
💎 เก๊าท์มีก้อนโทฟัส…รักษาได้จริงไหม?
“หมอครับ ผมเป็นเก๊าท์มาหลายปีแล้ว กรดยูริกก็สูง ตอนนี้เริ่มมีก้อนแข็ง ๆ ที่ข้อศอกและหัวแม่เท้า เพื่อนบอกว่าเป็นก้อนโทฟัส ต้องผ่าตัดอย่างเดียวใช่ไหมครับ?”
นี่คือคำถามที่หมอได้ยินบ่อยมากครับ หลายคนกังวลว่าเป็นเก๊าท์แล้วมีก้อนโทฟัสแปลว่ารักษาไม่หาย แต่ในความจริงคือ… “รักษาได้ครับ” เพียงแต่ต้องรู้หลักการ และควบคุมให้ถูกวิธี
💡 ก้อนโทฟัสคืออะไร?
“โทฟัส” (Tophus) คือ ผลึกกรดยูริกที่ตกตะกอนและสะสมในเนื้อเยื่อ ร่างกายเราจะพยายามกำจัดแต่ทำไม่ทัน จึงก่อตัวเป็นก้อนนูนใต้ผิวหนัง มักพบที่
รอบข้อศอก ข้อเท้า หัวแม่เท้า ข้อมือ
หลังเท้า หรือใบหู
ลักษณะคือก้อนแข็ง ๆ ใต้ผิวหนัง สีขาวหรือเหลืองอ่อน กดไม่เจ็บ แต่ถ้าอักเสบจะบวมแดงร้อน บางรายก้อนแตกออกและมี “ผงขาว ๆ เหมือนชอล์ก” ไหลออกมา ซึ่งก็คือผลึกยูริกนั่นเองครับ
💬 ก้อนโทฟัสมักเกิดหลังจากเป็นเก๊าท์มานานหลายปี โดยเฉพาะในคนที่ ไม่ได้ควบคุมระดับกรดยูริกให้ต่ำพอ
⚠️ ทำไมถึงเกิดก้อนโทฟัส
กรดยูริกในเลือดสูงนานเกินไป (มัก >7 mg/dL ต่อเนื่องเป็นปี)
ไม่ได้ใช้ยาลดกรดยูริกต่อเนื่อง หยุดยาเมื่ออาการปวดหาย
กินอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องใน เนื้อแดง อาหารทะเล เบียร์
ไตขับยูริกไม่ดี ทำให้ยูริกตกค้างในร่างกาย
🔹 หากปล่อยไว้นาน ก้อนโทฟัสจะโตขึ้น ข้อจะผิดรูป และยูริกจะไปสะสมในไตจนเกิด “นิ่วในไต” หรือ “ไตวายจากเก๊าท์” ได้ครับ
🩺 การวินิจฉัย
แพทย์สามารถตรวจได้จากลักษณะก้อนร่วมกับผลเลือดและภาพเอกซเรย์:
ตรวจเลือด: วัดระดับกรดยูริก, การทำงานของไต (Creatinine)
เอกซเรย์: จะเห็นเงาก้อนยูริกและความเสียหายของข้อ
อัลตราซาวด์ / MRI: ใช้ดูขนาดก้อนและการอักเสบรอบข้อ
💊 การรักษา “เก๊าท์มีก้อนโทฟัส”
1.ควบคุมกรดยูริกให้ต่ำอย่างต่อเนื่อง
คือหัวใจสำคัญที่สุดของการรักษา เพราะก้อนโทฟัสเกิดจากผลึกยูริกสะสม ถ้าทำให้ระดับยูริกลดลงต่ำกว่า 6 mg/dL ร่างกายจะค่อย ๆ “ละลายผลึกยูริกเก่า” และก้อนจะค่อย ๆ ยุบลงเอง
ยาที่ใช้ เช่น
Allopurinol หรือ Febuxostat : ลดการสร้างกรดยูริกในร่างกาย
Probenecid : ช่วยขับกรดยูริกออกทางไต (ในคนที่ไตดี)
❗ ยาลดกรดยูริกไม่ได้ใช้แก้ปวดเฉียบพลัน ต้องกินต่อเนื่องระยะยาว แม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม
🎯 เป้าหมาย: ลดระดับกรดยูริกให้ต่ำกว่า 6 mg/dL (หรือ <5 mg/dL ถ้ามีก้อนโทฟัส)
2.ยาควบคุมอาการอักเสบเฉียบพลัน
ถ้ามีอาการปวดข้อเฉียบพลัน (ข้อบวมแดงร้อน) แพทย์จะให้ยาแก้อักเสบ เช่น
ยากลุ่ม NSAIDs (เช่น Naproxen, Indomethacin)
Colchicine (ใช้ระยะสั้นเพื่อลดอาการอักเสบ)
Steroid (ในบางกรณีที่ไตไม่ดีหรือใช้ยาอื่นไม่ได้)
ยาเหล่านี้ใช้เพื่อลดปวดเฉียบพลันเท่านั้น ไม่ได้ช่วยละลายยูริกครับ
3.การดูแลเรื่องอาหารและพฤติกรรม
เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การรักษาได้ผลเร็วขึ้น:
🍗 อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง:
เครื่องในสัตว์ (ตับ ไต หัวใจ)
เนื้อแดง (วัว หมู แกะ)
อาหารทะเล (กุ้ง ปู หอย ปลาซาร์ดีน)
เบียร์ เหล้า น้ำอัดลม น้ำหวาน
🥦 อาหารที่ช่วยลดกรดยูริก:
ผัก ผลไม้ นมไขมันต่ำ ไข่
ดื่มน้ำสะอาดวันละ 2–3 ลิตร
ออกกำลังกายเบา ๆ สม่ำเสมอ
การดื่มน้ำมากช่วยให้ไตขับกรดยูริกออกและป้องกันนิ่วในไตได้ครับ
4.การผ่าตัด (เฉพาะบางกรณี)
หากก้อนโทฟัสมีลักษณะดังนี้ แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเอาออก:
ก้อนใหญ่จนขยับข้อไม่ได้
กดเบียดเส้นประสาทจนมือหรือเท้าชา
แตกเรื้อรัง ติดเชื้อ หรือมีแผลไม่หาย
ปัจจุบันเทคนิคการผ่าตัดพัฒนาไปมาก แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว แต่ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่า ถ้าควบคุมยูริกได้ดีครับ
💪 ผลลัพธ์เมื่อรักษาอย่างต่อเนื่อง
อาการปวดข้อจะลดลงอย่างชัดเจนใน 1–3 เดือน
ก้อนโทฟัสจะค่อย ๆ นิ่มลงและเล็กลงภายใน 6–12 เดือน
ลดความเสี่ยงนิ่วในไตและไตเสื่อม
คุณภาพชีวิตดีขึ้น เดินได้ดี ไม่ต้องผ่าตัดในอนาคต
🧩 การติดตามผลระยะยาว
ตรวจเลือดดูระดับกรดยูริกทุก 3–6 เดือน
ปรับขนาดยาให้เหมาะกับค่ากรดยูริกและการทำงานของไต
หากเริ่มมีก้อนยุบหรือหายไป แสดงว่าการควบคุมได้ผลดี
หมออยากให้คิดว่า “ยาลดกรดยูริก” คือเหมือนยาควบคุมความดันหรือเบาหวาน ต้องกินต่อเนื่องเพื่อควบคุมโรคครับ
🩺 หมออยากฝากไว้
“เก๊าท์มีก้อนโทฟัส” ไม่ได้หมายความว่ารักษาไม่หาย และไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกราย
สิ่งสำคัญคือ ควบคุมระดับยูริกให้ต่ำอย่างต่อเนื่อง และไม่หยุดยาเอง
เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายจะค่อย ๆ สลายผลึกยูริกเดิม ก้อนจะค่อย ๆ ยุบลงได้จริงครับ
✅ กินยาลดกรดยูริกสม่ำเสมอ
✅ ปรับอาหารและดื่มน้ำมาก ๆ
✅ ตรวจเลือดติดตามกับแพทย์ประจำ
หลายคนที่รักษาต่อเนื่อง ภายใน 1–2 ปี ก้อนโทฟัสหายไปจนแทบมองไม่เห็นเลยครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหาโรคเก๊าท์ ปวดข้อ หรือกระดูกและข้ออื่น ๆ ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#เก๊าท์ #โทฟัส #Tophus #ยาลดกรดยูริก #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดข้อ #orthopedicclinic