ศอกโก่งหลังแขนหักในวัยเด็ก…เรื่องเล็กที่อาจตามไปทั้งชีวิต

หมอเคยเจอคนไข้ผู้ใหญ่หลายคน มาด้วยแขนข้างหนึ่งดูโก่งออกด้านนอกชัดเจน โดยเฉพาะเวลายกมือไหว้หรือกางแขน จะเห็นว่าศอกไม่ตรงเหมือนอีกข้างหนึ่ง หลายคนเล่าว่า “ตอนเด็กเคยหักแขนตรงข้อศอก แล้วรักษาแบบใส่เฝือกเฉย ๆ” — นั่นแหละครับ คือที่มาของภาวะที่เรียกว่า “ศอกโก่ง (Cubitus valgus)” จากกระดูก supracondylar fracture หักในวัยเด็ก ที่ไม่เข้าที่ดีนักตอนกระดูกเชื่อม

วันนี้หมออยากเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เพราะเป็นภาวะที่พบได้ไม่น้อย แต่หลายคนไม่รู้ว่าสามารถป้องกันและรักษาได้ หากตรวจและดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ครับ

ศอกโก่งคืออะไร?

โดยปกติ เมื่อเรายืดแขนออกข้างลำตัว แขนท่อนบนกับท่อนล่างจะทำมุมเล็กน้อยประมาณ 10–15 องศา เพื่อให้มืออยู่ห่างจากลำตัวเวลาถือของหรือเดิน (เรียกว่า carrying angle)

แต่ถ้ามุมนี้มากผิดปกติ แขนจะโก่งออกด้านนอกชัดเจน — เรียกว่า ศอกโก่ง (Cubitus valgus)

ในทางกลับกัน ถ้าแขนบิดเข้าด้านใน เรียกว่า ศอกงอเข้าด้านใน (Cubitus varus) ซึ่งพบได้บ่อยกว่าหลังการหักแบบเดียวกัน แต่ Cubitus valgus ก็มีความสำคัญไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อเกิดหลัง กระดูก supracondylar fracture ในเด็กครับ

สาเหตุของ Cubitus valgus หลังแขนหักในเด็ก

ในเด็กเล็ก การหักของกระดูกบริเวณใกล้ข้อศอก (supracondylar fracture) มักเกิดจากการล้มเอามือยันพื้น แขนเหยียดตรง แรงกระแทกจะไปที่ส่วนปลายของกระดูกต้นแขน (humerus) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีกระดูกอ่อนอยู่มาก

ถ้าการหักมีการเคลื่อน (displacement) และไม่ได้จัดกระดูกให้เข้าที่อย่างเหมาะสมตอนรักษา กระดูกส่วนหนึ่งอาจเชื่อมผิดแนว (malunion) หรือมีการเจริญของกระดูกด้านในและนอกไม่เท่ากัน ทำให้แนวข้อศอกเอียงไปด้านนอกเมื่อโตขึ้น เกิดเป็นศอกโก่ง (Cubitus valgus)

อาการและผลที่ตามมา

  1. รูปร่างแขนผิดรูป — เห็นชัดเมื่อยืดแขนออก มือจะกางออกด้านนอกมากผิดปกติ

  2. ปัญหาทางเส้นประสาท (ulnar nerve palsy) — ในบางราย ศอกโก่งมากจนไปยืดหรือกดเบียดเส้นประสาทอัลนาร์ (ulnar nerve) ทำให้เกิดอาการชาระหว่างนิ้วนางกับนิ้วก้อย หรือมืออ่อนแรงในระยะยาว เรียกว่า Tardy ulnar nerve palsy

  3. ผลกระทบต่อรูปลักษณ์และความมั่นใจ — เด็กบางคนโตขึ้นมาไม่กล้ายกแขน เพราะรู้สึกว่าศอกดูแปลกจากคนอื่น

  4. อาจเกิดปวดข้อศอกในระยะยาว ถ้ามีการใช้งานผิดแนวหรือรับแรงไม่สมดุล

การตรวจวินิจฉัย

  1. การตรวจร่างกาย – หมอจะเปรียบเทียบมุมศอกของแขนสองข้าง ข้างที่โก่งออกจะมีมุม carry angle มากกว่าปกติ

  2. เอกซเรย์ข้อศอก (X-ray elbow) – เพื่อดูแนวของกระดูกต้นแขน ปลายแขน และแนวข้อศอกว่ามีการเอียงหรือเชื่อมผิดรูปหรือไม่

  3. การตรวจเส้นประสาท (Nerve conduction study) – ในรายที่มีอาการชาหรือมืออ่อนแรง เพื่อดูว่ามีการกดทับเส้นประสาทอัลนาร์หรือไม่

การรักษา

🔹 เด็กอายุน้อย หรือศอกโก่งเพียงเล็กน้อย

  • หมอมักแนะนำให้ ติดตามดูการเจริญเติบโตของกระดูก เพราะบางรายสามารถปรับได้เล็กน้อยตามธรรมชาติเมื่อร่างกายโตขึ้น

  • แนะนำการบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อศอก เพื่อให้การเคลื่อนไหวเป็นปกติ

  • ตรวจติดตามเอกซเรย์ทุก 6–12 เดือน เพื่อประเมินแนวกระดูก

🔹 กรณีศอกโก่งมาก หรือมีอาการทางเส้นประสาท

  • ผ่าตัดแก้แนวกระดูก (Corrective osteotomy) – หมอจะตัดกระดูกต้นแขนบริเวณที่เชื่อมผิดแนว แล้วจัดให้อยู่ในตำแหน่งปกติ จากนั้นยึดด้วยแผ่นเหล็กหรือหมุด เพื่อให้กระดูกเชื่อมใหม่ในแนวที่ถูกต้อง

  • หากมี ulnar nerve palsy ร่วมด้วย อาจต้องผ่าตัดเลื่อนตำแหน่งเส้นประสาทอัลนาร์ (ulnar nerve transposition) เพื่อป้องกันการถูกดึงรั้งในท่าศอกโก่ง

  • หลังผ่าตัดต้องใส่เฝือกหรือผ้ายึด และทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง

ผลการรักษาโดยทั่วไปดีมากถ้าทำในช่วงที่กระดูกยังมีการเจริญ (ก่อนอายุ 18 ปี) และจะได้รูปร่างศอกที่สมมาตรใกล้เคียงปกติครับ

การพยากรณ์โรค

  • หากรักษาได้ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก หรือได้รับการผ่าตัดแก้ไขอย่างเหมาะสม มักได้ผลดี ศอกกลับมาตรงและใช้งานได้เต็มที่

  • แต่ถ้าปล่อยไว้นานจนเส้นประสาทถูกยืดนาน อาจมีอาการชาหรือกล้ามเนื้อมืออ่อนแรงถาวรได้

หมออยากฝากถึงผู้ปกครอง

เด็กที่ แขนหักใกล้ข้อศอก (supracondylar fracture) ต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อเด็กตั้งแต่แรก เพราะเป็นตำแหน่งที่ซับซ้อนมาก การจัดกระดูกต้องแม่นยำและติดตามด้วยเอกซเรย์อย่างใกล้ชิดหลังใส่เฝือก

ถ้าหลังถอดเฝือกแล้วสังเกตว่าแขนข้างหนึ่ง โก่งออกหรือบิดผิดรูปแม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบพาเด็กกลับไปพบหมอ เพื่อประเมินว่าต้องจัดกระดูกใหม่หรือไม่ เพราะเมื่อกระดูกเชื่อมผิดแนวแล้ว จะยิ่งแก้ไขยากเมื่อโตครับ

การป้องกัน

  • ป้องกันการหกล้มในเด็ก โดยเฉพาะในช่วงที่เริ่มหัดวิ่งหรือปีนป่าย

  • หากเกิดอุบัติเหตุแขนหัก ควรให้หมอเอกซเรย์และจัดกระดูกในท่าที่ถูกต้อง ไม่ควรดึงจัดเองที่บ้าน

  • ติดตามผลหลังใส่เฝือกหรือผ่าตัดตามนัดอย่างเคร่งครัด

  • ทำกายภาพบำบัดตามคำแนะนำ เพื่อป้องกันข้อศอกติดและเส้นประสาทถูกดึงรั้ง

สรุปสั้น ๆ

ภาวะศอกโก่งอาจดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่จริง ๆ แล้วสะท้อนถึงการรักษากระดูกหักที่ไม่แม่นยำในวัยเด็ก ซึ่งอาจส่งผลยาวนานไปถึงวัยผู้ใหญ่ได้ การใส่ใจตั้งแต่แรกและติดตามการรักษาอย่างถูกวิธี คือทางป้องกันที่ดีที่สุดครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ