่างสุด (L5–S1)
ถ้ามีหมอนรองกระดูกปลิ้น หรือช่องกระดูกตีบในตำแหน่งนี้ จะทำให้เส้นประสาท S1 ถูกกดเบียด ส่งผลให้เกิดอาการ
ชาที่ส้นเท้า
ร้าวลงขา
หรือปวดลึก ๆ คล้ายไฟช็อตที่น่อง
อาการมักมากขึ้นเวลา นั่งนาน เดินไกล หรือก้มตัว และดีขึ้นเมื่อได้นอนราบ
2. เส้นประสาทฝ่าเท้าอักเสบ (Tarsal Tunnel Syndrome)
เส้นประสาทบริเวณ “ข้อเท้าด้านใน” จะลอดผ่านอุโมงค์เล็ก ๆ เรียกว่า Tarsal Tunnel
ถ้ามีการกดทับ เช่น จากรองเท้าคับ น้ำหนักตัวมาก หรือยืนนาน ๆ จะทำให้เกิดการอักเสบของเส้นประสาท
ผู้ป่วยจะรู้สึก
ชา หรือเหมือนถูกไฟช็อตที่ส้นเท้าและฝ่าเท้า
บางคนรู้สึกเหมือนมี “หินอยู่ในรองเท้า”
อาการเป็นมากตอนยืนหรือเดินนาน ๆ
3. พังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ (Plantar Fasciitis)
เป็นโรคยอดฮิตของคนวัยทำงานและผู้หญิงที่ใส่รองเท้าส้นสูงบ่อย
แต่ต่างจากการชา เพราะมัก ปวดมากตอนลุกจากเตียงตอนเช้า แล้วค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อเดิน
อย่างไรก็ตาม บางคนมีทั้ง “พังผืดอักเสบ” และ “เส้นประสาทถูกกดร่วมกัน” จึงอาจมีอาการชาปนอยู่ด้วย
4. เส้นประสาทปลายเท้าเสื่อมจากโรคประจำตัว
โดยเฉพาะในผู้ที่เป็น เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง
หรือขาดวิตามินบี 12 จากการกินยาลดกรด/ยาลดไขมันบางชนิดนาน ๆ
ลักษณะเฉพาะคือ
ชาทั้งสองข้างพร้อมกัน
รู้สึกเหมือน “สวมถุงเท้าอยู่ตลอดเวลา”
ไม่มีจุดปวดชัดเจน
จะรู้ได้อย่างไรว่าสาเหตุจากไหน?
หมอมักเริ่มจากการตรวจร่างกายและซักประวัติอย่างละเอียด เช่น
ชาเฉพาะจุดไหม? มีปวดหลังหรือปวดร้าวลงขาหรือไม่? อาการเป็นมากตอนใด?
หากสงสัยจาก “หลัง” แพทย์จะส่งตรวจ MRI หลังส่วนเอว เพื่อดูว่ามีหมอนรองกระดูกปลิ้น หรือช่องกระดูกตีบหรือไม่
ถ้าสงสัยจาก “เส้นประสาทเท้า” จะตรวจด้วย ไฟฟ้าเส้นประสาท (Nerve Conduction Study) เพื่อดูว่ามีจุดใดที่กระแสไฟฟ้าผ่านได้ช้าหรือถูกกดไว้
ในบางกรณี อาจตรวจเลือดดูระดับ น้ำตาล วิตามินบี12 และไทรอยด์ เพื่อคัดกรองโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อเส้นประสาท
แนวทางการรักษา
อาการชาที่ส้นเท้า ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกรายครับ ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการรักษาแบบอนุรักษ์
🩺 1. ปรับพฤติกรรม
หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนนานเกิน 30–40 นาที
เปลี่ยนท่าทุกชั่วโมง ยืดตัวบ่อย ๆ
ถ้าเกี่ยวกับรองเท้า ให้เลือกรองเท้าพื้นนุ่ม มีแผ่นรองส้นเท้า
💊 2. ยารักษา
ยาแก้อักเสบ (NSAIDs) ลดการบวมของเส้นประสาท
ยาคลายกล้ามเนื้อ ช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อหลังและขา
ยาบำรุงเส้นประสาท เช่น วิตามินบีรวม (B1, B6, B12)
🧘♀️ 3. กายภาพบำบัด
ยืดกล้ามเนื้อขา น่อง และหลังส่วนล่าง
ทำอัลตราซาวด์ (Ultrasound therapy) ลดการอักเสบของเส้นประสาท
ฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core muscle) เพื่อพยุงกระดูกสันหลัง
💉 4. ฉีดยาลดอักเสบรอบเส้นประสาท
ในบางกรณีที่ปวดหรือชามาก หมออาจแนะนำให้ฉีดยาโดยใช้เครื่อง Ultrasound ช่วยระบุตำแหน่งแม่นยำ ลดการอักเสบเฉพาะจุด
🔪 5. การผ่าตัด (เฉพาะราย)
ใช้เฉพาะเมื่อมีอาการรุนแรง เช่น ขาอ่อนแรงมาก กลั้นปัสสาวะ/อุจจาระไม่ได้ หรือ MRI พบการกดทับรุนแรง
พยากรณ์โรค
ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่ดูแลอย่างถูกวิธี จะดีขึ้นภายใน 2–3 เดือน
แต่ถ้าเป็นมานานกว่า 6 เดือน ควรตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุชัดเจน เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน เส้นประสาทจะฟื้นตัวได้ช้าลง
ข่าวดีคือ หากไม่ใช่การกดทับรุนแรง มักไม่ต้องผ่าตัดครับ
การปรับท่าทาง + กายภาพบำบัด + ยา + การดูแลเส้นประสาท จะช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
หมออยากฝากไว้
อาการชาไม่ควรละเลย โดยเฉพาะอาการที่อยู่นานกว่า 3 เดือน
เพราะนั่นหมายถึงเส้นประสาทของเรากำลังร้องขอให้ดูแล
อย่าคิดว่า “แค่ชาเล็กน้อยเดี๋ยวก็หาย” เพราะหลายเคสเมื่อมาพบแพทย์ทีหลัง มักมีหมอนรองกระดูกปลิ้นหรือสันหลังตีบมานานแล้ว
เริ่มจากการสังเกตร่างกายตัวเอง
ถ้ามีอาการชาที่ส้นเท้าเรื้อรัง ปวดร้าวลงขา หรือขาเริ่มไม่มีแรง อย่ารอครับ — มาพบแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ จะได้รักษาได้ตรงจุดและกลับมาเดินได้สบายเหมือนเดิม
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ชาที่ส้นเท้า #เส้นประสาทถูกกดทับ #หมอนรองกระดูกปลิ้น #ปวดหลังร้าวลงขา #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กายภาพบำบัดหลัง #สุขภาพเท้า