เด็กหลังคดแต่กำเนิด (Congenital Scoliosis) — รู้ไว รักษาทัน ลูกไม่ต้องทรมานตอนโต

“หมอคะ ลูกหนูหลังไม่เท่ากัน เหมือนบ่าเอียงข้างหนึ่ง เหมือนใส่เสื้อแล้วไหล่ไม่เท่ากันเลยค่ะ”

นี่คือประโยคที่หมอมักได้ยินจากคุณพ่อคุณแม่ตอนพาลูกมาตรวจ เพราะสังเกตจากตอนอาบน้ำหรือเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเห็นว่าลูกยืนไม่ตรง หลังดูคดเอียงไปข้างหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคที่เรียกว่า “กระดูกสันหลังคดแต่กำเนิด” ครับ

กระดูกสันหลังคดแต่กำเนิดคืออะไร?

ภาวะนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เด็กยังอยู่ในครรภ์คุณแม่ครับ

หมายความว่า “กระดูกสันหลังบางข้อสร้างมาไม่สมบูรณ์” เช่น บางข้อเชื่อมติดกัน หรือบางข้อขึ้นมาไม่เต็ม ทำให้แนวกระดูกสันหลังเอียงหรือบิดตั้งแต่เกิด

ต่างจาก “หลังคดในวัยรุ่น” ที่มักเกิดจากกล้ามเนื้อไม่สมดุลหรือท่าทาง แต่แบบนี้เป็น ความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกจริง ๆ ซึ่งหากไม่ตรวจและดูแลตั้งแต่เด็ก อาจคดมากขึ้นเมื่อโต และกระทบต่อการหายใจหรือหัวใจได้ในระยะยาวครับ

สาเหตุของโรค

เกิดจากความผิดพลาดเล็กน้อยในช่วงที่ทารกอยู่ในครรภ์ (ช่วง 4–6 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์) ซึ่งเป็นช่วงที่กระดูกสันหลังกำลังสร้างตัว บางข้อจึง

  • สร้างมาไม่สมบูรณ์ (เรียกว่า Hemivertebra)

  • บางข้อเชื่อมติดกันตั้งแต่แรก (เรียกว่า Block vertebra)

  • หรือบางส่วนบิดผิดแนว

บางรายอาจมีความผิดปกติของอวัยวะอื่นร่วมด้วย เช่น ไต หัวใจ หรือไขสันหลัง จึงจำเป็นต้องตรวจละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางครับ

อาการที่สังเกตได้

เด็กที่มีกระดูกสันหลังคดแต่กำเนิด มักไม่มีอาการเจ็บปวดในช่วงแรก แต่จะเห็นความผิดปกติทางรูปร่าง เช่น

  • ไหล่หรือสะโพกสองข้างไม่เท่ากัน

  • หลังคดเอียงไปข้างหนึ่ง

  • เวลาโน้มตัวไปข้างหน้า เห็นสันหลังนูนข้างหนึ่งชัดกว่าอีกข้าง

  • บางรายมีขาสองข้างยาวไม่เท่ากัน

หากคดมาก อาจมีอาการเหนื่อยง่าย หรือแน่นหน้าอกจากการที่ทรวงอกบิดจนปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่

การตรวจวินิจฉัย

เมื่อสงสัยว่าลูกหลังคด หมอจะตรวจร่างกายอย่างละเอียด และอาจส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น

  • เอกซเรย์กระดูกสันหลัง (X-ray) เพื่อดูแนวกระดูกว่าคดมากแค่ไหน

  • MRI เพื่อตรวจดูไขสันหลังและความผิดปกติภายใน เช่น เนื้องอก หรือเส้นประสาทที่ดึงรั้ง

  • อัลตราซาวนด์ช่องท้องหรือการตรวจหัวใจ เพื่อดูว่ามีความผิดปกติของอวัยวะอื่นร่วมด้วยหรือไม่

แนวทางการรักษา

ขึ้นอยู่กับ “ความรุนแรงของความคด” และ “อายุของเด็ก” ครับ

หมอจะพิจารณาตามแต่ละราย เพราะโรคนี้ไม่เหมือนหลังคดในวัยรุ่นที่อาจใส่เสื้อดัดหลังแล้วดีขึ้น

1. ติดตามการเจริญเติบโต

หากความคดยังน้อย (น้อยกว่า 25 องศา) หมอมักนัดตรวจทุก 6–12 เดือน พร้อมเอกซเรย์เพื่อติดตามแนวกระดูก เพราะช่วงที่เด็กโตเร็ว กระดูกคดอาจเพิ่มขึ้นได้

2. ใส่เสื้อดัดหลัง (Brace)

ในบางรายที่ยังโตไม่เต็มที่และความคดยังไม่มาก หมออาจแนะนำให้ใส่เสื้อดัดหลัง เพื่อชะลอการคด แต่ผลอาจจำกัด เพราะโครงสร้างกระดูกผิดมาตั้งแต่ต้น

3. ผ่าตัดแก้ไข

ในรายที่กระดูกคดมาก (มากกว่า 40–50 องศา) หรือคดมากขึ้นอย่างรวดเร็ว หมออาจพิจารณาผ่าตัดเพื่อตรงแนวกระดูกและยึดไว้ด้วยเหล็กดาม ซึ่งช่วยให้ร่างกายสมดุลขึ้น ป้องกันไม่ให้หัวใจและปอดถูกบีบรัด

ปัจจุบันเทคนิคผ่าตัดพัฒนาไปมาก สามารถผ่าตัดด้วยแผลเล็ก และฟื้นตัวเร็วกว่าในอดีตมากครับ

เด็กหลังคดแต่กำเนิด…พยากรณ์โรคเป็นอย่างไร?

หากตรวจพบและดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ เด็กส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตได้ปกติครับ

หมอจะติดตามต่อเนื่องจนโตเต็มที่ เพื่อประเมินแนวกระดูกและระบบหายใจ

แต่หากปล่อยไว้นานจนคดมาก อาจทำให้

  • กระดูกบิดจนแน่นหน้าอก หายใจลำบาก

  • ปวดหลังเรื้อรังในวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่

  • หรือเกิดปัญหาด้านบุคลิกภาพ ความมั่นใจในตนเอง

ดังนั้น ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งมีโอกาสควบคุมได้ดี และลดความจำเป็นในการผ่าตัดใหญ่ในอนาคตครับ

หมออยากบอกคุณพ่อคุณแม่ว่า…

เด็กที่มีกระดูกสันหลังคดแต่กำเนิด ไม่ได้หมายความว่าลูกจะต้องพิการหรือใช้ชีวิตลำบากเสมอไป

สิ่งสำคัญคือ “ตรวจพบให้เร็ว” และ “ติดตามอย่างต่อเนื่อง”

หากลูกมีไหล่หรือหลังไม่เท่ากัน อย่าคิดว่าแค่โตแล้วจะดีขึ้น เพราะในโรคนี้ กระดูกจะคดเพิ่มขึ้นตามอายุและความสูงของเด็กครับ

หมอแนะนำให้พาไปพบแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อเด็ก เพื่อประเมินตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะได้วางแผนการดูแลอย่างเหมาะสม

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#กระดูกสันหลังคดแต่กำเนิด #หลังคดในเด็ก #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ตรวจหลังคด #กระดูกและข้อเด็ก #สุขภาพเด็ก