
🧠 หมอนรองกระดูกคอเคลื่อนทับเส้นประสาท — จำเป็นต้องผ่าตัดไหม? หมอจะตัดสินใจจากอะไรบ้าง
“หมอครับ หมอบอกว่าผล MRI เจอหมอนรองกระดูกคอปลิ้นทับเส้นประสาท ผมต้องผ่าตัดไหมครับ หรือรอกายภาพไปก่อนดี?”
นี่คือคำถามที่หมอได้ยินบ่อยมากในคลินิกกระดูกและข้อ เพราะคนจำนวนไม่น้อยตกใจทันทีเมื่อได้ยินคำว่า “หมอนรองกระดูกทับเส้น” และเข้าใจว่าต้องผ่าตัดทุกคน แต่ความจริงคือ ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องผ่าตัดครับ — การตัดสินใจขึ้นอยู่กับ “ระดับความรุนแรงของอาการ” และ “ผลต่อเส้นประสาท” เป็นหลัก
กระดูกสันหลังของเรามีหมอนรองกระดูก (Intervertebral disc) คั่นอยู่ระหว่างข้อ ทำหน้าที่เหมือนเบาะรองรับแรงกระแทกและช่วยให้คอเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น
เมื่ออายุมากขึ้น หรือใช้งานคอหนัก หมอนรองกระดูกจะเสื่อม สูญเสียน้ำ และบางลง ทำให้ส่วนที่อยู่ตรงกลาง (nucleus pulposus) ปลิ้นหรือเคลื่อนออกมาทางด้านหลัง จน “ไปกดทับเส้นประสาท” ที่ออกจากไขสันหลังในบริเวณคอ
💬 ผลคือ ปวดคอ ปวดร้าวลงแขน ชา หรืออ่อนแรงในบางส่วนของแขนและมือ
ปวดคอร้าวลงหัวไหล่ แขน หรือนิ้วมือ
รู้สึกชา แสบร้อน หรือเหมือนไฟฟ้าช็อตในแขน
อ่อนแรงของแขนหรือมือ (เช่น กำมือไม่แน่น หรือยกแขนไม่ขึ้น)
ปวดมากเวลาจาม ไอ หรือเงยคอ
บางรายอาจมีอาการเวียนหัวร่วมด้วยจากกล้ามเนื้อคอเกร็งเรื้อรัง
ถ้ามีอาการ “ชาหรืออ่อนแรง” แสดงว่าเส้นประสาทเริ่มถูกกดมากขึ้น ต้องประเมินอย่างใกล้ชิดครับ
MRI คอ (Magnetic Resonance Imaging) — เป็นการตรวจหลักที่บอกได้ชัดว่า
ตรวจระบบประสาท (Neurological exam) — ประเมินแรงกล้ามเนื้อ การรับรู้สัมผัส และรีเฟล็กซ์ของแขน
เอกซเรย์ (X-ray) — ใช้ดูแนวกระดูกคอว่ามีความเสื่อมหรือเคลื่อนไหวผิดปกติหรือไม่
หมอจะเริ่มจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อนเสมอในกรณีที่ไม่มีอาการรุนแรง
พักคอ หลีกเลี่ยงการก้มเงยนาน ๆ หรือหมุนคอแรง ๆ
ใช้ยาแก้ปวดและยาลดอักเสบ (NSAIDs)
ยาคลายกล้ามเนื้อ เพื่อบรรเทาอาการเกร็ง
ยากลุ่มลดการปวดปลายประสาท เช่น Pregabalin, Gabapentin ถ้ามีอาการชา
กายภาพบำบัด: ใช้เครื่องอัลตราซาวด์ คลื่นไฟฟ้า หรือดึงคอ (traction) เพื่อลดแรงกดบนเส้นประสาท
ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด (Ultrasound-guided injection) เพื่อควบคุมการอักเสบของเส้นประสาท
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ (ประมาณ 80–90%) อาการจะดีขึ้นใน 4–8 สัปดาห์โดยไม่ต้องผ่าตัด
หมอจะพิจารณาผ่าตัดในกรณีที่มีอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
อาการอ่อนแรงของแขนหรือมือชัดเจน
ชาหรือปวดร้าวรุนแรงไม่ดีขึ้นหลังรักษา 6–8 สัปดาห์
เส้นประสาทหรือไขสันหลังถูกกดมากใน MRI
มีอาการกดไขสันหลัง (Myelopathy)
ถ้ามีอาการในข้อ 3–4 ต้องพิจารณาผ่าตัด เพราะเส้นประสาทอาจถูกทำลายถาวรได้ครับ
แพทย์จะเลือกวิธีตามตำแหน่งและระดับของหมอนรองกระดูกที่ทับเส้น
เป็นการผ่าตัดผ่านด้านหน้าคอ เข้าไปเอาหมอนรองกระดูกที่กดเส้นออก แล้วใส่กระดูกเทียมหรือวัสดุพิเศษเพื่อเชื่อมข้อให้มั่นคง
ใช้เวลาผ่าประมาณ 1–2 ชั่วโมง พักฟื้น 1–2 วัน
สำหรับบางรายที่หมอนรองกระดูกเสื่อมไม่มากและยังต้องการคงการเคลื่อนไหวของคอไว้
แพทย์จะใส่หมอนรองกระดูกเทียมแทนของเดิม ทำให้เคลื่อนไหวใกล้เคียงธรรมชาติ
ผ่าทางด้านหลังเพื่อขยายช่องทางเส้นประสาท (foramen) ที่แคบ
เหมาะกับผู้ที่มีหมอนรองกระดูกกดเส้นด้านข้าง
ปัจจุบันเทคนิคผ่าตัดคอมีความปลอดภัยสูง แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และเจ็บน้อยกว่าสมัยก่อนมากครับ
พักฟื้นในโรงพยาบาล 1–2 วัน (ขึ้นกับวิธีผ่าตัด)
ใส่ปลอกคอพยุง 2–4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวมากเกินไป
เริ่มทำกายภาพเบา ๆ เมื่อแผลหายดี เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของคอ
กลับไปทำงานเบา ๆ ได้ภายใน 2–4 สัปดาห์ และงานใช้แรงหลัง 6–8 สัปดาห์
อัตราความสำเร็จของการผ่าตัดอยู่ที่ประมาณ 90–95% ผู้ป่วยส่วนใหญ่ปวดร้าวลดลงทันทีหลังผ่า
“หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท” ไม่ได้หมายความว่าต้องผ่าทุกคน แต่ควรตรวจและรักษาให้ถูกทางตั้งแต่ต้น
การผ่าตัดจำเป็นเฉพาะกรณีที่เส้นประสาทถูกกดมาก หรือมีอาการอ่อนแรงและชารุนแรงเท่านั้น
✅ รักษาแต่เนิ่น ๆ ด้วยยาและกายภาพ
✅ ฉีดยาเฉพาะจุดช่วยลดอักเสบได้โดยไม่ต้องผ่า
✅ ตรวจ MRI และประเมินร่วมกับแพทย์เพื่อวางแผนที่เหมาะกับแต่ละคน
หมออยากย้ำว่า… หากคุณมีอาการปวดคอร้าวลงแขน หรือชาที่นิ้วมือ ไม่ควรปล่อยไว้นาน เพราะเส้นประสาทมีเวลาฟื้นตัวจำกัด ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเร็วครับ ❤️
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากมีอาการปวดคอหรือชาร้าวลงแขน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท #ปวดคอร้าวลงแขน #คอเสื่อม #CervicalDiscHerniation #หมอเก่งกระดูกและข้อ #orthopedicclinic