“ตะคริว” — ไม่ใช่เรื่องเล็ก ถ้ารู้เท่าทันจะหายไวและป้องกันได้

หลายคนคงเคยสะดุ้งตื่นตอนดึก เพราะปวดขาเป็นก้อนแข็งจี๊ดจนร้องโอ๊ย!  พอคลำดูถึงรู้ว่าเป็น “ตะคริว”  บางคนเป็นตอนว่ายน้ำ วิ่ง หรือแม้แต่ตอนยืนเฉย ๆ ก็มาโดยไม่บอกกล่าว

คนไข้คุณยายสมพร อายุ 68 ปี เดินเข้ามาหาหมอด้วยสีหน้ายิ้ม ๆ แต่แอบกังวลใจ “หมอคะ ทำไมช่วงนี้หนูเป็นตะคริวตอนกลางคืนบ่อยมากเลยค่ะ โดยเฉพาะน่อง ขยับทีนี่ปวดจี๊ดเลย”

หมอยิ้มตอบว่า “ไม่ต้องตกใจนะครับ ตะคริวเกิดขึ้นได้กับหลายคน โดยเฉพาะวัยที่กล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรง หรือขาดเกลือแร่บางอย่าง”

ตะคริวคืออะไร ?

ตะคริว คือ ภาวะที่กล้ามเนื้อหดเกร็งโดยไม่สามารถคลายตัวได้เอง ทำให้ปวดแน่น แข็ง และขยับไม่ได้ชั่วขณะหนึ่ง  มักเกิดที่น่อง ขา เท้า บางครั้งเกิดที่มือ ท้อง หรือแม้แต่กล้ามเนื้อซี่โครงก็มีครับ

ส่วนใหญ่ตะคริวจะเป็นชั่วคราว ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ในบางคนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไต หรือหลอดเลือดส่วนปลายตีบ  อาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพลึก ๆ ได้เช่นกัน

ทำไมถึงเป็นตะคริว ?

อาการตะคริวเกิดจาก กล้ามเนื้อหดตัวมากเกินไปจนคลายไม่ออก ซึ่งสาเหตุมีได้หลายอย่าง เช่น

  • ขาดเกลือแร่ที่จำเป็น เช่น แคลเซียม โพแทสเซียม หรือแมกนีเซียม

  • ดื่มน้ำน้อย เหงื่อออกมาก ทำให้ร่างกายเสียสมดุลน้ำและเกลือแร่

  • ใช้กล้ามเนื้อมากเกินไป เช่น วิ่งนาน ยืนหรือเดินทั้งวัน

  • อยู่ในท่าเดิมนาน เช่น นอนเหยียดปลายเท้าหรือยกของหนัก

  • ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ หรือยาลดความดันบางกลุ่ม

  • โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต หรือภาวะหลอดเลือดตีบ

หมอชอบอธิบายให้คนไข้เห็นภาพว่า “กล้ามเนื้อของเราเหมือนหนังยาง ถ้าใช้บ่อยแต่ไม่ยืด ไม่พัก และขาดน้ำ หนังยางก็จะแข็งและหดตัวง่าย” — นั่นแหละครับคือภาวะที่ทำให้เกิดตะคริวได้บ่อย

อาการของตะคริวเป็นอย่างไร ?

อาการเด่นชัดคือ ปวดเกร็งเฉียบพลัน กล้ามเนื้อแข็งเป็นก้อน คลำแล้วแน่นตึง เช่น

  • ตะคริวน่อง : ปวดจี๊ด แข็งเป็นแท่ง ยืดไม่ได้

  • ตะคริวเท้า : นิ้วเท้างอเข้าหากันหรือกระดิกไม่ได้

  • ตะคริวต้นขา : ปวดจนขยับไม่ได้ ต้องนวดหรือยืดช่วย

อาการมักเกิดตอนกลางคืน โดยเฉพาะช่วงนอนหลับ เพราะกล้ามเนื้อผ่อนคลายและไหลเวียนเลือดช้าลง

ตรวจอย่างไรให้รู้ว่าเป็นแค่ตะคริว หรือมีโรคแอบแฝง

ส่วนใหญ่หมอจะเริ่มจากการซักประวัติ เช่น เป็นบ่อยแค่ไหน ใช้ยาประจำตัวหรือไม่ ดื่มน้ำน้อยหรือเปล่า  จากนั้นตรวจดูการไหลเวียนเลือดและระบบประสาทที่ขา

ในบางกรณี หมออาจแนะนำตรวจเพิ่มเติม เช่น

  • ตรวจเลือด เพื่อดูระดับเกลือแร่ แคลเซียม และแมกนีเซียม

  • ตรวจการทำงานของไต (BUN, Creatinine)

  • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้มีเบาหวาน

  • อัลตราซาวด์หลอดเลือดขา ถ้าสงสัยภาวะหลอดเลือดตีบ

การตรวจพวกนี้ไม่ได้ซับซ้อนและช่วยแยกได้ว่า เป็นแค่ตะคริวธรรมดาหรือมีโรคที่ต้องดูแลต่อเนื่องครับ

การรักษาตะคริว

  1. เมื่อเกิดตะคริวเฉียบพลัน

  2. ในระยะยาว หมออาจแนะนำ

  3. การใช้ยา ในคนที่มีตะคริวบ่อยมาก หมออาจให้ยากลุ่มเสริมแร่ธาตุ เช่น แมกนีเซียมหรือแคลเซียม แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้นครับ ไม่ควรซื้อทานเอง เพราะอาจกระทบกับการทำงานของไตหรือหัวใจได้

ป้องกันตะคริวอย่างไรดี ?

หมออยากให้ทุกคนจำง่าย ๆ ว่า “3 ด. – ดื่มน้ำ / ดัดกล้าม / ดูอาหาร”

  • ดื่มน้ำ ให้พอ โดยเฉพาะในวันที่เหงื่อออกมาก

  • ดัดกล้ามเนื้อ หรือยืดเหยียดวันละ 5-10 นาที โดยเฉพาะก่อนนอน

  • ดูอาหาร ให้ครบทั้งโปรตีนและเกลือแร่ เช่น นม ถั่ว กล้วย ผักใบเขียว

และอีกข้อที่สำคัญคือ อย่าปล่อยให้ร่างกายอ่อนเพลียเกินไป พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะกล้ามเนื้อที่เหนื่อยสะสมจะเป็นตะคริง่ายขึ้นมากครับ

ตะคริวตอนตั้งครรภ์ หรือในผู้สูงอายุ ต้องระวังเป็นพิเศษ

ในหญิงตั้งครรภ์ มักเกิดตะคริวจากการที่มดลูกโตมากดเส้นเลือดขา ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี ร่วมกับร่างกายต้องการแคลเซียมและแมกนีเซียมมากขึ้น  หมอมักแนะนำให้

  • ทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม ปลาเล็กปลาน้อย

  • ยืดกล้ามเนื้อขาก่อนนอน

  • นอนตะแคงซ้ายเพื่อลดแรงกดของมดลูกต่อเส้นเลือดใหญ่

ส่วนในผู้สูงอายุ การไหลเวียนเลือดและมวลกล้ามเนื้อลดลง ทำให้ตะคริวเกิดบ่อยขึ้น ควรให้ความสำคัญกับการยืดกล้ามเนื้อและดื่มน้ำให้พอ แม้จะไม่ได้รู้สึกกระหายก็ตาม

ภาวะแทรกซ้อนจากตะคริวที่ไม่ควรมองข้าม

ตะคริวที่เป็นบ่อย ๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ อาจทำให้

  • กล้ามเนื้อฉีกหรืออักเสบจากการหดเกร็งแรง ๆ

  • ล้มบาดเจ็บ เพราะเป็นตอนลุกหรือตอนกลางคืน

  • นอนหลับไม่สนิท เกิดความเครียดและอ่อนเพลียสะสม

ถ้าเป็นตะคริวบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน หรือมีอาการร่วม เช่น ปลายเท้าชา เดินแล้วเจ็บน่อง ต้องหยุดพักถึงจะดีขึ้น — ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบครับ

หมออยากบอกว่า…

“ตะคริว” ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กหรือเป็นเฉพาะนักกีฬาเท่านั้น แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายของเรากำลังขาดอะไรบางอย่าง  การดูแลตัวเองให้ครบทั้งน้ำ เกลือแร่ การพักผ่อน และการยืดเหยียด เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดอาการได้จริง

อย่าปล่อยให้ตะคริวมากวนใจจนกลายเป็นเรื่องปกติ เพราะสุขภาพดีเริ่มต้นจากการใส่ใจเรื่องเล็ก ๆ แบบนี้แหละครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า

#ตะคริว

#กล้ามเนื้อหดเกร็ง

#ปวดน่อง

#สุขภาพผู้สูงอายุ

#หมอเก่งกระดูกและข้อ

#ปวดขา

#ดูแลสุขภาพทุกวัน

#หมออยากบอกว่า