
🦴 ปวดหลัง หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท — จำเป็นต้องผ่าตัดไหม? หมอใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจ
“หมอครับ MRI บอกว่าหมอนรองกระดูกหลังปลิ้นทับเส้นประสาท ต้องผ่าตัดไหมครับ หรือกินยา กายภาพก่อนดี?”
นี่คือคำถามยอดฮิตในคลินิกกระดูกและข้อ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการ ปวดหลังร้าวลงขา หรือชาขา ซึ่งมักเกิดจาก หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวเคลื่อนทับเส้นประสาท (Lumbar disc herniation) หลายคนกลัวการผ่าตัด แต่ความจริงคือ “ไม่ใช่ทุกคนต้องผ่า” หมอจะพิจารณาจากหลายปัจจัยครับ 👇
ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อจะมี “หมอนรองกระดูก” (Intervertebral disc) ทำหน้าที่เป็นเบาะรองแรงกระแทกเวลายืน เดิน หรือก้มเงยตัว ภายในหมอนรองกระดูกมีเนื้อเจลนุ่ม ๆ อยู่ตรงกลาง (nucleus pulposus) หุ้มด้วยวงแหวนไฟเบอร์แข็งแรง (annulus fibrosus)
เมื่อเรานั่งหรือยกของหนักบ่อย ๆ หมอนรองกระดูกจะเสื่อมและแห้ง เมื่อได้รับแรงมากเกินไป เจลภายในจะ “ปลิ้นออก” จากวงแหวน จนไปกดทับเส้นประสาทที่ออกจากไขสันหลัง → ทำให้เกิดอาการ ปวดหลังร้าวลงขา หรือชาขา ครับ
ปวดหลังร้าวลงขา (ปวดแปลบ เหมือนไฟฟ้าช็อต)
ชาแสบร้อน หรือขาอ่อนแรง
ปวดมากเวลาไอ จาม หรือเบ่ง
นั่งนานหรือลุกนั่งบ่อยจะปวดมากขึ้น
ถ้าเส้นประสาทถูกกดรุนแรง อาจมีอาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้
💬 อาการ “ปวดร้าวลงขา” เป็นสัญญาณจำเพาะว่ามีเส้นประสาทถูกกดทับ ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อหลังอักเสบธรรมดาครับ
ตรวจร่างกาย: แพทย์จะทดสอบแรงกล้ามเนื้อ ความรู้สึก และท่า straight leg raise (ยกขาแล้วปวดร้าวลงขา)
เอกซเรย์หลัง (X-ray): ดูแนวกระดูก และช่องว่างระหว่างข้อ
MRI หลังส่วนเอว: ตรวจยืนยันการปลิ้นของหมอนรองกระดูก เห็นชัดว่าเส้นประสาทใดถูกกด และระดับไหน (เช่น L4–L5 หรือ L5–S1)
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ 80–90% อาการดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี
หลีกเลี่ยงการก้ม ยกของหนัก หรือบิดเอวเร็ว ๆ
ใช้ที่นอนแน่นพอดี ไม่ยวบ
นั่งหลังตรง มีพนักพิง
ยาแก้ปวดและลดอักเสบ (NSAIDs)
ยาคลายกล้ามเนื้อ
ยาลดอาการปวดปลายประสาท เช่น Gabapentin, Pregabalin
เครื่องอัลตราซาวด์ลดอักเสบ
ดึงหลัง (traction) เพื่อคลายแรงกดเส้นประสาท
บริหารกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องให้แข็งแรง
ฉีดยาลดอักเสบขนาดต่ำเข้าใกล้โพรงเส้นประสาทโดยใช้เครื่อง Ultrasound หรือ Fluoroscopy ช่วยระบุตำแหน่งแม่นยำ
ลดอาการปวดได้เร็วภายในไม่กี่วัน และใช้ปริมาณยาน้อยมาก
✅ หากรักษาแบบนี้ต่อเนื่อง 4–8 สัปดาห์ แล้วอาการดีขึ้น หมอจะยังไม่แนะนำให้ผ่าครับ
หมอจะพิจารณาผ่าตัดในกรณีต่อไปนี้ 👇
อาการอ่อนแรงของขาชัดเจน
อาการชา ปวดร้าวลงขารุนแรง
มีการกดทับเส้นประสาทรุนแรงใน MRI
มีภาวะฉุกเฉินทางประสาท (Cauda equina syndrome)
หมายความว่า… ถ้ามีเพียงอาการปวดหรือชาธรรมดา ยังไม่ต้องผ่าตัดทันทีครับ แต่ต้องติดตามอาการใกล้ชิด
เทคโนโลยีการผ่าตัดหลังสมัยใหม่พัฒนาไปมาก ทำให้แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว
ผ่าตัดผ่านแผลเล็ก 2–3 ซม. นำส่วนหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นกดเส้นออก
ใช้กล้องจุลทรรศน์ช่วยให้เห็นชัดและลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ
แผลเล็กเพียง 1 ซม. ใช้กล้องขนาดเล็กเข้าไปดูและตัดหมอนรองกระดูกออกเฉพาะส่วนที่กดเส้น
ทำแบบผู้ป่วยนอกได้ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
สำหรับผู้ที่มีหมอนรองกระดูกเสื่อมร่วมกับข้อกระดูกไม่มั่นคง หรือมีหลายระดับ
ใช้แท่งเหล็กและสกรูยึดกระดูกให้มั่นคงหลังเอาหมอนรองกระดูกออก
ปัจจุบันการผ่าตัดหลังปลอดภัยมากกว่าเดิมมาก มีอัตราความสำเร็จสูงกว่า 90% และอาการปวดร้าวลงขาจะดีขึ้นทันทีหลังผ่าครับ
พักฟื้น 1–3 วัน แล้วเริ่มเดินได้ภายใน 24 ชั่วโมงแรก
ใส่เสื้อพยุงหลัง (Back brace) 2–4 สัปดาห์
ทำกายภาพต่อเนื่อง เพื่อป้องกันอาการกลับมาเป็นซ้ำ
กลับไปทำงานเบา ๆ ได้ใน 2–4 สัปดาห์ และงานใช้แรงใน 6–8 สัปดาห์
“หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” ไม่ได้หมายความว่าต้องผ่าทุกคน
ส่วนใหญ่รักษาด้วยยา กายภาพ และฉีดยาเฉพาะจุดก็หายได้
แต่ถ้ามีอาการอ่อนแรง ชารุนแรง หรือเส้นประสาทถูกกดมากใน MRI — การผ่าตัดจะช่วยให้หายเร็ว ปลอดภัย และป้องกันการชาถาวรได้
✅ ปวด–ชาร้าวลงขา: รักษาไม่ผ่าตัดได้ก่อน
⚠️ อ่อนแรงหรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้: ต้องรีบผ่า
❤️ ยิ่งรักษาเร็ว เส้นประสาทยิ่งฟื้นตัวดีครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากมีอาการปวดหลังร้าวลงขา ชา หรือขาอ่อนแรง ควรพบแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อเพื่อตรวจและรักษาอย่างถูกต้อง
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดหลังร้าวลงขา #หมอเก่งกระดูกและข้อ #orthopedicclinic #Microdiscectomy #EndoscopicDiscectomy