👣 หัวแม่เท้าเกในเด็ก (Juvenile Hallux Valgus) — นิ้วเท้าเบี้ยวตั้งแต่ยังเล็ก แก้ได้ไหม?
“หมอคะ ลูกอายุ 9 ขวบ หัวแม่เท้าเริ่มเอียงเข้าหานิ้วชี้ เหมือนหัวแม่เท้าเกของผู้ใหญ่เลยค่ะ แบบนี้ต้องรักษายังไงคะ?”
นี่คือคำถามที่หมอได้ยินบ่อยจากคุณพ่อคุณแม่ที่พาเด็กมาพบแพทย์ เพราะเห็น “นิ้วหัวแม่เท้าเบี้ยวเข้าด้านใน” คล้ายผู้ใหญ่ที่เป็นหัวแม่เท้าเก หรือ Hallux Valgus ซึ่งจริง ๆ แล้วในเด็กก็สามารถเกิดได้ครับ เรียกว่า Juvenile hallux valgus หรือ “หัวแม่เท้าเกในเด็ก”
หัวแม่เท้าเก (Hallux Valgus) คือ ภาวะที่กระดูกหัวแม่เท้า (metatarsal bone) เอียงออกด้านนอก ขณะที่นิ้วหัวแม่เท้าเองเอียงเข้าด้านใน ทำให้เกิดมุมเบี้ยวบริเวณข้อนิ้วหัวแม่เท้า และมีกระดูกปูดออกด้านในที่เรียกว่า “ปุ่มกระดูก”
เมื่อเป็นในเด็กหรือวัยรุ่น เรียกว่า Juvenile hallux valgus ซึ่งมักพบในช่วงอายุ 8–14 ปี โดยเฉพาะในเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชาย
พันธุกรรม
เท้าแบน (Flat foot)
รองเท้าไม่เหมาะสม
ข้อต่อและเอ็นหย่อน (Ligamentous laxity)
โรคทางพันธุกรรมบางชนิด
หัวแม่เท้าเอียงเข้าหานิ้วชี้
มีกระดูกปูดออกด้านในของนิ้วหัวแม่เท้า (คล้ายปุ่มกระดูก)
เดินแล้วปวดบริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้า โดยเฉพาะเวลาใส่รองเท้าคับ
นิ้วเท้าซ้อนกัน หรือเล็บหัวแม่เท้าเริ่มงุ้มเข้าข้างใน
เด็กบางคนบ่นว่า “เท้าปวด” หรือ “รองเท้าคับ” ทั้งที่ขนาดเท้าไม่เปลี่ยน
ตรวจร่างกายเท้า เพื่อดูแนวกระดูก มุมเบี้ยวของหัวแม่เท้า และความยืดหยุ่นของข้อ
เอกซเรย์เท้า (Foot X-ray) เพื่อวัดมุมของกระดูกหัวแม่เท้า (Hallux valgus angle และ Intermetatarsal angle) ว่าผิดปกติมากแค่ไหน
ตรวจลักษณะอุ้งเท้า ว่ามีภาวะเท้าแบนหรือไม่ เพราะมีผลต่อแนวกระดูกหัวแม่เท้า
ใส่รองเท้าปลายกว้าง เพื่อไม่ให้หัวแม่เท้าถูกบีบ
ใช้แผ่นรองอุ้งเท้า (Arch support) หรือแผ่นเสริมรองเท้าสำหรับเด็กเท้าแบน เพื่อช่วยปรับแนวรับน้ำหนัก
ใส่อุปกรณ์จัดแนวนิ้ว (Toe spacer หรือ Bunion corrector) ตอนกลางคืน เพื่อลดแรงดึงของเอ็นหัวแม่เท้า
กายภาพบำบัด เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเท้าและน่อง เช่น การเกร็งงอนิ้วเท้า การเก็บลูกปัดด้วยนิ้วเท้า
ในเด็กส่วนใหญ่ ยังไม่ควรผ่าตัดก่อนอายุ 13–15 ปี เพราะกระดูกยังไม่โตเต็มที่
หมอจะพิจารณาผ่าตัดเมื่อมีเงื่อนไขดังนี้:
หัวแม่เท้าเอียงมาก (มุม valgus > 40°)
ปวดมาก เดินลำบาก หรือใส่รองเท้าไม่ได้
นิ้วซ้อนกันจนเป็นตาปลา หรือข้อนิ้วผิดรูปถาวร
การผ่าตัดในเด็กนิยมใช้เทคนิคแผลเล็ก (Minimal invasive hallux valgus correction) ซึ่งเจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว และสามารถกลับมาเดินได้ใน 2–3 สัปดาห์ครับ
ใส่รองเท้าที่เหมาะสม พื้นนุ่ม ปลายกว้าง ไม่บีบนิ้ว
หลีกเลี่ยงรองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าแฟชั่นที่ปลายแหลม
ทำกายภาพบำบัดฝึกยืดและเกร็งกล้ามเนื้อเท้าเป็นประจำ
ควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากเกินไป เพื่อลดแรงกดที่เท้า
ดัดนิ้วแรง ๆ เอง เพราะอาจทำให้ข้อต่ออักเสบหรือเอ็นบาดเจ็บ
ใช้รองเท้าที่ปลายแคบหรือแข็ง เพราะจะทำให้หัวแม่เท้าเบี้ยวเพิ่ม
ปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่ตรวจ เพราะในเด็กโรคนี้อาจคืบหน้าเร็ว
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากสงสัยว่าลูกมีหัวแม่เท้าเกหรือเท้าแบน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อเด็ก
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#หัวแม่เท้าเก #JuvenileHalluxValgus #นิ้วเท้าเบี้ยว #หมอเก่งกระดูกและข้อ #orthopedicclinic #เท้าเด็ก
