💥 โรคเก๊าท์ ป้องกันได้ ถ้ารู้ทันอาหารและพฤติกรรมเสี่ยง
“หมอครับ อยู่ดี ๆ ตอนกลางคืนข้อเท้าบวมแดง ปวดจี๊ดจนแตะไม่ได้ หมอบอกว่าเป็นเก๊าท์ น่ากลัวมากเลยค่ะ แล้วเราจะป้องกันไม่ให้เป็นได้ไหม?”
โรคเก๊าท์ (Gout) เป็นหนึ่งในโรคข้ออักเสบที่พบบ่อยในคนไทย โดยเฉพาะผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่ข่าวดีคือ… โรคเก๊าท์สามารถป้องกันได้ ถ้ารู้ทันสาเหตุและปรับพฤติกรรมการกินการใช้ชีวิตให้ถูกต้องครับ ❤️
💡 เก๊าท์เกิดจากอะไร
โรคเก๊าท์เกิดจาก กรดยูริก (Uric acid) ในเลือดสูงเกินไป จนตกผลึกไปสะสมตามข้อ ทำให้ข้ออักเสบเฉียบพลัน ปวด บวม แดง ร้อน
กรดยูริกเป็นของเสียที่เกิดจากการย่อย “พิวรีน (Purine)” ซึ่งอยู่ในอาหารบางชนิด เช่น เครื่องในสัตว์ เนื้อแดง อาหารทะเลแห้ง หรือแอลกอฮอล์
เมื่อร่างกายสร้างกรดยูริกมากเกิน หรือไตขับออกได้น้อย → ระดับกรดยูริกในเลือดสูง → เกิดผลึกยูริกในข้อ และกลายเป็นเก๊าท์ในที่สุดครับ
💬 อาการเก๊าท์มักเริ่มที่ “โคนนิ้วหัวแม่เท้า” แล้วอาจลามไปข้อเท้า เข่า หรือข้อศอกได้
⚠️ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเก๊าท์
กินอาหารที่มีพิวรีนสูงบ่อย ๆ เช่น เครื่องในสัตว์ ปลาซาร์ดีน กุ้ง หอย ปู ปลาทะเลลึก
ดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์และไวน์แดง ซึ่งเพิ่มกรดยูริกในเลือด
ดื่มน้ำน้อย ทำให้ไตขับกรดยูริกไม่ดี
น้ำหนักเกินหรืออ้วนลงพุง ทำให้ร่างกายสร้างกรดยูริกมากขึ้น
โรคประจำตัวบางชนิด เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง
ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ (Thiazide) และยาลดไขมันบางประเภท
🩺 อาการของโรคเก๊าท์
ปวดข้อรุนแรงเฉียบพลัน มักเกิดตอนกลางคืนหรือตอนเช้า
ข้อบวม แดง ร้อนมากจนแตะไม่ได้
มักเริ่มที่ “โคนนิ้วหัวแม่เท้า” แต่พบได้ที่ข้อเท้า เข่า ข้อมือ หรือข้อศอก
อาการปวดจะรุนแรง 3–7 วัน แล้วค่อย ๆ ดีขึ้น แต่จะกลับมาเป็นซ้ำได้เรื่อย ๆ หากไม่ปรับพฤติกรรม
หากปล่อยไว้นาน ผลึกยูริกจะไปสะสมใต้ผิวหนัง เป็นก้อน “โทฟัส (Tophi)” และทำลายข้อถาวรได้ครับ
🥦 วิธีป้องกันโรคเก๊าท์
✅ 1. ปรับอาหารให้เหมาะสม
หลีกเลี่ยงอาหารพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ (ตับ ไต หัวใจ), เนื้อแดง, ปลาทะเลลึก, กุ้ง หอย ปู, อาหารแห้ง เช่น ปลาเค็ม ปลาหมึกแห้ง
กินได้แต่ควรจำกัดปริมาณ เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ ไข่ นมพร่องมันเนย
เพิ่มอาหารที่ช่วยลดกรดยูริก เช่น ผักใบเขียว (คะน้า บรอกโคลี), ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง (ส้ม ฝรั่ง), ธัญพืชเต็มเมล็ด และนมไขมันต่ำ
ดื่มน้ำเยอะ ๆ วันละ 6–8 แก้ว เพื่อช่วยขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะ
หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำหวาน โดยเฉพาะน้ำอัดลมรสหวานและน้ำผลไม้กล่อง เพราะเพิ่มกรดยูริกได้
✅ 2. ควบคุมน้ำหนักตัว
น้ำหนักเกินจะทำให้ร่างกายผลิตกรดยูริกมากขึ้น และไตขับออกได้น้อยลง
การลดน้ำหนักอย่างเหมาะสม (ไม่อดอาหาร) ช่วยลดระดับกรดยูริกได้จริงครับ
💬 ค่อย ๆ ลดน้ำหนักเดือนละ 1–2 กิโลกรัม โดยกินครบทุกหมู่แต่ลดของมัน ของทอด และน้ำตาล
✅ 3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
น้ำช่วยให้ไตขับกรดยูริกออกจากร่างกายได้ดีขึ้น
ดื่มน้ำวันละ 6–8 แก้ว (ประมาณ 2 ลิตร)
หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะ และพยายามปัสสาวะให้บ่อยขึ้น
✅ 4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ออกกำลังกายแบบเบา ๆ ถึงปานกลาง เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน วันละ 30 นาที
ช่วยควบคุมน้ำหนักและลดระดับกรดยูริกในระยะยาว
❗ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหักโหม เพราะการสลายกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็วจะเพิ่มกรดยูริกได้
✅ 5. ตรวจสุขภาพประจำปี
โดยเฉพาะการตรวจเลือดดูค่า กรดยูริก (Uric acid)
ค่าปกติอยู่ที่
ผู้ชาย < 7.0 mg/dL
ผู้หญิง < 6.0 mg/dL
หากค่าขึ้นสูงกว่าปกติ แม้ยังไม่ปวดข้อ ก็ควรเริ่มปรับพฤติกรรมทันทีครับ
💊 ถ้าเป็นเก๊าท์แล้วจะรักษาอย่างไร
ช่วงกำเริบ (ข้อบวมแดงปวดมาก)
ช่วงป้องกันกำเริบซ้ำ
💬 การใช้ยาลดกรดยูริกจะได้ผลดีเมื่อเริ่มหลังจากข้ออักเสบสงบแล้ว
⚠️ สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อเป็นเก๊าท์
ห้ามกินยาแก้ปวดเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะยาแอสไพริน (Aspirin) เพราะทำให้กรดยูริกสูงขึ้น
ห้ามหยุดยาลดกรดยูริกเอง
อย่าดื่มสุรา หรือกินอาหารพิวรีนสูงขณะกำลังมีอาการ
อย่าคิดว่า “หายแล้ว” แล้วกลับไปกินเหมือนเดิม เพราะโรคจะกลับมาแน่นอนครับ
🩺 หมออยากฝากไว้
โรคเก๊าท์ไม่ใช่โรคของคนแก่ หรือคนชอบกินเนื้อเท่านั้น แต่เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต
ถ้าปรับได้เร็ว ก็ป้องกันได้จริง 💪
✅ ดื่มน้ำเยอะ
✅ ลดอาหารพิวรีนสูง
✅ ควบคุมน้ำหนัก
✅ ตรวจเลือดประจำปี
✅ ปรึกษาแพทย์เมื่อมีอาการปวดข้อบวมแดง
ดูแลให้ถูกตั้งแต่วันนี้ เก๊าท์ก็ไม่มาทำให้ปวดข้อแน่นอนครับ ❤️
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#โรคเก๊าท์ #ปวดข้อ #กรดยูริกสูง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #orthopedicclinic
