
“หมอครับ ผมเป็นเบาหวานมาหลายปีแล้ว เดี๋ยวนี้ของผมมันไม่ค่อยสู้เลยครับ เหมือนมันไม่มีแรง”
นี่เป็นคำพูดจากชายวัย 55 ปีที่มาพบหมอด้วยความอาย แต่จริง ๆ แล้ว เรื่องนี้พบได้บ่อยมากในผู้ชายที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวานและโรคหลอดเลือด
หมออยากบอกว่า... ใช่ครับ! โรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดมีผลต่อสมรรถภาพเพศชายเหมือนกับโรคเก๊าท์เลย
และบางครั้งยังส่งผลรุนแรงกว่าด้วยซ้ำ
การแข็งตัวของอวัยวะเพศชายเกิดขึ้นจากการที่เลือดไหลเข้าไปในโพรงเนื้อภายในได้อย่างเพียงพอ และต้องมีการสื่อสารจากเส้นประสาทและฮอร์โมนเพศชายที่สมบูรณ์
เมื่อใดที่หลอดเลือดตีบ เส้นประสาทเสีย หรือฮอร์โมนต่ำ — สมรรถภาพทางเพศก็จะลดลงทันทีครับ
ในภาวะเบาหวาน น้ำตาลในเลือดสูงจะไปทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็งและตีบเร็วกว่าคนทั่วไป
นอกจากนี้ น้ำตาลสูงยังทำลายเส้นประสาทส่วนปลาย โดยเฉพาะเส้นประสาทที่ควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศ
ดังนั้น ผู้ชายที่เป็นเบาหวานมานานจึงมักมีปัญหาทั้ง “เลือดไปไม่ถึง” และ “สัญญาณไม่ส่ง” พร้อมกัน
ผลคือ แข็งตัวยาก แข็งตัวได้ไม่นาน หรือไม่สามารถแข็งตัวได้เลย
โรคหลอดเลือดตีบ เช่น หลอดเลือดหัวใจตีบ หรือหลอดเลือดส่วนปลายเสื่อม เป็นสาเหตุสำคัญของภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย
เพราะหลอดเลือดอวัยวะเพศมีขนาดเล็กกว่าหลอดเลือดหัวใจมาก
เมื่อมีคราบไขมันหรือการอักเสบแม้เพียงเล็กน้อย เลือดก็จะไหลเข้าไปได้ยาก
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าหลอดเลือดหัวใจเริ่มมีปัญหา แปลว่าหลอดเลือดอวัยวะเพศมักจะเสื่อมก่อนหน้านั้นหลายปีแล้วครับ
หลายคนอาจไม่รู้ว่า โรคเก๊าท์ เบาหวาน และโรคหลอดเลือด เสมือนเป็น “เพื่อนร่วมทาง” ที่ชอบมาเป็นคู่กัน
เพราะทั้งสามโรคมีพื้นฐานจาก ภาวะเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) คือ ความไม่สมดุลของระบบเผาผลาญในร่างกาย
ผู้ที่มีกรดยูริกสูง มักมีน้ำตาลและไขมันสูงด้วย และทั้งสามสิ่งนี้จะเร่งให้หลอดเลือดเสื่อมเร็วกว่าปกติ
ดังนั้น หากปล่อยให้เบาหวานหรือเก๊าท์เรื้อรังโดยไม่ดูแล หลอดเลือดทั้งร่างกาย — รวมถึงอวัยวะเพศ — จะเริ่มตีบและแข็งจนเลือดไปไม่ถึง
ในคนที่เป็นเบาหวานและโรคหลอดเลือดเรื้อรัง มักพบว่าระดับฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) ต่ำกว่าปกติ
เพราะการอักเสบเรื้อรังและไขมันสะสมจะไปยับยั้งการสร้างฮอร์โมนเพศชายจากอัณฑะ
เมื่อฮอร์โมนต่ำ ความต้องการทางเพศก็ลดลง และความสามารถในการแข็งตัวก็แย่ลงตามลำดับ
ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar / HbA1c) เพื่อดูว่าเบาหวานควบคุมดีแค่ไหน
ตรวจไขมันในเลือด (Cholesterol / Triglyceride / HDL / LDL) เพื่อดูภาวะหลอดเลือดเสี่ยง
ตรวจระดับฮอร์โมนเพศชาย (Total Testosterone) เพื่อประเมินสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย
ตรวจหลอดเลือดด้วย Ultrasound (Penile Doppler) เพื่อดูการไหลเวียนเลือดในอวัยวะเพศ
หมออยากให้ผู้ชายทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเก๊าท์หรือเบาหวาน มาตรวจอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อดูแนวโน้มและป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิดอาการครับ
การรักษาไม่ใช่แค่เรื่องของยาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูแลทุกระบบไปพร้อมกัน:
✅ ควบคุมระดับน้ำตาลและกรดยูริกให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
✅ ลดอาหารไขมันสูงและของหวานจัด
✅ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3–5 วัน
✅ เลิกสูบบุหรี่และลดแอลกอฮอล์ เพราะเป็นศัตรูของหลอดเลือดโดยตรง
✅ นอนหลับให้เพียงพอและลดความเครียด
ถ้าทำได้ครบ ร่างกายจะเริ่มซ่อมหลอดเลือดได้เอง และสมรรถภาพทางเพศจะดีขึ้นอย่างชัดเจนภายในไม่กี่เดือนครับ
โรคเก๊าท์ เบาหวาน และโรคหลอดเลือด มีสายสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น
และทั้งหมดนี้สามารถค่อย ๆ ทำลายหลอดเลือดอวัยวะเพศได้แบบไม่รู้ตัว
อย่ารอจนสาย เพราะการป้องกันเริ่มได้ตั้งแต่วันนี้
การคุมกรดยูริก คุมน้ำตาล และคุมไขมัน คือทางเดียวกันกับการปกป้องหัวใจ — และสมรรถภาพของคุณด้วยครับ ❤️
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng
โทร 081-5303666
#เบาหวาน #หลอดเลือดตีบ #สมรรถภาพเพศชาย #เก๊าท์ #สุขภาพผู้ชาย #หมอเก่งกระดูกและข้อ #หลอดเลือดเสื่อม