
“หมอคะ อยู่ ๆ ปลายนิ้วมือก็มีปุ่มขึ้นมา เจ็บแปล๊บ ๆ ตอนแรกนึกว่าเป็นเก๊าท์ แต่พอไปตรวจ หมอบอกว่า ‘ข้อเสื่อมที่ปลายนิ้ว’ …มันคืออะไรคะหมอ?”
เป็นคำถามที่หมอได้ยินบ่อยมาก โดยเฉพาะในผู้หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป
อาการ “ข้อปลายนิ้วบวม แข็ง มีปุ่มกระดูก” ที่เราเรียกว่า OA ที่ข้อ DIP (Distal Interphalangeal Joint) หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “ข้อนิ้วเสื่อม”
เป็นภาวะที่เกิดจากการสึกของกระดูกอ่อนในข้อปลายนิ้วมือ ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบ เจ็บ และปูดขึ้นเป็นปุ่มกระดูกที่มองเห็นได้ชัดครับ
“ข้อ” ของนิ้วมือเรามี 3 ข้อต่อกันเหมือนข้อพับเล็ก ๆ
ส่วนข้อที่อยู่ ปลายนิ้วสุด (DIP joint) คือข้อที่ใกล้เล็บที่สุด
เมื่อเราใช้งานมือบ่อย ๆ — พิมพ์ เขียน ปอกของ จับของหนัก —
กระดูกอ่อนที่อยู่ระหว่างข้อจะเริ่ม “สึก” และ “บางลง”
พอไม่มีเบาะรองรับระหว่างกระดูก กระดูกก็จะเสียดสีกัน
ร่างกายจึงสร้าง “กระดูกงอก” ขึ้นเพื่อซ่อมตัวเอง
แต่กลายเป็นปุ่มแข็ง ๆ ที่ปลายนิ้วแทน
ปุ่มเหล่านี้เรียกว่า Heberden’s nodes ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโรคข้อเสื่อมที่ปลายนิ้วครับ
ปวดข้อนิ้ว โดยเฉพาะตอนกำหรือเหยียดนิ้ว
ข้อบวม แข็ง มีปุ่มขึ้นที่ปลายนิ้ว (คล้ายก้อนกระดูกเล็ก ๆ)
บางคนมีอาการข้อนิ้วเบี้ยวเล็กน้อย
เวลากำมือแน่นหรือจับของเล็ก ๆ เช่น เข็ม หรือปากกา จะรู้สึกลำบาก
ถ้าเป็นหลายข้อพร้อมกัน นิ้วอาจดูคดและมีปุ่มหลายจุด
สาเหตุหลัก ๆ ของโรคข้อเสื่อมที่ปลายนิ้วคือ
อายุ: พบบ่อยในผู้หญิงวัย 50 ปีขึ้นไป
กรรมพันธุ์: ถ้าพ่อแม่มีปุ่มข้อนิ้วแบบนี้ ลูกมักมีด้วย
การใช้งานมือซ้ำ ๆ: เช่น พิมพ์มือถือ พิมพ์คอม จับเข็มเย็บผ้า หรือทำงานบ้านหนัก
การบาดเจ็บหรือกระแทกซ้ำบริเวณนิ้วมือ
ฮอร์โมน: ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ความสมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง ทำให้กระดูกอ่อนเสื่อมเร็วขึ้น
แพทย์สามารถวินิจฉัยได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกาย
โดยจะดูตำแหน่งของปุ่ม ข้อบวม ความแข็งของข้อนิ้ว
ถ้าต้องการยืนยัน อาจทำ เอกซเรย์มือ (X-ray)
จะเห็นว่าช่องข้อแคบลง กระดูกงอก (osteophyte) และมีลักษณะสึกที่ผิวกระดูก
ในบางราย แพทย์อาจตรวจเลือดเพิ่มเติม เพื่อแยกโรคอื่นที่คล้ายกัน เช่น
ข้ออักเสบรูมาตอยด์
เก๊าท์
โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน (psoriatic arthritis)
โรคนี้ ยังไม่มีวิธีทำให้กระดูกอ่อนกลับมาเหมือนเดิมได้ 100%
แต่สามารถ “ควบคุมอาการ” และ “ชะลอความเสื่อม” ได้ดีมากครับ
1. การดูแลตนเอง
หลีกเลี่ยงการบีบ จับ หรือกำของแน่น ๆ นาน ๆ
ประคบอุ่นวันละ 2–3 ครั้ง ครั้งละ 10–15 นาที เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือด
ยืดนิ้วมือเบา ๆ วันละหลายครั้ง เพื่อไม่ให้ข้อแข็ง
สวมแหวนหรือพยุงนิ้ว (finger splint) ในช่วงที่ปวด
2. ยา
ยาลดปวดและลดการอักเสบ (NSAIDs)
ยาทาเฉพาะที่ เช่น ยาเจลลดปวด
หากปวดมาก อาจพิจารณา ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะข้อ โดยใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ช่วยระบุตำแหน่งให้แม่นยำ
3. กายภาพบำบัด
ฝึกบริหารนิ้วเพื่อให้ข้อยังเคลื่อนไหวได้ดี
ใช้เทคนิคอัลตราซาวนด์หรือเลเซอร์เพื่อลดการอักเสบ
4. ผ่าตัด (เฉพาะกรณีจำเป็นมาก)
โดยทั่วไปโรคนี้ ไม่อันตราย
แต่เป็นโรคเรื้อรังที่ต้องดูแลตลอดชีวิต
อาการจะ “คงที่” หรือ “ค่อย ๆ เป็นเพิ่มขึ้น” หากใช้งานมือหนัก
ส่วนใหญ่ผู้ป่วยสามารถใช้มือทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
เพียงแต่ต้องระวังและปรับพฤติกรรมการใช้งานครับ
นวดหรือดัดนิ้วแรง ๆ เพราะอาจทำให้ข้อต่ออักเสบมากขึ้น
ใส่แหวนแน่นในช่วงที่นิ้วบวม
ใช้มือแบกของหนัก เช่น ถุงของชำ หรือถังน้ำ
การฉีดยาโดยไม่ระบุตำแหน่งด้วย ultrasound (อาจเกิดผลข้างเคียงได้)
ข้อนิ้วเสื่อม (OA ที่ข้อปลายนิ้ว)
คือภาวะที่ “กระดูกอ่อนในข้อนิ้วสึก” จนเกิดปุ่มกระดูก ปวด และแข็ง
รักษาได้ด้วยการพัก ปรับพฤติกรรม ใช้ยาเฉพาะที่ กายภาพ และฉีดยาลดอักเสบอย่างแม่นยำ
ส่วนใหญ่สามารถควบคุมอาการได้ดีและใช้มือได้ตามปกติ
“บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวดนิ้ว ข้อบวม ข้อเสื่อม ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666”
#ข้อนิ้วเสื่อม #OAข้อปลายนิ้ว #Heberdensnode #ปวดนิ้วมือ #ข้ออักเสบ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ข้อเสื่อม