ปวดก้นกบ…อาการเล็ก ๆ ที่ปวดได้จนลุกไม่ขึ้น

“หมอคะ หนูนั่งทำงานนาน ๆ แล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรทิ่มที่ก้นกบ เจ็บทุกครั้งที่นั่งนาน หรือเวลาลุกขึ้นจากเก้าอี้ เจ็บจี๊ดเลยค่ะ”

นี่คือคำบ่นที่หมอมักได้ยินจากคนไข้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงานที่ต้องนั่งนาน เช่น พนักงานออฟฟิศ คนขับรถ หรือคุณแม่หลังคลอด

หลายคนคิดว่าแค่ปวดเมื่อย แต่จริง ๆ แล้วนี่อาจเป็น “อาการปวดก้นกบ (Coccygeal pain หรือ Coccydynia)” ครับ

ปวดก้นกบคืออะไร?

ก้นกบ (Coccyx) เป็นกระดูกชิ้นเล็ก ๆ อยู่ปลายสุดของกระดูกสันหลัง เชื่อมกับกระดูกก้นโดยมีข้อต่อและเอ็นหลายเส้น

แม้จะเป็นกระดูกชิ้นเล็ก แต่มีเส้นประสาทและกล้ามเนื้อหลายมัดเกาะอยู่รอบ ๆ

เมื่อเกิดการอักเสบ เคลื่อน หรือมีแรงกดซ้ำ ๆ จะทำให้เกิดอาการปวดได้ง่าย

สาเหตุที่พบบ่อย

  1. นั่งนานเกินไป — โดยเฉพาะบนพื้นแข็ง เช่น เก้าอี้ไม้ หรือพื้นราบแข็ง ๆ

  2. หกล้มกระแทกก้น — ทำให้กระดูกก้นกบเคลื่อนหรือช้ำ

  3. คลอดบุตร — ในผู้หญิงบางรายก้นกบจะเคลื่อนไปข้างหลังระหว่างคลอด แล้วไม่กลับตำแหน่งเดิม

  4. อ้วนหรือน้ำหนักมาก — แรงกดบนก้นกบเพิ่มขึ้นขณะนั่ง

  5. ผอมมากเกินไป — ไม่มีชั้นไขมันรองรับ ทำให้กระดูกก้นกบสัมผัสพื้นโดยตรง

  6. เส้นประสาทรอบก้นกบอักเสบ — เช่น หลังจากอุบัติเหตุ หรือการติดเชื้อเรื้อรัง

อาการเป็นอย่างไร?

  • ปวดแปลบริเวณก้นกบตอนนั่งนาน ๆ

  • เจ็บมากเวลาลุกขึ้นจากท่านั่ง หรือเวลาขับถ่าย

  • บางรายรู้สึกเจ็บลึกเหมือนมีของแข็งกดอยู่ด้านใน

  • ถ้านอนหงายหรือนั่งทับบริเวณนั้นจะยิ่งเจ็บ

  • ไม่มีอาการร้าวลงขา (ต่างจากหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท)

ในบางคนปวดมากจนไม่กล้านั่ง ต้องเอียงตัวหรือนั่งบนหมอนเจาะรูแทน

การตรวจวินิจฉัย

  1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย — แพทย์จะกดคลำบริเวณก้นกบเพื่อดูจุดกดเจ็บ และทดสอบการเคลื่อนไหวของข้อก้นกบ

  2. เอกซเรย์ (X-ray) — ช่วยดูว่ามีกระดูกหัก เคลื่อน หรือรูปร่างผิดปกติหรือไม่

  3. MRI — ใช้ในกรณีที่สงสัยการอักเสบของเส้นประสาทหรือเนื้อเยื่อรอบ ๆ

การรักษาเบื้องต้น

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยกว่า 90% ดีขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดครับ

วิธีดูแลเบื้องต้น ได้แก่

  1. พักการนั่งนาน หลีกเลี่ยงการนั่งบนพื้นแข็ง ใช้หมอนรองแบบเจาะรูตรงกลาง (Donut cushion) ช่วยลดแรงกด

  2. ประคบอุ่น วันละ 15–20 นาที เพื่อคลายกล้ามเนื้อและลดการอักเสบ

  3. ยาแก้ปวดลดอักเสบ (NSAIDs) เช่น ibuprofen หรือ celecoxib ช่วยลดอาการปวดได้ในระยะสั้น

  4. กายภาพบำบัด ยืดกล้ามเนื้อรอบก้นกบ ฝึกท่านั่งที่ถูกต้อง และเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

หากทำตามข้างต้น 4–6 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น จึงพิจารณาวิธีรักษาขั้นต่อไปครับ

การรักษาด้วย Ultrasound-Guided Epidural Steroid Injection

หลักการคืออะไร?

การฉีดยา epidural steroid คือการฉีดยาเข้าไปในโพรงรอบเส้นประสาท (epidural space)

เพื่อให้ยาลดอักเสบและยาชาออกฤทธิ์โดยตรงต่อเส้นประสาทที่อักเสบหรือตึงเกินไป

การใช้ เครื่อง Ultrasound ช่วยนำทางทำให้หมอสามารถเห็นตำแหน่งกระดูกก้นกบ เส้นเอ็น และโพรงเส้นประสาทได้ชัดเจน

จึงช่วยให้ฉีดยาได้แม่นยำ ปลอดภัย และลดผลข้างเคียงจากการแทงผิดตำแหน่ง

ขั้นตอนการทำ

  1. คนไข้นอนคว่ำหรือเอียงข้าง

  2. หมอใช้เครื่อง Ultrasound ส่องดูแนวก้นกบและหาช่องทางเข้าสู่โพรงเส้นประสาท (sacrococcygeal hiatus)

  3. ใช้เข็มขนาดเล็กค่อย ๆ แทงเข้าไปในโพรง epidural

  4. ฉีดยาผสมระหว่าง ยาชาเฉพาะที่และยาสเตียรอยด์ขนาดต่ำ เพื่อคลายการอักเสบและลดบวมของเส้นประสาท

ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาเพียง 10–15 นาที ไม่ต้องดมยาสลบ

หลังฉีดสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียว

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • อาการปวดก้นกบจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 3–7 วัน

  • ช่วยลดการอักเสบของเส้นประสาทและเนื้อเยื่อรอบข้อ

  • ผลอยู่ได้นานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ขึ้นกับสาเหตุและพฤติกรรมการใช้งาน

การฉีดภายใต้เครื่อง Ultrasound ถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

เพราะหมอเห็นตำแหน่งเข็มแบบเรียลไทม์ ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การแทงโดนเส้นเลือดหรือโพรงไขสันหลังโดยตรง

การดูแลหลังฉีด

  1. พักการนั่งนาน 1–2 วันแรก

  2. หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกกำลังที่มีแรงกระแทก

  3. ประคบอุ่นเบา ๆ วันละ 1–2 ครั้ง

  4. ถ้ามีอาการชา เจ็บแปลบ หรือปวดมากขึ้น ควรกลับมาพบแพทย์ทันที

พยากรณ์โรค

โดยทั่วไปผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นมากหลังได้รับการฉีดยาเพียง 1 ครั้ง

บางรายอาจต้องฉีดซ้ำหากมีการอักเสบเรื้อรังหรือกระดูกก้นกบเคลื่อนจากอุบัติเหตุ

เมื่ออาการปวดลดลง ควรเน้นการกายภาพบำบัดและปรับพฤติกรรมการนั่ง เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

หมออยากบอกว่า…

“ปวดก้นกบ” ฟังดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ใครที่เคยเป็นจะรู้ว่าเจ็บจนใช้ชีวิตลำบากจริง ๆ

เพราะแค่จะนั่งหรือขับรถก็ปวดไปหมด

ข่าวดีคือ อาการนี้รักษาได้ และส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

หากปวดนานเกิน 1 เดือน หรือลองพักแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ

เพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องฉีดยาหรือไม่ โดยเฉพาะการฉีดยาแบบ Ultrasound-guided epidural injection

ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลดีมากในปัจจุบันครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

📱 Line ID: @doctorkeng  โทร 081-5303666

#ปวดก้นกบ #Coccydynia #ฉีดยาepidural #UltrasoundGuidedInjection #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดนั่งไม่หาย #ปวดก้นหลังคลอด