
ปวด บวม แดง ร้อน ที่เข่า… แค่ผิวหนังอักเสบ หรือข้อเข่าติดเชื้อกันแน่?
หลายคนเคยมีอาการคล้ายกันนี้ครับ — อยู่ดี ๆ เข่าก็บวม แดง ร้อน เจ็บจนเดินแทบไม่ได้ พอจับดูเหมือนมีอะไรตึง ๆ ในข้อ แต่ก็สงสัยว่า “หรือแค่เป็นผิวหนังอักเสบ?” บางคนไปคลินิกใกล้บ้าน หมอบอกว่าเป็น cellulitis (เซลลูไลติส) ให้ยามากินก็ยังไม่ดีขึ้น จนสุดท้ายต้องส่งต่อมาหาหมอกระดูก เพราะกลายเป็น การติดเชื้อในข้อเข่า (septic arthritis) ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายกว่ามากครับ
วันนี้หมออยากอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า สองโรคนี้ต่างกันอย่างไร และเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอาการแบบไหนควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
เคสที่หมอจำได้ไม่ลืม
คุณลุงมนตรี อายุ 68 ปี เป็นเบาหวานมาหลายปี วันหนึ่งลุงเริ่มปวดเข่าข้างขวา เดินแล้วเจ็บ เข่าบวมแดงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่มีแผลอะไรชัดเจน ลุงคิดว่า “คงแค่ผิวหนังอักเสบ” เลยไปหาหมอใกล้บ้าน ได้ยาฆ่าเชื้อกับยาแก้ปวดมากิน แต่ผ่านไป 2 วันอาการกลับแย่ลง ปวดจนขยับไม่ได้ และมีไข้สูง พอมาถึงโรงพยาบาล หมอเจาะน้ำในข้อเข่าตรวจ ปรากฏว่าเป็นหนองครับ — การติดเชื้อในข้อเข่าแท้ ๆ ถ้ามาช้ากว่านี้อีกนิด ข้อเข่าของลุงอาจเสียถาวรเลยครับ
การติดเชื้อในข้อเข่า คืออะไร?
ภาวะนี้เกิดจากแบคทีเรียเข้าสู่ภายในข้อ ซึ่งเป็นพื้นที่ปิด มีน้ำเลี้ยงข้ออยู่ เมื่อเชื้อเข้าไปแล้วร่างกายจะอักเสบรุนแรง เกิดหนองภายในข้อ ทำให้กระดูกอ่อนและเยื่อบุข้อถูกทำลายอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่วัน ถ้าไม่รีบรักษา อาจทำให้ข้อเข่าเสื่อมถาวร หรือติดแข็งจนเดินไม่ได้เลยครับ
แล้ว cellulitis คืออะไร?
Cellulitis (เซลลูไลติส) คือการติดเชื้อของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังครับ มักเกิดจากแบคทีเรียชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดหนอง เช่น Staphylococcus aureus หรือ Streptococcus เชื้อเหล่านี้มักเข้าสู่ร่างกายจากแผลเล็ก ๆ แม้เพียงรอยถลอกเล็กน้อย ผิวหนังบริเวณนั้นจะ บวม แดง ร้อน เจ็บ แต่ยังอยู่เฉพาะที่ผิว ไม่ลึกเข้าไปในข้อ
อาการที่คล้ายกัน แต่มีจุดแยกสำคัญ
ทั้งสองภาวะนี้มีอาการคล้ายกันมากคือ ปวด บวม แดง ร้อน แต่สิ่งที่หมอใช้แยกออกจากกันมีดังนี้ครับ
✅ ลักษณะการปวด
ติดเชื้อในข้อเข่า: ปวดลึก ๆ ภายในข้อ ขยับเข่าไม่ได้เลย แค่หมอขยับนิดเดียวก็เจ็บสุด ๆ
Cellulitis: ปวดตื้น ๆ ที่ผิวหนังหรือกล้ามเนื้อรอบ ๆ ข้อ ยังพอขยับข้อได้ แม้จะเจ็บแต่ไม่สุดขีด
✅ การบวม
ติดเชื้อในข้อเข่า: ข้อบวมกลมเหมือนลูกโป่งตึง มีน้ำในข้อจำนวนมาก กดแล้วแน่น ๆ
Cellulitis: บวมไม่เป็นรูปข้อ อาจบวมเฉพาะผิวหนังหรือด้านใดด้านหนึ่งของเข่า กดแล้วนุ่มกว่า
✅ การมีไข้และอาการทั่วร่างกาย
✅ การขยับข้อ
ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อในข้อเข่า?
ผู้ป่วย เบาหวาน
ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ใช้ยากดภูมิ หรือเป็นมะเร็ง
ผู้สูงอายุ
ผู้ที่เคยฉีดยาหรือผ่าตัดบริเวณข้อ
ผู้ที่มีแผลหรือการติดเชื้อในผิวหนังใกล้ข้อมาก่อน
คนกลุ่มนี้ถ้าเริ่มมีอาการปวด บวม แดง ที่ข้อ ต้องระวังเป็นพิเศษครับ เพราะเชื้อสามารถลุกลามจากผิวหนังเข้าสู่ข้อได้ภายในไม่กี่วัน
การตรวจวินิจฉัยที่หมอใช้
ตรวจร่างกายอย่างละเอียด – ดูว่าการบวมจำกัดอยู่เฉพาะผิวหรือภายในข้อ
เจาะน้ำในข้อเข่าตรวจ (Arthrocentesis) – เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดครับ หมอจะใช้เข็มดูดน้ำในข้อออกมาตรวจดูสี ลักษณะ และส่งตรวจหาเชื้อ ถ้ามีหนองหรือเชื้อแบคทีเรีย แสดงว่ามีการติดเชื้อในข้อแน่นอน
การตรวจเลือด – ดูค่าการอักเสบ เช่น เม็ดเลือดขาว, ESR, CRP ซึ่งมักสูงในกรณีติดเชื้อในข้อ
เอกซเรย์ข้อเข่า (X-ray) – ใช้ดูว่ามีการทำลายของกระดูกหรือข้อหรือไม่
อัลตราซาวด์ (Ultrasound) – บางครั้งหมอใช้เพื่อดูว่ามีน้ำในข้อหรือหนองแฝงอยู่ไหม เพื่อช่วยในการเจาะน้ำออกอย่างแม่นยำ
การรักษาแตกต่างกันอย่างไร?
🔹 ถ้าเป็น
Cellulitis
รักษาด้วย ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) อย่างเหมาะสม
ยาลดบวม แก้ปวด
ประคบเย็นในช่วงแรก ลดอาการอักเสบ
ยกขาสูง และพักการเดิน
โดยทั่วไปถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อน อาการจะดีขึ้นภายใน 3–5 วัน
🔹 ถ้าเป็น
การติดเชื้อในข้อเข่า
การรักษาต้อง รีบและจริงจัง กว่ามากครับ เพราะเชื้อทำลายข้อได้เร็วภายในไม่กี่วัน
เจาะดูดหนองออกจากข้อ หรือ ล้างข้อเข่าด้วยการส่องกล้อง (arthroscopic lavage) เพื่อเอาเชื้อและหนองออกให้หมด
ให้ยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือด (IV) นาน 2–4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อ
พักข้อชั่วคราว แล้วค่อยเริ่มกายภาพบำบัดฟื้นฟูหลังการอักเสบลดลง
ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันข้อยึดหรือติดแข็ง
ถ้ารักษาช้า จะเกิดอะไรขึ้น?
หากติดเชื้อในข้อเข่าแล้วไม่ได้รับการรักษาทันที ภายในไม่กี่วันแบคทีเรียจะทำลายกระดูกอ่อนและเยื่อบุข้ออย่างถาวร ทำให้ข้อเสื่อมเร็วกว่าปกติ หรือบางรายข้ออาจยึดติด ไม่สามารถงอหรือเหยียดได้อีกเลยครับ
นอกจากนี้ เชื้ออาจแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด เกิด ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (sepsis) ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยเบาหวานครับ
หมออยากฝากไว้
ถ้ามีอาการ ปวด บวม แดง ร้อน ที่ข้อเข่า โดยเฉพาะถ้า
ปวดจนขยับไม่ได้
มีไข้สูง หนาวสั่น
เคยเป็นเบาหวาน หรือใช้ยากดภูมิ
อย่ารอดูอาการเองนะครับ ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อแยกว่าคือ cellulitis ธรรมดา หรือ ติดเชื้อในข้อ ซึ่งการรักษาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
การเจาะตรวจน้ำในข้อไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยยืนยันการวินิจฉัยได้ถูกต้อง ปลอดภัย และรักษาทันเวลา
วิธีป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อในข้อเข่า
รักษาความสะอาดของผิวหนัง โดยเฉพาะเวลามีแผลเล็ก ๆ ให้ล้างแผลและปิดแผลให้ดี
ควบคุมเบาหวานให้อยู่ในระดับปกติ
หลีกเลี่ยงการฉีดยาหรือแทงเข็มโดยไม่จำเป็น
หากมีอาการปวดข้อผิดปกติ อย่าซื้อยากินเอง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ชัด
สรุปสั้น ๆ
หมออยากให้ทุกคนจำไว้นะครับว่า — อาการปวด บวม แดง ร้อน ที่ข้อเข่าไม่ควรมองข้าม เพราะเบื้องหลังอาจไม่ใช่แค่ผิวหนังอักเสบ แต่เป็นการติดเชื้อในข้อที่ต้องรีบรักษา หากมาช้าเพียงไม่กี่วัน ข้อเข่าของเราก็อาจเสียไปตลอดชีวิตได้ครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ