💧 ก้อนถุงน้ำหลังเท้า (Tarsal Ganglion Cyst) — ก้อนนิ่ม ๆ จากเยื่อหุ้มเอ็นอักเสบ (Tenosynovitis)

“หมอคะ มีก้อนนิ่ม ๆ หลังเท้า เดินแล้วรู้สึกตึง ๆ กดไม่เจ็บแต่รำคาญมาก บางวันก้อนยุบลง บางวันกลับโตขึ้น แบบนี้อันตรายไหมคะ?”

นี่คืออาการของ “ถุงน้ำหลังเท้า” (Tarsal Ganglion Cyst) ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในคนที่เดินหรือยืนมาก ใส่รองเท้าบีบเท้า หรือใช้งานเท้าซ้ำ ๆ โดยเฉพาะในผู้หญิงและคนวัยทำงานที่ต้องเดินทั้งวันครับ

ข่าวดีคือ ถุงน้ำชนิดนี้ ไม่ใช่เนื้องอกหรือมะเร็ง แต่เกิดจากการโป่งพองของเยื่อหุ้มเอ็นหรือเยื่อบุข้อที่อักเสบ เรียกว่า “Tenosynovitis of extensor tendon” ซึ่งสามารถรักษาให้ยุบได้โดยไม่ต้องผ่าตัดในหลายกรณีครับ

💡 ถุงน้ำหลังเท้าคืออะไร

Tarsal ganglion cyst คือ ถุงน้ำขนาดเล็กที่เกิดจากการโป่งของเยื่อหุ้มเอ็นหรือเยื่อหุ้มข้อ โดยภายในมีของเหลวใส ๆ เหมือนวุ้น (Synovial fluid) ซึ่งเป็นน้ำหล่อเลี้ยงข้อต่อและเส้นเอ็น

ถุงน้ำมักเกิดจากแรงกดซ้ำ ๆ หรือการอักเสบของเยื่อหุ้มเอ็น ทำให้ของเหลวซึมออกมาสะสมเป็นถุงโป่งใต้ผิวหนัง บริเวณที่พบบ่อยคือ หลังเท้า ด้านข้างเท้า หรือใกล้ข้อต่อข้อเท้า (Tarsal joint) ครับ

🧠 สาเหตุของถุงน้ำหลังเท้า

เยื่อหุ้มเอ็นอักเสบ (Tenosynovitis)

แรงกดหรือการเสียดสีซ้ำ ๆ

บาดเจ็บเล็กน้อยในอดีต (Microtrauma)

โรคข้อเสื่อมหรือรูมาตอยด์

🔍 อาการของถุงน้ำหลังเท้า

  • มีก้อนนูนกลม ๆ หลังเท้า หรือใกล้ข้อเท้า

  • กดไม่เจ็บ (ถ้าไม่อักเสบ)

  • เดินแล้วตึง รู้สึกเหมือนมีอะไรดันในรองเท้า

  • ขนาดก้อนเปลี่ยนแปลงได้ โตขึ้น–ยุบลง

  • ถ้าก้อนใหญ่มากหรือกดเส้นประสาท อาจรู้สึกชาเล็กน้อยบริเวณเท้า

🩻 การตรวจวินิจฉัย

แพทย์จะตรวจร่างกายโดยคลำก้อนและดูตำแหน่งสัมพันธ์กับเส้นเอ็น จากนั้นอาจตรวจเพิ่มเติมเพื่อแยกสาเหตุ เช่น:

  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): เห็นถุงน้ำและดูได้ว่าติดต่อกับเอ็นหรือข้อ

  • MRI เท้า: ใช้ในกรณีที่ก้อนอยู่ลึกหรือสงสัยว่าเป็นจากข้ออักเสบเรื้อรัง

💊 แนวทางการรักษา

1. พักการใช้งานและปรับรองเท้า

  • หลีกเลี่ยงรองเท้าบีบหรือเสียดสีกับตำแหน่งก้อน

  • เลือกรองเท้าพื้นนุ่ม ขนาดพอดี ไม่รัดหลังเท้า

  • ลดกิจกรรมที่ต้องเดินหรือยืนนาน ๆ

2. การประคบอุ่นวันละ 1–2 ครั้ง

ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและลดการอักเสบของเยื่อหุ้มเอ็น

3. การฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด (Ultrasound-guided injection)

  • ใช้เครื่อง Ultrasound ช่วยระบุตำแหน่งก้อนหรือเอ็นที่อักเสบอย่างแม่นยำ

  • ฉีดยาสเตียรอยด์ขนาดต่ำเพื่อลดการอักเสบและทำให้ก้อนยุบลง

  • วิธีนี้ปลอดภัย เจ็บน้อย และไม่ต้องผ่าตัด

4. การดูดน้ำออก (Aspiration)

  • ใช้เข็มดูดของเหลวในถุงออก ซึ่งช่วยลดแรงดันในก้อนทันที

  • แต่หากไม่ได้แก้ต้นเหตุของการอักเสบ (tenosynovitis) ก้อนอาจกลับมาได้

5. การผ่าตัดเอาถุงน้ำออก (Surgical excision)

  • ใช้ในกรณีที่ก้อนใหญ่ เจ็บมาก หรือกลับเป็นซ้ำหลายครั้ง

  • หมอจะผ่าตัดเอาทั้งถุงน้ำและส่วนเยื่อหุ้มเอ็นที่โป่งออกออกไป เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ

  • แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว เดินได้ภายใน 2–3 วัน

🧘‍♀️ การดูแลหลังการรักษา

  • หลีกเลี่ยงรองเท้าคับหรือแข็งที่กดบริเวณเดิม

  • ประคบอุ่นเบา ๆ ช่วยให้ถุงน้ำที่เหลือยุบเร็วขึ้น

  • ขยับข้อเท้าและนิ้วเท้าเบา ๆ เพื่อป้องกันข้อแข็ง

  • หากฉีดยา ให้หลีกเลี่ยงการเดินหนัก 1–2 วันแรก

⚠️ เมื่อไหร่ควรรีบพบแพทย์

  • ก้อนโตเร็ว เจ็บมาก หรือมีอาการบวมแดงร้อน (อาจติดเชื้อ)

  • กดแล้วปวดร้าวหรือชาลงปลายเท้า

  • ก้อนกลับมาโตซ้ำหลายครั้งภายในไม่กี่เดือน

🩺 หมออยากฝากไว้

ข่าวดีคือ ถ้ารักษาถูกวิธี ถุงน้ำชนิดนี้มักยุบได้และไม่กลับมาเป็นซ้ำครับ 💪

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากพบก้อนบริเวณหลังเท้า ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อเพื่อตรวจให้แน่ชัดและวางแผนรักษาอย่างเหมาะสม

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ถุงน้ำหลังเท้า #TarsalGanglionCyst #Tenosynovitis #หมอเก่งกระดูกและข้อ #orthopedicclinic