
🖐️ ปวดข้อมือข้างนิ้วโป้ง.ใช่ “เดอเกอร์แวง” หรือเปล่า? รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดจริงไหม?
“หมอคะ หนูทำงานใช้มือเยอะมากเลยค่ะ พิมพ์คอม จับโทรศัพท์ อุ้มลูก ทำกับข้าว พักหลังเวลาบิดฝาขวดหรือยกของ จะปวดจี๊ดตรงข้อมือข้างแม่มือ เจ็บจนทำอะไรไม่ถนัดเลย กลัวจะต้องผ่าตัด...”
นี่คือเสียงจาก “คุณนิด” อายุ 38 ปี พนักงานออฟฟิศที่เจอปัญหานี้บ่อยมาก และจริง ๆ แล้วเป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนที่ใช้มือซ้ำ ๆ เช่น แม่บ้าน คุณแม่อุ้มลูก หรือแม้แต่วัยรุ่นที่เล่นมือถือทั้งวัน
อาการที่คุณนิดเจอ เรียกว่า “โรคเดอเกอร์แวง” หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า “เอ็นข้อมืออักเสบด้านข้างแม่มือ” (De Quervain’s tenosynovitis)
หมออยากให้ลองนึกภาพ “เอ็นข้อมือ” เป็นเหมือนเชือกที่ช่วยให้เราขยับนิ้วและข้อมือได้อย่างนุ่มนวล โดยมีปลอกหุ้มอยู่รอบ ๆ เพื่อให้เอ็นลื่นไหลเหมือนเชือกในท่อ
แต่เมื่อเราใช้งานมือซ้ำ ๆ เช่น พิมพ์คอม จับโทรศัพท์ ยกของ อุ้มลูก หรือเล่นกีฬา เอ็นและปลอกหุ้มตรงข้างแม่มือจะเสียดสีกันจน “อักเสบและบวม” พอปลอกหุ้มบวมขึ้น ช่องที่เอ็นวิ่งผ่านก็แคบลง เหมือน “เชือกติดในท่อ” ทุกครั้งที่ขยับจะเจ็บจี๊ดทันที
อาการของโรคเดอเกอร์แวงมักเริ่มจาก
ปวดบริเวณข้อมือด้านข้างแม่มือ (โคนแม่มือ)
เจ็บมากเวลาบิดฝาขวดหรือยกของ
เวลาขยับนิ้วหัวแม่มือจะปวดจี๊ด
กดบริเวณข้อมือใกล้โคนนิ้วโป้งแล้วเจ็บ
บางคนปวดร้าวขึ้นไปถึงปลายแขน หรือรู้สึกเหมือนข้อมือตึง ๆ เวลาขยับนิ้วโป้งขึ้นลง
การใช้มือซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน เช่น พิมพ์คอม เล่นมือถือ อุ้มลูก
การอุ้มเด็กเล็กโดยใช้นิ้วหัวแม่มือรองตัวเด็ก (แม่มือแบะออก)
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงหลังคลอด
อายุ 30–50 ปี พบได้บ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
การบาดเจ็บบริเวณข้อมือ หรืออุบัติเหตุซ้ำเดิม
หมอมักจะตรวจได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยมีท่าทดสอบที่เรียกว่า “Finkelstein test” คือให้ผู้ป่วยกำมือโดยเอาแม่มือเข้าไว้ข้างใน แล้วหมอจะงอข้อมือลงด้านนิ้วก้อย ถ้าเจ็บจี๊ดตรงข้างแม่มือ แสดงว่ามีการอักเสบของเอ็นในช่องนั้นจริง
ในบางรายอาจใช้ อัลตราซาวด์ (Ultrasound) เพื่อดูความหนาของปลอกเอ็นและดูว่ามีการอักเสบหรือมีน้ำรอบ ๆ เอ็นหรือไม่ ซึ่งช่วยให้เห็นภาพชัดและไม่ต้องฉายรังสี
สำหรับผู้ที่มีอาการปวดจากโรคเดอเกอร์แวงเรื้อรัง รักษาด้วยยาและการฉีดยาแล้วไม่ดีขึ้น ปัจจุบันมีเทคนิคใหม่ที่ช่วยรักษาได้โดย ไม่ต้องผ่าตัดเปิดแผลใหญ่ เรียกว่า “Percutaneous Release Fascia”
เทคนิคนี้เป็นการ “เปิดช่องเอ็นที่ตีบ” ให้กลับมากว้างและเคลื่อนไหวได้เป็นปกติ โดยหมอจะใช้เข็มปลอดเชื้อขนาดเล็ก เจาะผ่านผิวหนังบริเวณที่เอ็นอักเสบเพียง 1–2 มิลลิเมตร แล้วใช้ปลายเข็มพิเศษช่วยกรีดปลอกเอ็นหรือพังผืดที่ตีบออกเบา ๆ เพื่อให้เอ็นเคลื่อนผ่านได้อย่างลื่นไหลอีกครั้ง
ขั้นตอนทั้งหมดทำภายใต้ ยาชาเฉพาะที่ และ เครื่อง Ultrasound ช่วยระบุตำแหน่งแบบเรียลไทม์ หมอสามารถเห็นเอ็น เส้นเลือด และเส้นประสาทได้ชัด ทำให้ปลอดภัยสูงสุด ไม่กระทบเนื้อเยื่อรอบ ๆ
ข้อดีของเทคนิคนี้คือ
ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ไม่มีแผลเย็บ
ระยะเวลาทำประมาณ 15–20 นาที
ปวดลดลงได้ภายใน 1–3 วันหลังทำ
กลับไปใช้งานมือเบา ๆ ได้ใน 1–2 วัน
ภาวะแทรกซ้อนต่ำมาก
หลังทำ หมอจะแนะนำให้ขยับข้อมือและนิ้วโป้งเบา ๆ ภายใน 1–2 วัน เพื่อป้องกันพังผืดกลับมาใหม่ พร้อมนัดติดตามผลจนหายดี
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ฟื้นตัวเร็วและอาการหายขาดได้กว่า 90%
หลีกเลี่ยงการใช้มือซ้ำ ๆ ท่าเดิมนาน ๆ
ยืดเหยียดข้อมือและนิ้วหัวแม่มือเบา ๆ ทุกวัน
ประคบอุ่นวันละ 1–2 ครั้ง ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
หากมีอาการปวดเล็กน้อยในช่วงแรก ใช้ยาแก้ปวดตามแพทย์สั่ง
หลีกเลี่ยงการยกของหนักใน 1 สัปดาห์แรก
เทคนิค “Percutaneous Release Fascia” เป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคเดอเกอร์แวงหายจากอาการปวดข้อมือได้ โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ไม่ต้องพักฟื้นนาน และปลอดภัยมากเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ ใช้เวลาไม่นานก็กลับไปใช้มือได้อย่างปกติอีกครั้ง
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดข้อมือ #เดอเกอร์แวง #DeQuervain #หมอเก่งกระดูกและข้อ #percutaneousrelease #เอ็นข้อมืออักเสบ #orthopedicclinic