👣 หัวแม่เท้าเกในเด็ก (Juvenile Hallux Valgus) — นิ้วเท้าเบี้ยวตั้งแต่ยังเล็ก แก้ได้ไหม?

“หมอคะ ลูกอายุ 9 ขวบ หัวแม่เท้าเริ่มเอียงเข้าหานิ้วชี้ เหมือนหัวแม่เท้าเกของผู้ใหญ่เลยค่ะ แบบนี้ต้องรักษายังไงคะ?”

นี่คือคำถามที่หมอได้ยินบ่อยจากคุณพ่อคุณแม่ที่พาเด็กมาพบแพทย์ เพราะเห็น “นิ้วหัวแม่เท้าเบี้ยวเข้าด้านใน” คล้ายผู้ใหญ่ที่เป็นหัวแม่เท้าเก หรือ Hallux Valgus ซึ่งจริง ๆ แล้วในเด็กก็สามารถเกิดได้ครับ เรียกว่า Juvenile hallux valgus หรือ “หัวแม่เท้าเกในเด็ก”

💡 หัวแม่เท้าเกคืออะไร

หัวแม่เท้าเก (Hallux Valgus) คือ ภาวะที่กระดูกหัวแม่เท้า (metatarsal bone) เอียงออกด้านนอก ขณะที่นิ้วหัวแม่เท้าเองเอียงเข้าด้านใน ทำให้เกิดมุมเบี้ยวบริเวณข้อนิ้วหัวแม่เท้า และมีกระดูกปูดออกด้านในที่เรียกว่า “ปุ่มกระดูก”

เมื่อเป็นในเด็กหรือวัยรุ่น เรียกว่า Juvenile hallux valgus ซึ่งมักพบในช่วงอายุ 8–14 ปี โดยเฉพาะในเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชาย

🧠 สาเหตุของหัวแม่เท้าเกในเด็ก

พันธุกรรม

เท้าแบน (Flat foot)

รองเท้าไม่เหมาะสม

ข้อต่อและเอ็นหย่อน (Ligamentous laxity)

โรคทางพันธุกรรมบางชนิด

🔍 อาการที่ควรสังเกต

  • หัวแม่เท้าเอียงเข้าหานิ้วชี้

  • มีกระดูกปูดออกด้านในของนิ้วหัวแม่เท้า (คล้ายปุ่มกระดูก)

  • เดินแล้วปวดบริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้า โดยเฉพาะเวลาใส่รองเท้าคับ

  • นิ้วเท้าซ้อนกัน หรือเล็บหัวแม่เท้าเริ่มงุ้มเข้าข้างใน

  • เด็กบางคนบ่นว่า “เท้าปวด” หรือ “รองเท้าคับ” ทั้งที่ขนาดเท้าไม่เปลี่ยน

🩻 การตรวจวินิจฉัย

ตรวจร่างกายเท้า เพื่อดูแนวกระดูก มุมเบี้ยวของหัวแม่เท้า และความยืดหยุ่นของข้อ

เอกซเรย์เท้า (Foot X-ray) เพื่อวัดมุมของกระดูกหัวแม่เท้า (Hallux valgus angle และ Intermetatarsal angle) ว่าผิดปกติมากแค่ไหน

ตรวจลักษณะอุ้งเท้า ว่ามีภาวะเท้าแบนหรือไม่ เพราะมีผลต่อแนวกระดูกหัวแม่เท้า

💊 การรักษา

🔹 1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (ส่วนใหญ่ใช้ได้ดีในเด็ก)

  • ใส่รองเท้าปลายกว้าง เพื่อไม่ให้หัวแม่เท้าถูกบีบ

  • ใช้แผ่นรองอุ้งเท้า (Arch support) หรือแผ่นเสริมรองเท้าสำหรับเด็กเท้าแบน เพื่อช่วยปรับแนวรับน้ำหนัก

  • ใส่อุปกรณ์จัดแนวนิ้ว (Toe spacer หรือ Bunion corrector) ตอนกลางคืน เพื่อลดแรงดึงของเอ็นหัวแม่เท้า

  • กายภาพบำบัด เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเท้าและน่อง เช่น การเกร็งงอนิ้วเท้า การเก็บลูกปัดด้วยนิ้วเท้า

🔹 2. การรักษาแบบผ่าตัด (ใช้เฉพาะรายที่คดมากและมีอาการ)

ในเด็กส่วนใหญ่ ยังไม่ควรผ่าตัดก่อนอายุ 13–15 ปี เพราะกระดูกยังไม่โตเต็มที่

หมอจะพิจารณาผ่าตัดเมื่อมีเงื่อนไขดังนี้:

  • หัวแม่เท้าเอียงมาก (มุม valgus > 40°)

  • ปวดมาก เดินลำบาก หรือใส่รองเท้าไม่ได้

  • นิ้วซ้อนกันจนเป็นตาปลา หรือข้อนิ้วผิดรูปถาวร

การผ่าตัดในเด็กนิยมใช้เทคนิคแผลเล็ก (Minimal invasive hallux valgus correction) ซึ่งเจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว และสามารถกลับมาเดินได้ใน 2–3 สัปดาห์ครับ

🧘‍♀️ การดูแลหลังรักษา

  • ใส่รองเท้าที่เหมาะสม พื้นนุ่ม ปลายกว้าง ไม่บีบนิ้ว

  • หลีกเลี่ยงรองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าแฟชั่นที่ปลายแหลม

  • ทำกายภาพบำบัดฝึกยืดและเกร็งกล้ามเนื้อเท้าเป็นประจำ

  • ควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากเกินไป เพื่อลดแรงกดที่เท้า

⚠️ สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ดัดนิ้วแรง ๆ เอง เพราะอาจทำให้ข้อต่ออักเสบหรือเอ็นบาดเจ็บ

  • ใช้รองเท้าที่ปลายแคบหรือแข็ง เพราะจะทำให้หัวแม่เท้าเบี้ยวเพิ่ม

  • ปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่ตรวจ เพราะในเด็กโรคนี้อาจคืบหน้าเร็ว

🩺 หมออยากฝากไว้

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากสงสัยว่าลูกมีหัวแม่เท้าเกหรือเท้าแบน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อเด็ก

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#หัวแม่เท้าเก #JuvenileHalluxValgus #นิ้วเท้าเบี้ยว #หมอเก่งกระดูกและข้อ #orthopedicclinic #เท้าเด็ก