
ปวดเข่ามาก เดินลงน้ำหนักยาก…เพราะ “Bone Marrow Edema” ไม่ใช่แค่ข้อเสื่อมธรรมดา
“หมอคะ อยู่ดี ๆ ก็ปวดเข่ามาก เดินไม่ไหว ก้าวเดียวก็เจ็บจี๊ด…
แต่พอไปเอ็กซเรย์ หมอบอก ‘ข้อเข่าไม่เสื่อมมากนะ’
สุดท้ายต้องส่ง MRI ถึงเจอต้นเหตุว่าเป็น ‘Bone marrow edema’”
หลายคนพอได้ยินคำนี้จะงงมากครับ — มันคืออะไร? อันตรายไหม? ต้องผ่าตัดหรือเปล่า?
หมออยากอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า “Bone marrow edema” คือสัญญาณเตือนว่า กระดูกข้างในกำลังบาดเจ็บและบวม ครับ
Bone Marrow Edema คืออะไร?
คำว่า Bone marrow แปลว่ากระดูกส่วนในที่เป็น “เนื้อเยื่อไขกระดูก”
ส่วนคำว่า Edema แปลว่า “บวม”
ดังนั้น “Bone marrow edema” หมายถึง ภาวะบวมของกระดูกจากการมีน้ำคั่งในไขกระดูก
ซึ่งมักจะเห็นได้จาก ภาพ MRI เท่านั้น (เอกซเรย์ธรรมดาจะไม่เห็นครับ)
ลองนึกภาพว่า…
กระดูกของเรามีลักษณะคล้ายฟองน้ำแข็งแรงอยู่ข้างใน
ถ้าเกิดแรงกดมากเกิน หรือมีการกระแทกซ้ำ ๆ
ฟองน้ำนี้จะ “บวมน้ำ” ภายใน ทำให้เจ็บมากเวลาเดินลงน้ำหนัก
ทำไมถึงเกิดภาวะนี้ได้?
ภาวะ Bone marrow edema เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น
การรับน้ำหนักหรือกระแทกที่เข่ามากเกิน (เช่น เดินไกล วิ่ง ขึ้นลงบันได หรือยืนนาน ๆ)
อุบัติเหตุเล็กน้อยที่กระดูก (เช่น สะดุด ลื่น หรือข้อพลิก)
ข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้น ที่กระดูกใต้ผิวข้อเริ่มรับแรงไม่ไหว
ภาวะกระดูกพรุน ทำให้ “กระดูกชั้นใน” บอบบางและเกิดรอยร้าวเล็ก ๆ
ภาวะเส้นเลือดมาเลี้ยงกระดูกไม่เพียงพอ (Avascular necrosis ระยะต้น)
อาการเป็นอย่างไร?
ปวดเข่ามาก โดยเฉพาะเวลา “เดินลงน้ำหนัก” หรือ “ลุกจากเก้าอี้”
ปวดเฉพาะจุด เช่น ด้านในหรือด้านนอกของเข่า
ไม่มีเสียงลั่น หรือบวมแดงชัดเจนเหมือนข้ออักเสบ
พักแล้วดีขึ้น แต่ถ้าเดินนานจะปวดมากอีก
มักเป็นอยู่ 2–6 สัปดาห์ แล้วค่อย ๆ ดีขึ้นถ้าได้พัก
บางราย MRI จะพบ “Bone marrow edema” แม้เอ็กซเรย์ดูเหมือนปกติ
จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคน “ปวดมาก” แต่ “ภาพเอ็กซเรย์ไม่เห็นอะไร”
ตรวจวินิจฉัยอย่างไร?
การวินิจฉัยที่ชัดที่สุดคือ MRI เข่า
เพราะสามารถเห็น “ของเหลวที่คั่งอยู่ในไขกระดูก” ได้ละเอียด
และช่วยแยกว่าเกิดจากอะไร เช่น
กระดูกช้ำ (Bone contusion)
กระดูกร้าวเล็ก ๆ (Microfracture)
ภาวะกระดูกขาดเลือดระยะต้น (Early osteonecrosis)
หรือเป็นผลจากข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้น
รักษาอย่างไร?
ข่าวดีคือ…ส่วนใหญ่ ไม่ต้องผ่าตัดครับ 🎉
แนวทางรักษา
พักการลงน้ำหนักชั่วคราว ใช้ไม้เท้าช่วยเดิน 2–4 สัปดาห์ เพื่อลดแรงกดที่กระดูก
ยาแก้ปวดและลดอักเสบ (NSAIDs) ช่วยบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบภายใน
อาหารเสริมบำรุงกระดูก เช่น แคลเซียม วิตามินดี หรือยาเพิ่มมวลกระดูกในผู้ที่มีกระดูกพรุน
กายภาพบำบัด / อัลตราซาวนด์บำบัด / คลื่นกระแทกพลังงานต่ำ (Shockwave) เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนและฟื้นฟูกระดูก
ยากลุ่ม Bisphosphonates หรือ Teriparatide (ในบางรายที่มี bone edema จากกระดูกพรุน) มีข้อมูลช่วยให้การฟื้นตัวของกระดูกดีขึ้น
ถ้าไม่ดีขึ้นใน 3–6 เดือน หรือมีรอยยุบของกระดูก (Subchondral collapse) อาจต้องพิจารณาการผ่าตัด เช่น เจาะกระตุ้นกระดูก หรือเปลี่ยนข้อเข่า
พยากรณ์โรค
โดยทั่วไป ภาวะ Bone marrow edema จะค่อย ๆ ดีขึ้นใน 2–3 เดือน
ถ้าได้รับการดูแลถูกต้อง และ “พัก” จากการใช้งานหนัก
แต่ถ้ายังฝืนใช้งาน อาจพัฒนาไปเป็น กระดูกยุบ (Osteonecrosis) หรือ ข้อเข่าเสื่อมเรื้อรัง ได้ครับ
🩺 หมออยากบอกว่า…
ปวดเข่าไม่ได้แปลว่าข้อเสื่อมเสมอไป
MRI ช่วยให้เราเห็นว่า “กระดูกชั้นในกำลังร้องขอให้พัก”
Bone marrow edema เป็นสัญญาณเตือนที่ดี เพราะถ้ารู้เร็ว รักษาไว จะกลับมาเดินได้ปกติไม่ต้องผ่าตัดครับ ❤️
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666”
#ปวดเข่า #BoneMarrowEdema #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ข้อเข่าเสื่อม #ปวดเข่ารักษาได้